ทภ.2 ประเมินกัมพูชาปรับแผนรบ: คาดฮึดสู้สุดท้ายที่ตาเมือน
สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามาอัปเดตสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงกันอยู่ เชื่อว่าหลายคนคงติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า ทภ.2 ประเมินกัมพูชาปรับแผนรบ ซึ่งมีการวิเคราะห์กันว่าอาจมีการฮึดสู้ครั้งสุดท้ายบริเวณปราสาทตาเมือน
ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2568 (เวลา 11.00 น.) เผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปฏิบัติการของฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่องในช่วง 8 วันที่ผ่านมา ท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายไทยในหลายพื้นที่สำคัญ มาดูกันว่าแต่ละพื้นที่มีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง
ทภ.2 ประเมินกัมพูชาปรับแผนรบ: สถานการณ์ตามแนวชายแดน
- ช่องบก: กัมพูชาเร่งเสริมความแข็งแกร่ง เน้นตั้งรับเต็มรูปแบบ หวังตรึงกำลังและชะลอการรุกของไทย
- ช่องอานม้า: ปัญหาการบังคับบัญชาภายในรุนแรง ส่อแววต้องถอนตัว มิฉะนั้นอาจถูกตัดขาด
- สัตตะโสม-โดนตรวล-ซำแต: ใช้ยุทธวิธี “ยิงแล้วย้ายฐาน” เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโต้ตอบ สะท้อนถึงความพยายามเอาตัวรอด
- พระวิหาร-ห้วยตามาเรีย: จำกัดการเคลื่อนไหว ซ่อนพรางกำลังและยุทโธปกรณ์อย่างเข้มงวด
- ภูมะเขือ: ถูกระดมยิงกดดันอย่างต่อเนื่อง เพื่อจำกัดการตรวจการณ์ของฝ่ายไทย
- ช่องจอม-ช่องระยี-ปลดต่าง: เส้นทางส่งกำลังบำรุงถูกตัดขาด พื้นที่ส่วนหลังเริ่มมีความเสี่ยง
- ช่องคนา: พยายามรวมอำนาจการยิงด้วยจรวดหลายลำกล้อง แต่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกตรวจจับและทำลาย
- ปราสาทตาควาย-เนิน 350: ดำเนินการรบแบบหน่วงเวลา ใช้ที่มั่นแข็งแรงและซุ่มโจมตี
- ช่องกร่าง: ยิงฉากป้องกันตามคำขอ ทำให้ฝ่ายไทยได้รับความสูญเสีย
- ปราสาทตาเมือน: นี่คือจุดที่น่าจับตา เพราะฝ่ายกัมพูชาสูญเสียขีดความสามารถในการรบอย่างชัดเจน ขาดแคลนอาวุธ อาจต้องถอนตัวหรือต้านทานเป็นระลอกสุดท้าย
สถานการณ์ปราสาทตาเมือน: จุดสุดท้ายของการต้านทาน?
อย่างที่กล่าวไปข้างต้น สถานการณ์ที่ปราสาทตาเมือนค่อนข้างน่าเป็นห่วงสำหรับฝ่ายกัมพูชา การขาดแคลนอาวุธและยุทโธปกรณ์ ทำให้พวกเขาอาจต้องตัดสินใจยากว่าจะถอนตัวหรือสู้จนถึงที่สุด การต้านทานเป็นระลอกสุดท้ายอาจเป็นทางเลือกที่พวกเขาตัดสินใจเลือก เพื่อรักษาเกียรติภูมิของหน่วย
นอกจากนี้ ทางกองทัพภาคที่ 2 ยังได้แจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง หากพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายซากโดรน หรือวัตถุที่ตกจากโดรน ห้ามเข้าใกล้โดยเด็ดขาด เพราะอาจมีการดัดแปลงเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที หรือโทรสายด่วนความมั่นคง 1374 เพื่อความปลอดภัย
กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มที่ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการ และเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่
บทวิเคราะห์: สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงมีความตึงเครียดอยู่ การประเมินสถานการณ์และการปรับแผนรับมือของทั้งสองฝ่ายเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ผมมองว่าความขัดแย้งนี้อาจยืดเยื้อ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดน อย่างไรก็ตาม การเจรจาและการใช้สันติวิธี ยังคงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
