ทนายแจ้งเลื่อน ‘ทักษิณ’ รายงานตัวคุมประพฤติครั้งแรกเป็น 28 พ.ค. กรมคุมประพฤติแจงชัดยังไม่ยื่นขอถอดกำไล EM
สวัสดีครับแฟนข่าวทุกท่าน วันนี้เรามีประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองเกี่ยวกับสถานะการพักโทษของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ล่าสุดทางทนายความได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญว่า ทนายแจ้งเลื่อน ‘ทักษิณ’ รายงานตัวคุมประพฤติครั้งแรกเป็น 28 พ.ค. กรมคุมประพฤติแจงชัดยังไม่ยื่นขอถอดกำไล EM ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงการเมืองและสังคมออนไลน์
ทนายแจ้งเลื่อน ‘ทักษิณ’ รายงานตัวคุมประพฤติครั้งแรกเป็น 28 พ.ค. กรมคุมประพฤติแจงชัดยังไม่ยื่นขอถอดกำไล EM
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อฝ่ายทนายความแจ้งว่ามีเหตุจำเป็นต้องขอเลื่อนการรายงานตัวกับสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 จากกำหนดการเดิมคือวันที่ 25 พฤษภาคม ไปเป็นวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 แทน ซึ่งทางกรมคุมประพฤติเองก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่าสามารถทำได้ตามระเบียบปกติ หากมีเหตุจำเป็นที่แจ้งล่วงหน้าอย่างชัดเจน
นอกเหนือจากเรื่องวันนัดหมาย อีกประเด็นที่ชาวเน็ตให้ความสนใจอย่างมากคือข่าวลือเรื่องการถอดกำไล EM หลังจากที่มีภาพการเดินทางไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลพระราม 9 ปรากฏว่า ทนายแจ้งเลื่อน ‘ทักษิณ’ รายงานตัวคุมประพฤติครั้งแรกเป็น 28 พ.ค. กรมคุมประพฤติแจงชัดยังไม่ยื่นขอถอดกำไล EM โดยกรมฯ ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยื่นคำร้องใดๆ เพื่อขอปลดกำไลข้อเท้าดังกล่าวเลยครับ
หลักเกณฑ์เรื่องกำไล EM ที่ควรทราบ
หลายคนอาจสงสัยว่าการขอปลดกำไลอิเล็กทรอนิกส์มีขั้นตอนอย่างไร? ทางกรมคุมประพฤติได้อธิบายว่าการปลดกำไลนั้นแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก คือ:
- การปลดชั่วคราว: หากผู้ถูกคุมประพฤติมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลที่ซับซ้อน สามารถใช้เอกสารทางการแพทย์ประกอบการยื่นขอได้ โดยจะต้องกลับมาสวมใส่ตามเดิมเมื่อภารกิจทางการแพทย์เสร็จสิ้น
- การปลดถาวร: กรณีนี้มีความเข้มงวดสูงกว่า เพราะต้องยื่นเรื่องไปถึงคณะอนุกรรมการฯ เพื่อวินิจฉัย เนื่องจากเงื่อนไขการสวม EM เป็นมติเฉพาะของทางคณะอนุกรรมการนั้นๆ
สำหรับคุณทักษิณนั้น เงื่อนไขการพักโทษครั้งนี้ถือเป็นกรอบที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยมีกำหนดรายงานตัวทั้งหมด 4 ครั้ง คือ วันที่ 28 พฤษภาคม, 27 มิถุนายน, 29 กรกฎาคม และ 31 สิงหาคม 2569 ตามลำดับ
ในมุมมองของผม การที่หน่วยงานภาครัฐออกมาให้ข้อมูลที่ชัดเจนแบบนี้ ถือเป็นการช่วยลดแง่มุมความเข้าใจผิดในโลกโซเชียลได้ดีมากครับ เพราะเรื่องกำไล EM เป็นเรื่องทางกฎหมายที่มีขั้นตอนชัดเจน การตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ติดตามข่าวสาร เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริง
ท้ายที่สุด การเข้าสู่ระบบการพักโทษตามขั้นตอนของกฎหมายแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรมของไทย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นใคร ทุกคนก็ต้องยึดถือระเบียบเดียวกัน หากใครตามข่าวอยู่ก็อดใจรออัปเดตกันต่อไปนะครับ เชื่อว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะเข้าสู่ช่วงปกติภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ครับ
