ถุงชาพลาสติกปล่อยไมโครพลาสติกนับพันลงในทุกถ้วยชา

สำหรับหลายคน ชาร้อนสักถ้วยคือช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน แต่ผลการศึกษาใหม่จากนักวิจัยในประเทศตุรกีอาจทำให้คนรักชาต้องหันกลับมามองอุปกรณ์ชงชาอีกครั้ง โดยเฉพาะถุงชาที่ทำจากตาข่ายพลาสติก งานวิจัยพบว่า ถุงชาพลาสติกปล่อยไมโครพลาสติกนับพันลงในทุกถ้วยชา เมื่อแช่ในน้ำร้อน นอกจากอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กแล้ว ยังตรวจพบสารเคมีอย่าง BPA และสารทำให้พลาสติกอ่อนตัวบางชนิดปะปนอยู่ในน้ำชาด้วย

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Recep Tayyip Erdogan ทดสอบชาหลายประเภทเพื่อเปรียบเทียบผลกระทบจากบรรจุภัณฑ์ โดยพบว่าถุงชาพลาสติกปล่อยอนุภาคไมโครพลาสติกเฉลี่ยประมาณ 555–2,498 อนุภาคต่อถ้วย การทดลองใช้น้ำร้อนอุณหภูมิราว 95 องศาเซลเซียส ซึ่งใกล้เคียงกับวิธีชงชาตามปกติในบ้าน จึงสะท้อนสถานการณ์ที่ผู้บริโภคอาจพบเจอในชีวิตประจำวัน

ถุงชาพลาสติกปล่อยไมโครพลาสติกนับพันลงในทุกถ้วยชา

การค้นพบนี้ไม่ได้หมายความว่าการดื่มชาหนึ่งถ้วยจะทำให้เกิดอันตรายทันที แต่มันชี้ให้เห็นถึงการได้รับสารจากบรรจุภัณฑ์ที่อาจสะสมเมื่อดื่มเป็นประจำ นักวิจัยตรวจพบ BPA ในระดับที่คิดเป็นประมาณ 21.7 เปอร์เซ็นต์ของค่าปริมาณที่องค์การความปลอดภัยด้านอาหารแห่งยุโรปกำหนดให้รับได้ต่อวัน โดยกลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กและหญิงตั้งครรภ์

BPA เป็นสารที่เกี่ยวข้องกับการรบกวนระบบฮอร์โมน ขณะที่สารกลุ่มออร์โธ-พทาเลตถูกใช้เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความทนทานของพลาสติก อย่างไรก็ตาม สารบางชนิดอาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อระบบสืบพันธุ์และสุขภาพในระยะยาว หนึ่งในสารที่ถูกตรวจพบคือ DEHP ซึ่งนักวิจัยระบุว่าอาจก่อความกังวลด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะในกรณีที่บริโภคชาในปริมาณมากและต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ถุงชาพลาสติกปล่อยไมโครพลาสติกนับพันลงในทุกถ้วยชาอย่างไร

เมื่อถุงชาพลาสติกสัมผัสกับน้ำร้อน วัสดุของถุงอาจเสื่อมสภาพและปล่อยอนุภาคขนาดเล็กออกมา การแช่ในอุณหภูมิสูงเป็นเวลาหลายนาทีอาจเร่งกระบวนการดังกล่าว นักวิจัยใช้เทคนิคอินฟราเรดสเปกโทรสโกปีและโครมาโทกราฟีเพื่อตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมีของอนุภาค รวมถึงสารเติมแต่งที่มากับพลาสติก

ทีมวิจัยยังเปรียบเทียบชาถุงพลาสติก 4 แบรนด์ ชาที่บรรจุในถุงลักษณะคล้ายกระดาษจากเซลลูโลส 10 แบรนด์ และชาใบที่ขายแบบไม่ใช้ถุงอีก 14 แบรนด์ ผลการทดสอบพบว่า ชาใบมีไมโครพลาสติกประมาณ 146–1,178 อนุภาคต่อกิโลกรัม ซึ่งหมายความว่าอาจต้องใช้ชาใบมากกว่าครึ่งกิโลกรัมจึงจะมีอนุภาคในระดับใกล้เคียงกับถุงชาพลาสติกหนึ่งใบ

ชาใบและถุงกระดาษปลอดภัยกว่าหรือไม่

ผลการศึกษาชี้ว่าชาใบก็ไม่ได้ปลอดจากไมโครพลาสติกทั้งหมด เพราะอาจปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม เครื่องจักรในกระบวนการผลิต หรือฝุ่นในอากาศ อย่างไรก็ตาม ระดับที่ตรวจพบต่ำกว่าชาที่ใช้ถุงพลาสติกอย่างเห็นได้ชัด ส่วนถุงชาที่ทำจากเซลลูโลสหรือวัสดุคล้ายกระดาษอาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ผู้บริโภคควรตรวจสอบฉลากและข้อมูลจากผู้ผลิต เนื่องจากถุงบางชนิดอาจมีส่วนประกอบพลาสติกเคลือบอยู่

  • เลือกชาใบหรือถุงชาที่ระบุว่าไม่มีพลาสติก หากเป็นไปได้
  • ตรวจสอบข้อมูลวัสดุของถุงชาและหลีกเลี่ยงถุงตาข่ายพลาสติก
  • ไม่ควรแช่ถุงชานานเกินคำแนะนำ เพราะความร้อนและเวลาที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพมากขึ้น
  • เก็บชาในภาชนะสะอาด ปิดสนิท และลดการสัมผัสกับบรรจุภัณฑ์พลาสติกโดยไม่จำเป็น
  • ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานด้านอาหารและผู้ผลิตที่มีมาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้มีข้อจำกัดสำคัญ เพราะเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบอนุภาคขนาดใหญ่กว่า 100 ไมโครเมตร จึงอาจไม่ครอบคลุมไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่านั้น รวมถึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าปริมาณที่พบจะส่งผลต่อสุขภาพของคนทุกคนในระดับใด นักวิจัยเองระบุว่าความเสี่ยงต่อการรบกวนฮอร์โมนและพิษต่อระบบสืบพันธุ์จากปริมาณที่ตรวจพบอาจอยู่ในระดับต่ำ แต่การได้รับซ้ำเป็นเวลานานยังเป็นประเด็นที่ควรศึกษาเพิ่มเติม

สำหรับผู้บริโภคทั่วไป การเปลี่ยนจากถุงชาพลาสติกมาเป็นชาใบหรือถุงชาที่ใช้วัสดุปลอดพลาสติกถือเป็นขั้นตอนง่าย ๆ ที่ช่วยลดการสัมผัสอนุภาคจากบรรจุภัณฑ์ได้ แม้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอให้ต้องตื่นตระหนก แต่การเลือกวัสดุที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ข้อคิดสำคัญ: ครั้งต่อไปที่ชงชา ลองสังเกตว่าถุงชาทำจากอะไร เพราะการเลือกชาใบหรือถุงชาที่ไม่มีพลาสติกอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ช่วยลดการรับไมโครพลาสติกในชีวิตประจำวันได้

ที่มา – Plastic Tea Bags Steep Thousands of Microplastics Into Every Cup—and That’s Not All

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *