ตร. เปิดแผนประทุษกรรม 2 เรือน้ำมันไทยจอดกลางทะเลประวิงเวลาน้ำมันขึ้น รับกำไรข้ามคืน 48 ล้านบาท ยอดน้ำมันเฉียด 10 ล้านลิตร

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้เรามีข่าวร้อนที่ทำให้หลายคนต้องตะลึงกันเลยทีเดียว นั่นคือ ตร. เปิดแผนประทุษกรรม 2 เรือน้ำมันไทยจอดกลางทะเลประวิงเวลาน้ำมันขึ้น รับกำไรข้ามคืน 48 ล้านบาท ยอดน้ำมันเฉียด 10 ล้านลิตร เรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตน้ำมันที่ทำให้ราคาพุ่งกระฉูด ผู้ประกอบการบางรายฉวยโอกาสเก็งกำไรแบบเนียนๆ แต่โดนตำรวจจับได้คาหนังคาเขน ผมในฐานะคนติดตามข่าวเศรษฐกิจและพลังงานมานาน จะเล่าให้ฟังแบบละเอียดยิบ พร้อมวิเคราะห์ให้เข้าใจง่ายๆ ครับ

ตร. เปิดแผนประทุษกรรม 2 เรือน้ำมันไทยจอดกลางทะเลประวิงเวลาน้ำมันขึ้น รับกำไรข้ามคืน 48 ล้านบาท ยอดน้ำมันเฉียด 10 ล้านลิตร

เรื่องราวเริ่มต้นจากวันที่ 21 เมษายน เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง (ศปนม.ตร.) ได้แถลงข่าวใหญ่โต เกี่ยวกับการตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัย 2 ลำ ในอ่าวไทย สืบเนื่องจากปัญหาขาดแคลนน้ำมันทั่วประเทศช่วง 21-25 มีนาคม 2569 ที่เกิดจากเหตุปิดช่องแคบฮอร์มุส ทำให้ราคาน้ำมันผันผวนหนัก

เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำบุกตรวจเรือทั้ง 2 ลำ เมื่อ 25-26 เมษายน บริเวณกลางทะเลอ่าวไทย พบว่าเรือรับน้ำมันจากโรงกลั่นระยอง เพื่อส่งไปคลังน้ำมันในกรุงเทพฯ และสุราษฎร์ธานี แต่… สิ่งที่ผิดปกติคือ การเดินเรือช้ามาก ล่าช้ากว่ากำหนด โดยเฉพาะช่วง 24-26 มีนาคม ที่ตรงกับวันที่รัฐบาลลอยตัวราคาน้ำมันขึ้น 6 บาทต่อลิตรพอดี! นี่แหละครับ แผนประวิงเวลาเพื่อรอราคาขึ้น แล้วขายได้กำไรมหาศาล

กำไร 48 ล้านบาท จากน้ำมันเกือบ 10 ล้านลิตร

หากพิสูจน์ว่าผิดจริง เรือทั้งคู่จะได้กำไรข้ามคืนถึง 48 ล้านบาท จากปริมาณน้ำมันเกือบ 10 ล้านลิตร ลองคิดดูสิครับ ราคาขึ้นแค่ 6 บาทต่อลิตร กำไรรวมเกือบ 60 ล้าน แต่หักค่าใช้จ่ายเหลือ 48 ล้าน แบบนี้ถือเป็นประทุษกรรมชัดๆ ต่อผู้บริโภคที่กำลังลำบากอยู่แล้ว

  • พฤติการณ์ผิดปกติ: เดินเรือช้ากว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงราคาขึ้น
  • ข้อมูลหลักฐาน: เอกสารขนส่ง, ระบบ GPS ติดตามเรือ, พยานแวดล้อม
  • โทษร้ายแรง: ประวิงจำหน่ายสินค้าควบคุม โทษจำคุกสูงสุด 7 ปี หรือปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.อ.ธัชชัย ย้ำชัดว่ากำลังรวบรวมหลักฐานทั้งหมด เพื่อดูว่ามีเหตุผลสมควรหรือไม่ นี่ไม่ใช่แค่จับเรือ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการคุมเข้มเส้นทางขนส่ง ป้องกันเก็งกำไรและลักลอบส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน ตรวจทั้งโรงกลั่นและคลังน้ำมันทั่วประเทศ ถ้าผิดเด็ดขาดแน่นอนครับ

วิเคราะห์เบื้องหลัง: ทำไมแผนนี้ถึงร้ายแรง?

จากประสบการณ์ผมที่ตาม dõiตลาดพลังงานมานับสิบปี บอกเลยว่าในช่วงวิกฤตแบบนี้ ผู้ประกอบการมักหาช่องโหว่เก็งกำไร โดยเฉพาะน้ำมันที่เป็นสินค้าควบคุม กรณีนี้เหมือนละครน้ำมันเลยครับ จอดเรือกลางทะเลรอราคาขึ้น เหมือนรอฟ้าผ่าแต่ตั้งใจ! ผลกระทบต่อประชาชนคือราคาน้ำมันแพงขึ้น สถานีบริการขาดแคลน สุดท้ายเงินในกระเป๋าเราหายไปเปล่าๆ

เทรนด์ที่เห็นชัดในปัจจุบันคือ การใช้เทคโนโลยี GPS และ AI ติดตามเรือแบบเรียลไทม์ ช่วยตำรวจจับผิดได้เร็วขึ้น ถ้าไม่มีเทคโนโลยีนี้ แผนประวิงนี้อาจสำเร็จไปแล้ว ผมมองว่าภาครัฐต้องลงทุนด้านเทคมากกว่านี้ เพื่อป้องกันตั้งแต่ต้นทาง

สรุปแล้ว เรื่อง ตร. เปิดแผนประทุษกรรม 2 เรือน้ำมันไทยจอดกลางทะเลประวิงเวลาน้ำมันขึ้น รับกำไรข้ามคืน 48 ล้านบาท ยอดน้ำมันเฉียด 10 ล้านลิตร เป็นเครื่องเตือนใจว่าความโลภอาจพังทั้งระบบ ตอนนี้เราควรติดตามผลสอบสวนต่อไป และสนับสนุนมาตรการคุมเข้ม ถ้าคุณเจอราคาน้ำมันผิดปกติ รายงานเลยนะครับ จะได้ช่วยกันรักษาความเป็นธรรม

คำแนะนำจากผม: ในยุคที่ราคาพลังงานผันผวนแบบนี้ ลองหันมาใช้รถ EV หรือประหยัดน้ำมันกันดีกว่า อนาคตเทคโนโลยีแบตเตอรี่จะช่วยลดปัญหาแบบนี้ได้เยอะ CTA: กดติดตามบล็อกนี้เพื่ออัพเดทข่าวเศรษฐกิจและเทคที่เกี่ยวข้อง ไม่พลาดทุกดราม่า!

ที่มา – ตร. เปิดแผนประทุษกรรม 2 เรือน้ำมันไทยจอดกลางทะเลประวิงเวลาน้ำมันขึ้น รับกำไรข้ามคืน 48 ล้านบาท ยอดน้ำมันเฉียด 10 ล้านลิตร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *