ซาบีดาย้ำ ‘สงกรานต์ไทย’ ขึ้นทะเบียน UNESCO แล้วตั้งแต่ปี 2566 ไม่กระทบกรณีกัมพูชาเตรียมเสนอปี 2570
สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้อ่านที่ชื่นชอบเรื่องวัฒนธรรมและข่าวบันเทิง! ช่วงนี้มีข่าวร้อนๆ เกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ไทยที่หลายคนกังวลใจ เพราะมีกระแสว่ากัมพูชาจะเอา ‘Mohasangkran’ หรือปีใหม่ขอมเข้าทะเบียน UNESCO แต่ไม่ต้องเป็นห่วงเลยนะครับ วันนี้เรามีข้อมูลชัดๆ มาอัปเดตให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมที่ติดตามมานาน
ซาบีดาย้ำ ‘สงกรานต์ไทย’ ขึ้นทะเบียน UNESCO แล้วตั้งแต่ปี 2566 ไม่กระทบกรณีกัมพูชาเตรียมเสนอปี 2570
ใช่แล้วครับ ซาบีดาย้ำ ‘สงกรานต์ไทย’ ขึ้นทะเบียน UNESCO แล้วตั้งแต่ปี 2566 ไม่กระทบกรณีกัมพูชาเตรียมเสนอปี 2570 แบบเต็มตัว! วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ออกมาชี้แจงด้วยตัวเองเลยว่า ข่าวที่กัมพูชาเตรียมเสนอประเพณีปีใหม่ขอมของพวกเขานั้นเป็นเรื่องจริงตามสื่อ แต่ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อสถานะของสงกรานต์ไทย เพราะเราขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมนิเวศนาการที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage) เรียบร้อยตั้งแต่ปี 2566 และมีผลบังคับใช้สมบูรณ์แบบแล้ว
สิ่งสำคัญที่หลายคนอาจไม่รู้คือ การขึ้นทะเบียน UNESCO ไม่ใช่การผูกขาดความเป็นเจ้าของนะครับ มันเป็นการยอมรับคุณค่าทั่วโลกให้กับประเพณีที่คล้ายคลึงกันได้เลย โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเราๆ ที่มีวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกัน เช่น สงกรานต์ในไทย พิสมัย ในลาว 或是 Thingyan ในพม่า ล้วนมีรากฐานคล้ายกันแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละชาติ นี่คือเสน่ห์ของมรดกโลกที่ส่งเสริมความหลากหลาย ไม่ใช่การแย่งชิง!
ทำไมสงกรานต์ไทยถึงสมควรได้ UNESCO?
สงกรานต์ไทยไม่ใช่แค่งานเล่นน้ำสาดกันสนุกๆ นะครับ มันเป็นประเพณีเก่าแก่กว่า 700 ปี ที่รวมศาสนา ครอบครัว และชุมชนเข้าด้วยกัน ตั้งแต่พิธีรดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ ทำบุญตักบาตร จนถึงการละเล่นอย่างสาดน้ำขอพร ซึ่งสะท้อนปรัชญาชีวิตแบบไทยๆ ‘น้ำใจ’ และ ‘การเริ่มต้นใหม่’ ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีอย่าง VR และ AR กำลังมาแรง การมี UNESCO ช่วยให้เราสามารถโปรโมทสงกรานต์ไทยผ่านแอปพลิเคชันเสมือนจริง สร้างประสบการณ์สงกรานต์ออนไลน์ให้คนทั่วโลกได้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เห็นมั้ยครับ วัฒนธรรมไทยเจ๋งแค่ไหน!
- ข้อดีของการขึ้นทะเบียน: เพิ่มมูลค่าท่องเที่ยว เศรษฐกิจหมุนเวียนหลายหมื่นล้านต่อปี
- ตัวอย่างประเทศอื่น: เกาหลีมีฮันบก ญี่ปุ่นมีโนะ แต่ไทยเรามีสงกรานต์ที่สนุกที่สุด!
- อนาคตสดใส: ไทยยังมีแผนเสนอมรดกเพิ่มอีกเพียบ
นอกจากนี้ ซาบีดายังเผยว่าไทยมีลิสต์รอเสนออีกหลายรายการ เช่น ชุดไทย ที่จะเข้าพิจารณาปลายปี 2569, มวยไทย, ผ้าขาวม้า, และ ลอยกระทง ซึ่งแต่ละอย่างล้วนเป็นไอคอนวัฒนธรรมไทยแท้ๆ รัฐบาลสั่งการให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมสื่อสารข้อมูลถูกต้อง สร้างความเข้าใจให้ประชาชน และติดตามความเคลื่อนไหวของกัมพูชาอย่างใกล้ชิด แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยเดินหน้าปกป้องทุนวัฒนธรรมแบบเชิงรุกจริงจัง
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: เทรนด์วัฒนธรรมในยุค Tech
จากประสบการณ์ติดตาม UNESCO มานับสิบปี ผมมองว่ากรณีนี้เป็นโอกาสทองสำหรับไทยมากกว่าปัญหา ในยุคที่ TikTok และ Metaverse กำลังครองโลก การมีสถานะ UNESCO ช่วยให้เนื้อหาไทยไวรัลง่ายขึ้น เช่น คลิปเต้นรำสงกรานต์หรือเกมมือถือธีมสงกรานต์ จะโดดเด่นใน search engine ทั่วโลก แถมยังกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่ภาคภูมิใจในมรดกบรรพบุรุษ ไม่ปล่อยให้วัฒนธรรมจางหายไปกับ globalization
สรุปแล้ว ซาบีดาย้ำ ‘สงกรานต์ไทย’ ขึ้นทะเบียน UNESCO แล้วตั้งแต่ปี 2566 ไม่กระทบกรณีกัมพูชาเตรียมเสนอปี 2570 ชัดเจนขนาดนี้ เราไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว! ปีนี้มาฉลองสงกรานต์ไทยกันให้เต็มที่ สาดน้ำด้วยน้ำใจ สร้างความทรงจำดีๆ และช่วยโปรโมทผ่านโซเชียลให้โลกได้รู้จักวัฒนธรรมเรามากขึ้นนะครับ หากชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์และกดไลค์ สนับสนุนให้เรานำข่าวดีๆ มาอีก!
ที่มา – ซาบีดาย้ำ ‘สงกรานต์ไทย’ ขึ้นทะเบียน UNESCO แล้วตั้งแต่ปี 2566 ไม่กระทบกรณีกัมพูชาเตรียมเสนอปี 2570