‘ชัชชาติ’ รับเครียดสุดคือปมหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว เสนอโอนคืนรัฐบาลทำตั๋วร่วม เผยจ่ายหนี้ 6 หมื่นล้านคือเมกะโปรเจกต์
สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันแบบชิลๆ เรื่องการเมืองกรุงเทพฯ ที่ใกล้ตัวเรามากๆ นะ โดยเฉพาะปัญหารถไฟฟ้าที่เรานั่งกันทุกวัน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ที่หลายคนชื่นชอบเพราะสไตล์ทำงานจริงจังแต่เป็นกันเอง ได้เปิดใจในสัมภาษณ์กับ THE STANDARD เมื่อ 7 พฤษภาคม 2567 ใกล้ครบ 4 ปีในตำแหน่งแล้ว บอกเลยว่าปัญหาที่ทำให้เครียดสุดๆ จนกระทบการนอนคือ ‘ชัชชาติ’ รับเครียดสุดคือปมหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว เสนอโอนคืนรัฐบาลทำตั๋วร่วม เผยจ่ายหนี้ 6 หมื่นล้านคือเมกะโปรเจกต์ มาฟังกันว่ามันเป็นยังไง
‘ชัชชาติ’ รับเครียดสุดคือปมหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว เสนอโอนคืนรัฐบาลทำตั๋วร่วม เผยจ่ายหนี้ 6 หมื่นล้านคือเมกะโปรเจกต์
ชัชชาติเล่าว่า ปัญหาหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว (BTS) มันหนักหน่วงมาก เพราะเป็นภาระที่ตกทอดมาจากชุดบริหารก่อนๆ มีทั้งกฎหมายและคำสั่งศาลบังคับให้ทำตาม แถมทุกบาทที่ใช้คือภาษีประชาชน ต้องระวังสุดๆ นอกจากนี้ยังกังวลเรื่องความโปร่งใส เช่น กรณีซื้อเครื่องออกกำลังกายที่ทำให้ทีมเครียดกันทั้งoffice
มาดูโครงสร้างปัญหากันชัดๆ สายสีเขียวแบ่งเป็นส่วนหลัก (ไข่แดง) ที่เอกชนลงทุน กำหนดค่าโดยสาร สิ้นสุดสัมปทานปี 2572 จากนั้น กทม. จะได้รายได้เต็มๆ แต่ปัญหาใหญ่คือส่วนต่อขยาย เหนือไปคูคต-ลำลูกกา และใต้ไปแบริ่ง-สมุทรปราการ ที่ทำสัญญา O&M (เดินรถ-ซ่อมบำรุง) กับเอกชนยาวถึงปี 2585
ศาลปกครองสั่งให้จ่ายตามสัญญา แต่รายได้ค่าโดยสารไม่พอจ่ายค่าจ้างที่แพงหูฉี่ ทำให้ กทม. ขาดทุนยับ! ชัชชาติเสนอทางออก เมื่อปี 2572 สัมปทานหมด กทม. จัดการค่าโดยสารเองได้ ลดภาระได้บ้าง แต่สุดยอดคือให้ รัฐบาลรับโอนโครงการคืน เพื่อทำตั๋วร่วมทั่วประเทศ ประหยัด scale ใหญ่ อัตราค่าโดยสารถูกขึ้น ประชาชนสุขใจ
ภาระงบประมาณมหาศาล: 6 หมื่นล้านคือเมกะโปรเจกต์จริงๆ
กทม. มีงบปีละ 90,000 ล้าน แต่ต้องกัน 10,000 ล้าน (กว่า 10%) จ่ายค่าเดินรถ นี่แหละที่ชัชชาติบอกว่า "การจ่ายหนี้ 60,000 ล้านบาทของสายสีเขียวคือเมกะโปรเจกต์ใหญ่สุดในยุคนี้ ไม่มีท้องถิ่นไหนแบกได้เท่า" เพื่อนๆ ที่นั่ง BTS ทุกวัน คงรู้ดีว่ามันสะดวกแค่ไหน แต่เบื้องหลังคือการต่อสู้เรื่องเงินแบบนี้
ในมุมเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ รถไฟฟ้าคือส่วนหนึ่งของ smart city ถ้าทำตั๋วร่วมได้ จะเชื่อม app Rabbit, MTR, BEM เข้าด้วยกัน สแกนจ่ายทีเดียว ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ เหมือน Netflix รวมคอนเทนต์ทุกอย่างในแอปเดียว สนุกและสะดวก! ชัชชาติยังย้ำเรื่องป้องกันคอร์รัปชัน ทุกโครงการต้องโปร่งใส เพื่อให้เงินภาษีไปถึงประชาชนจริงๆ
- ปัญหาหลัก: สัญญา O&M ยาว ขาดทุนจากส่วนต่อขยาย
- ทางออกระยะสั้น: รอปี 2572 จัดการค่าโดยสารเอง
- ทางออกยั่งยืน: โอนให้รัฐ ทำตั๋วร่วม ประหยัดงบ
จากประสบการณ์ติดตามข่าวการเมืองและเทคโนโลยีเมือง ผมเห็นว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่ กทม. แต่กระทบทั้งประเทศ ถ้ารถไฟฟ้าทุกสายเชื่อมต่อดี จะลดรถติด ลดมลพิษ สนับสนุน EV และ ride-sharing apps อย่าง Grab ได้ดีขึ้น ในอนาคตเทรนด์คือ integration ระบบขนส่งด้วย AI ทำนายคนใช้ จัดตารางรถอัตโนมัติ
ส่วนตัวผมคิดว่านี่คือโอกาสทองให้รัฐบาลช่วยท้องถิ่น แก้ปัญหา legacy debt แล้วผลักดัน Thailand 4.0 จริงจัง เพื่อนๆ ลองคิดดู ถ้าตั๋วร่วมทำได้ คุณจะประหยัดเงินเดือนเท่าไหร่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ได้นะ และติดตามอัปเดตข่าวกรุงเทพฯ กับเรา!