กองทัพภาคที่ 2 เร่งช่วยคนไทยถูกกัมพูชาจับ หลังลอบเข้าชายแดนช่องตาเล็งหาของป่า
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้ผมมีเรื่องราวจากชายแดนไทย-กัมพูชาที่น่าติดตามมากเลยนะครับ โดยเฉพาะข่าว กองทัพภาคที่ 2 เร่งช่วยคนไทยถูกกัมพูชาจับ หลังลอบเข้าชายแดนช่องตาเล็งหาของป่า ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลช่วงนี้ เรื่องแบบนี้มันชวนให้คิดถึงความเสี่ยงของการหาของป่าแถวชายแดนจริงๆ ครับ แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว ทำให้ครอบครัวโล่งใจได้บ้าง มาฟังรายละเอียดกันเลยดีกว่าครับ
กองทัพภาคที่ 2 เร่งช่วยคนไทยถูกกัมพูชาจับ หลังลอบเข้าชายแดนช่องตาเล็งหาของป่า
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2569 ชายไทยวัย 58 ปี ชื่อนายโยชน์ สายน้อย ชาวบ้านหมู่ 7 ตำบลกันตรวจระมวล อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ผู้มีอาชีพหาของป่าเป็นหลัก ได้ขับรถจักรยานยนต์ซูซูกิ สแมช สีดำ ทะเบียน ขกต 772 สุรินทร์ ออกจากบ้านเวลา 18.00 น. เพื่อไปหาของป่าตามแนวชายแดนบริเวณช่องตาเล็ง อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ แต่แล้วก็หายตัวไปปริศนา นานกว่า 15 วัน! ครอบครัวและญาติตกใจมากครับ ปกติคุณโยชน์จะเข้าป่าแค่ 1-2 วันก็กลับแล้ว
ญาติอย่างน้าสาว “วิภารัตน์ ทองท่าเส็ง” ได้โพสต์ประกาศตามหาผ่านเฟซบุ๊ก “Wiparat Thongsaysorn” ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2567 ทำให้โลกออนไลน์แชร์กันหนาหู ภรรยา “กันนิกา หอมขจร” ก็รีบเข้าแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจภูธรกาบเชิง เมื่อ 29 เมษายนทันที หน่วยงานความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ไม่รอช้า จัดชุดทำงานลงพื้นที่ตรวจสอบทันที
การตรวจสอบและการประสานงานข้ามชาติ
วันที่ 4 พฤษภาคม กองกำลังสุรนารีได้รับแจ้งจากตำรวจท้องที่ จึงรีบประสานไปยังฝ่ายกัมพูชาผ่าน พ.อ.โปว เพง หัวหน้าหน่วยประสานงานกัมพูชา-ไทย ประจำโอรเสม็ด ผลคือ! ฝ่ายกัมพูชายืนยันว่านายโยชน์ลักลอบข้ามแดนจริง ถูกจับกุมข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย และส่งดำเนินคดีที่จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา แต่ข่าวดีคือคุณโยชน์ยังปลอดภัยดีครับ
แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งการทันทีให้ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ใช้กลไกชุดประสานงานชายแดน เร่งช่วยเหลือ พล.ต.บุญเสริม เผยว่าพึ่งได้รับแจ้งจากเพจ “คุณอ้อ ไพรัช” และตำรวจพื้นที่ ซึ่งอำเภอปราสาทห่างชายแดน 40 กม. หลังประสาน ฝ่ายกัมพูชาโทรยืนยันตอนเช้าวันที่ 10 พฤษภาคม ว่าคุณโยชน์อยู่จังหวัดอุดรมีชัยและปลอดภัย เจ้าหน้าที่ไทยจึงรีบไปแจ้งครอบครัวให้โล่งใจทันที
ไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญ
- 25 เม.ย. 2569: นายโยชน์ออกจากบ้านไปหาของป่า
- 29 เม.ย.: ภรรยาแจ้งความคนหาย
- 30 เม.ย.: ญาติโพสต์เฟซบุ๊กตามหา
- 4 พ.ค.: กองกำลังสุรนารีประสานกัมพูชา ยืนยันถูกจับ
- 10 พ.ค.: แจ้งครอบครัวว่าปลอดภัย กองทัพภาคที่ 2 เร่งรับตัวกลับ
จากประสบการณ์ของผมที่ติดตามข่าวชายแดนมานาน ช่องตาเล็งเป็นจุดเสี่ยงเพราะแนวป่าทึบ ของป่าอุดมสมบูรณ์ แต่กฎหมายเข้มงวดทั้งสองฝ่าย การลอบข้ามอาจเจอปัญหาแบบนี้ได้ง่ายๆ ในยุคที่เทคโนโลยีช่วยได้เยอะ เช่น การใช้โซเชียลมีเดียประกาศหาคนหายแบบญาติคุณโยชน์ หรือแอปติดตาม GPS บนมือถือที่ชาวบ้านควรพกติดตัวเวลาออกป่า (ลองนึกถึง gadget tech สมัยนี้สิครับ ช่วยชีวิตได้จริง!)
ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาในปัจจุบันดีขึ้นมาก มีกลไกประสานงานชายแดนที่ทำงานได้ผล แสดงให้เห็นว่าระบบนี้มีประสิทธิภาพ แต่ก็เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกคน อย่าลอบข้ามแดนเด็ดขาดนะครับ ถ้าต้องการหาของป่า ให้ประสานเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก่อนเสมอ
สุดท้าย ผมคิดว่าข่าวนี้เป็นเทรนด์ที่น่าสนใจในปีนี้ เพราะโซเชียลช่วยเร่งกระบวนการช่วยเหลือได้เร็วขึ้น ถ้าเพื่อนๆ มีประสบการณ์คล้ายๆ นี้ แชร์มาในคอมเมนต์ได้เลยครับ! และโปรดติดตามอัปเดตการรับตัวคุณโยชน์กลับไทย อย่าลืมแชร์ข่าวนี้เพื่อเตือนภัยให้คนอื่นด้วยนะ
ที่มา – กองทัพภาคที่ 2 เร่งช่วยคนไทยถูกกัมพูชาจับ หลังลอบเข้าชายแดนช่องตาเล็งหาของป่า