กรวีร์ชี้ร่างภูมิใจไทยถอดโมเดลปี 40: ทำได้จริง ไม่เสี่ยง ไม่ขัดแย้ง

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออีกครั้ง กับการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงร่างของพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังถูกจับตามองในแง่มุมต่างๆ

ในการประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อวันที่ 14-15 ตุลาคม 2568 ได้มีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 เพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวถึงหลักการและเหตุผลของร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอโดย อนุทิน ชาญวีรกูล ว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 มีข้อจำกัดในการแก้ไขเพิ่มเติม ทำให้ไม่ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้องแก้ไขมาตราดังกล่าว และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น

กรวีร์ยังกล่าวว่า วันที่ 14 ตุลาคม ถือเป็นวันเริ่มต้นสร้างประวัติศาสตร์ประชาธิปไตย และเป็นการปลดล็อกรัฐธรรมนูญที่เป็นผลพวงจากรัฐประหาร เพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตยที่เป็นที่ยอมรับของคนไทยทั้งประเทศ

สำหรับจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยที่ถูกมองว่าถ่วงการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น กรวีร์ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นผู้เสนอให้มีการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อเปิดทางไปสู่การจัดตั้ง สสร. และยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้จะอยากเห็น สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง แต่ก็ต้องเคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญคือ การหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในสังคม โดยจะไม่แก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 และยึดหลักการ “เข้าใจง่าย ทำได้จริง และไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ”

กรวีร์ชี้ร่างภูมิใจไทยถอดโมเดลปี 40

กรวีร์ได้อธิบายถึงสาระสำคัญของร่างพรรคภูมิใจไทย ในส่วนเพิ่มเติม 15/1 ว่า มีเพียง 23 มาตรา และนำรูปแบบมาจากร่างรัฐธรรมนูญปี 2539 ซึ่งเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของประเทศไทย

“เราจะร่างกติกาใหม่ของประเทศ บนเงื่อนไขเวลาที่มีข้อจำกัดของสภาชุดนี้เพียงไม่กี่เดือน สิ่งที่เราเสนอต่อรัฐสภาชุดนี้จะทำได้จริง เพราะเคยทำมาแล้วในอดีตที่ผ่านมา” กรวีร์กล่าว

ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กรวีร์กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยขอฟังความคิดเห็นของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนก่อน รวมถึงรูปร่างหน้าตาของ สสร. ซึ่งพรรคไม่ได้ติดขัดในหลักการ แต่มีความแตกต่างในวิธีการ

กรวีร์ยังตั้งข้อสังเกตว่า ร่างของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน มีความซับซ้อน ทำได้จริงหรือไม่ และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ของสังคมไทย รวมถึงอาจขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน และไม่ได้กำหนดเขตห้ามแก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2

กรวีร์กล่าวว่า หากมีการตีความกฎหมายแบบเข้าข้างตนเองเกินไป อาจทำให้ความพยายามครั้งนี้ล้มเหลวได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่พรรคภูมิใจไทยอาจจะรับในหลักการ แต่ต้องการให้ร่างของพรรคตนเองเป็นร่างหลักในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ กรวีร์หวังเห็นความร่วมมือจากทุกฝ่าย และมองโลกในความเป็นจริง เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าไปสู่ความฝันร่วมกันได้

ทำไมร่างภูมิใจไทยถึงน่าสนใจ?

  • ความเรียบง่ายและความชัดเจน: ร่างของพรรคภูมิใจไทยเน้นความเข้าใจง่ายและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
  • อิงโมเดลที่เคยสำเร็จ: การถอดแบบจากรัฐธรรมนูญปี 40 ที่เคยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง เป็นการลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการได้รับความเห็นชอบ
  • หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง: การไม่แก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 เป็นการป้องกันประเด็นที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม

แล้วอนาคตจะเป็นอย่างไร? การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ร่างของพรรคภูมิใจไทยถือเป็นข้อเสนอหนึ่งที่น่าสนใจ ด้วยแนวทางที่เน้นความเรียบง่ายและหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม การจะประสบความสำเร็จได้นั้น ขึ้นอยู่กับการเจรจาและการประนีประนอมระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน

ในฐานะประชาชน สิ่งที่เราทำได้คือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

กรวีร์ชี้ร่างภูมิใจไทยถอดโมเดลปี 40 เป็นแนวทางที่น่าสนใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่สุดท้ายแล้วความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย

ปิดท้ายข่าวด้วยคำว่า ที่มา – กรวีร์ ชี้ร่างภูมิใจไทยถอดโมเดลปี 40 ทำได้จริง-ไม่เสี่ยง-ไม่ขัดแย้ง เบรกร่างเพื่อไทย-ปชน. หวั่นซับซ้อน ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *