‘อนุทิน’ ส่งทนายฟ้องหมิ่นประมาท ‘ยิ่งชีพ iLaw’ ปมกล่าวหาพาดพิงขบวนการฮั้ว สว. ยืนยันไม่ใช่การฟ้องปิดปาก

ประเด็นการเมืองและสิทธิในการแสดงความคิดเห็นกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า ‘อนุทิน’ ส่งทนายฟ้องหมิ่นประมาท ‘ยิ่งชีพ iLaw’ ปมกล่าวหาพาดพิงขบวนการฮั้ว สว. ยืนยันไม่ใช่การฟ้องปิดปาก โดยคดีนี้เกี่ยวข้องกับการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนและข้อกล่าวหาที่พาดพิงถึงบทบาทของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในประเด็นการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจจากนายอนุทิน เดินทางเข้ายื่นฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา สาเหตุสำคัญมาจากการให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ซึ่งฝ่ายผู้ร้องเห็นว่ามีเนื้อหากล่าวหาหรือพาดพิงนายอนุทินในลักษณะที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

‘อนุทิน’ ส่งทนายฟ้องหมิ่นประมาท ‘ยิ่งชีพ iLaw’ ปมกล่าวหาพาดพิงขบวนการฮั้ว สว. ยืนยันไม่ใช่การฟ้องปิดปาก

หลังการยื่นฟ้อง ทนายความเปิดเผยว่า นายอนุทินได้มอบอำนาจให้ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ดำเนินการ ก่อนที่ศุภชัยจะมอบหมายให้ทนายความเข้ายื่นฟ้องต่อศาลอาญาในวันนี้ ขั้นตอนต่อไปคือการไต่สวนมูลฟ้อง ซึ่งศาลนัดหมายไว้ในวันที่ 14 ธันวาคม 2569

ในเบื้องต้น ฝ่ายผู้ร้องเตรียมนำศุภชัยเข้าเบิกความในฐานะผู้รับมอบอำนาจ ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับพยานบุคคลและเอกสารหลักฐานอื่น ๆ ยังต้องติดตามต่อไป โดยเฉพาะหากฝ่ายจำเลยขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการฮั้วเลือกตั้ง สว. เข้ามาประกอบการพิจารณาคดี ประเด็นนี้อาจทำให้คดีมีรายละเอียดทางกฎหมายและข้อเท็จจริงที่ซับซ้อนมากขึ้น

คดีนี้แยกจากกระบวนการของ กกต. อย่างไร

ทนายความย้ำว่า คดีหมิ่นประมาทที่ยื่นต่อศาลอาญาเป็นคนละส่วนกับกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีมติส่งดำเนินคดีกับ สว. ต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง กล่าวง่าย ๆ คือ คดีหนึ่งพิจารณาเรื่องการเผยแพร่ข้อความและผลกระทบต่อชื่อเสียงของบุคคล ขณะที่อีกกระบวนการหนึ่งเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาและการดำเนินคดีตามกฎหมายเลือกตั้ง

การแยกประเด็นเช่นนี้มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจข่าว เพราะประชาชนอาจสับสนระหว่างการกล่าวหาทางการเมือง การตรวจสอบตามกระบวนการเลือกตั้ง และคดีหมิ่นประมาทในศาลอาญา ทั้งสามเรื่องอาจมีเนื้อหาบางส่วนเชื่อมโยงกัน แต่มีฐานกฎหมาย ผู้เกี่ยวข้อง และแนวทางการพิสูจน์ข้อเท็จจริงแตกต่างกัน

เหตุผลที่ฝ่ายผู้ร้องยืนยันว่าไม่ใช่ SLAPP

ประเด็นที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือคำยืนยันของทนายความว่า การฟ้องคดีนี้ไม่ใช่การฟ้องเพื่อปิดปาก หรือ SLAPP ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกการดำเนินคดีเพื่อสร้างแรงกดดันหรือทำให้ผู้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสาธารณะต้องหยุดเคลื่อนไหว ฝ่ายผู้ร้องระบุว่าไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง และมองว่าเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียงเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

อย่างไรก็ตาม การจะสรุปว่าคดีเข้าข่ายการฟ้องปิดปากหรือไม่ ยังต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงทั้งหมด ทั้งเนื้อหาของคำให้สัมภาษณ์ เจตนาของผู้พูด บริบทของการสื่อสาร ความเสียหายที่เกิดขึ้น และเหตุผลในการดำเนินคดี การที่ฝ่ายหนึ่งยืนยันว่าไม่ได้ใช้คดีเพื่อปิดปาก จึงเป็นจุดยืนของฝ่ายผู้ร้อง ขณะที่การวินิจฉัยขั้นสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับกระบวนการของศาล

  • ประเด็นแรก: ศาลจะพิจารณาว่าข้อความที่ถูกกล่าวถึงมีลักษณะเป็นการใส่ความหรือเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต
  • ประเด็นที่สอง: ต้องพิจารณาว่าข้อความดังกล่าวเผยแพร่ต่อบุคคลอื่นในลักษณะที่อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือไม่
  • ประเด็นที่สาม: บริบททางการเมืองและประโยชน์สาธารณะอาจเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาเจตนาและข้อเท็จจริง

สำหรับแนวทางหลังจากนี้ ยังไม่มีการระบุว่าจะมีการฟ้องบุคคลอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ โดยขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายอนุทิน ขณะเดียวกัน โอกาสในการไกล่เกลี่ยก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ เพราะกระบวนการทางกฎหมายเพิ่งเริ่มต้นและแต่ละฝ่ายอาจต้องประเมินท่าทีของตนเองก่อน

สำหรับผู้ติดตามข่าว การอ่านข้อมูลจากหลายแหล่งและแยกให้ชัดเจนระหว่างข้อเท็จจริงกับความเห็นถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะข่าวที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะ การเมือง และสิทธิในการแสดงความคิดเห็น ไม่ควรตัดสินจากพาดหัวข่าวเพียงอย่างเดียว แต่ควรติดตามเอกสารของศาล คำชี้แจงจากทุกฝ่าย และผลการไต่สวนในวันที่ศาลกำหนด

ในมุมมองของผู้เขียน คดีนี้สะท้อนแนวโน้มสำคัญของสังคมไทยที่การสื่อสารผ่านสื่อและแพลตฟอร์มออนไลน์อาจนำไปสู่ความรับผิดทางกฎหมายได้ง่ายขึ้น ทุกฝ่ายจึงควรตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ ใช้ถ้อยคำอย่างรอบคอบ และเปิดพื้นที่ให้กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม การติดตามข่าวอย่างมีวิจารณญาณจะช่วยให้สังคมถกเถียงประเด็นสาธารณะได้อย่างสร้างสรรค์ โดยไม่ละเลยสิทธิของผู้ถูกกล่าวถึงและเสรีภาพของผู้แสดงความคิดเห็น

ที่มา – ‘อนุทิน’ ส่งทนายฟ้องหมิ่นประมาท ‘ยิ่งชีพ iLaw’ ปมกล่าวหาพาดพิงขบวนการฮั้ว สว. ยืนยันไม่ใช่การฟ้องปิดปาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *