หน่วยงานกำกับดูแลต้องการให้ Stablecoin ใช้งานได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน

เชื่อว่าหลายคนที่ติดตามวงการคริปโทเคอร์เรนซีคงกำลังลุ้นกันสุดตัวกับนโยบายใหม่ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับ Stablecoin ซึ่งล่าสุดทางหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ได้ออกมาเผยข้อเสนอที่น่าสนใจว่า หน่วยงานกำกับดูแลต้องการให้ Stablecoin ใช้งานได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่บรรเทาความกังวลของนักลงทุนจำนวนมาก

หน่วยงานกำกับดูแลต้องการให้ Stablecoin ใช้งานได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน

ตามร่างข้อเสนอล่าสุดจากหน่วยงานต่างๆ เช่น Federal Reserve และ FinCEN ระบุว่าผู้ออกเหรียญจะต้องทำความรู้จักลูกค้า (KYC) เฉพาะในส่วนของลูกค้าโดยตรงที่ทำธุรกรรมกับผู้ออกเหรียญเท่านั้น แต่ในตลาดรอง (Secondary Market) หรือการโอนเหรียญระหว่างผู้ใช้ทั่วไปนั้น ไม่จำเป็นต้องมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลแต่อย่างใด นี่คือสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่ากฎระเบียบใหม่จะพยายามปรับให้เข้ากับโครงสร้างการเงินเดิมโดยไม่ทำลายจุดเด่นของการใช้งาน Stablecoin ในปัจจุบัน

เหตุผลที่หน่วยงานกำกับดูแลต้องการให้ Stablecoin ใช้งานได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน

ทางหน่วยงานระบุชัดเจนว่า การบังคับให้ทุกการโอนเหรียญในตลาดรองต้องมีการตรวจสอบตัวตนเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติและอาจทำให้อุตสาหกรรมล่มสลายได้ แทนที่จะทำแบบนั้น พวกเขาเลือกที่จะเน้นไปที่ความร่วมมือโดยใช้โปรแกรมตรวจสอบตัวตน (CIP) ในระดับผู้ออกเหรียญมากกว่า ซึ่งช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานทั่วไปไว้ได้ในระดับหนึ่ง

  • การยืนยันตัวตนเฉพาะจุด: ผู้ออกเหรียญมีหน้าที่ตรวจสอบผู้ที่ซื้อหรือไถ่ถอนโดยตรง
  • ตลาดรองที่เสรี: การแลกเปลี่ยนผ่าน Smart Contract ระหว่างบุคคลยังคงดำเนินไปได้โดยไม่ต้องผ่านการคัดกรองส่วนบุคคล
  • ความโปร่งใสบนบล็อกเชน: ถึงไม่มีการยืนยันตัวตนรายบุคคล แต่ข้อมูลธุรกรรมทั้งหมดบนบล็อกเชนเป็นสาธารณะ ทำให้หน่วยงานสามารถตรวจสอบกิจกรรมที่น่าสงสัยได้อย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม ในอดีตมีคำกล่าวที่น่าสนใจจากอดีตประธาน CFTC อย่าง Chris Giancarlo ที่บอกว่าเหรียญประเภทนี้ไม่ได้ให้ความเงียบในแง่ของความเป็นส่วนตัวอย่างสมบูรณ์ เพราะในยุคนี้ข้อมูลธุรกรรมคริปโทแทบจะโปร่งใสจนตรวจสอบย้อนกลับได้ง่ายผ่านบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน ดังนั้นแม้ว่าจะไม่ต้องยืนยันตัวตนแบบเข้มงวดในขั้นตอนการโอน แต่การใช้เครื่องมือติดตามธุรกรรมก็ยังคงทำงานร่วมกับกฎหมาย AML ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับอนาคตของ Stablecoin ในสหรัฐฯ แม้ตอนนี้ดูเหมือนว่าทางการจะยอมให้ระบบทำงานได้รวดเร็วเหมือนเดิม แต่เราอาจได้เห็นการถกเถียงจากฝั่งสถาบันการเงินดั้งเดิมอีกในอนาคต โดยเฉพาะการที่ผู้บริหารอย่าง Jamie Dimon จาก JPMorgan เคยให้ความเห็นว่าความเข้มงวดเรื่อง AML ควรมีมากขึ้น ดังนั้นผู้ใช้งานทุกคนควรจับตาดูกระบวนการรับฟังความคิดเห็นในช่วง 60 วันข้างหน้านี้อย่างใกล้ชิด เพราะทิศทางของกฎระเบียบอาจเปลี่ยนไปได้หากมีแรงกดดันจากกลุ่มการเงินหลักเพิ่มขึ้น

โดยสรุป การที่หน่วยงานกำกับดูแลดูเหมือนจะยอมปล่อยให้ตลาดรองดำเนินการได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องติดป้ายชื่อทุกกระเป๋าสตางค์ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญสำหรับนวัตกรรมทางการเงินดิจิทัล แต่อย่าลืมว่าความสะดวกสบายนี้มาพร้อมกับความโปร่งใสของเครือข่ายบล็อกเชนที่คุณควรตระหนักไว้เสมอครับ

ที่มา – Federal Regulators Want Stablecoins to Keep Working Without ID Checks

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *