ว่ายน้ำในน้ำเย็น ดื่มคอมบูชา เทรนด์ดูแลสุขภาพช่วงฤดูหนาว ได้ผลจริงหรือ?
สวัสดีครับ! ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน เดี๋ยวหนาว เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มมองหาวิธีดูแลสุขภาพกันแล้วใช่ไหมครับ? เห็นตามซูเปอร์มาร์เก็ตก็มีผลิตภัณฑ์เสริมภูมิคุ้มกันวางขายกันเต็มไปหมด หรือในโซเชียลมีเดียก็มีเคล็ดลับดูแลสุขภาพสารพัดวิธี แล้วเราจะเชื่ออะไรได้บ้างล่ะเนี่ย?
วันนี้เราจะมาเจาะลึกเทรนด์ดูแลสุขภาพยอดฮิตช่วงฤดูหนาวอย่าง ว่ายน้ำในน้ำเย็น ดื่มคอมบูชา เทรนด์ดูแลสุขภาพช่วงฤดูหนาว ได้ผลจริงหรือไม่? ที่กำลังมาแรง รวมถึงเคล็ดลับอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้ จะได้รู้กันไปเลยว่าอันไหนจริง อันไหนหลอก! ตามมาดูกันครับ

ว่ายน้ำในน้ำเย็น ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้จริงหรือ?
ว่ายน้ำในน้ำเย็น ดื่มคอมบูชา เทรนด์ดูแลสุขภาพช่วงฤดูหนาว ได้ผลจริงหรือไม่? เริ่มจากกระแสการว่ายน้ำในน้ำเย็นที่ฮิตสุดๆ หลายคนเชื่อว่าช่วยป้องกันการเจ็บป่วยได้ ศ.เอลีนอร์ ไรลีย์ นักภูมิคุ้มกันวิทยา บอกว่าความรู้สึก “ฟิน” หลังว่ายน้ำเย็นนั้นมีจริง แต่เกิดจากอะดรีนาลีนและเอนดอร์ฟินต่างหาก
เธอบอกว่าการว่ายน้ำในน้ำเย็นจะทำให้ระดับเม็ดเลือดขาวสูงขึ้น แต่เป็นเพราะร่างกายคิดว่าอาจมีการติดเชื้อ ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวเคลื่อนเข้าสู่กระแสเลือดเท่านั้นเอง พอเวลาผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง ระดับเม็ดเลือดขาวก็จะกลับมาสู่ระดับปกติครับ
ศาสตราจารย์ไรลีย์ยังบอกอีกว่าประโยชน์ของการว่ายน้ำในน้ำเย็นส่วนหนึ่งมาจากการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม การได้ออกไปทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่นๆ ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ตื่นตัว และเชื่อมโยงกันมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อร่างกายจริงๆ
ศ.จอห์น เทรโกนิง นักภูมิคุ้มกันวิทยาด้านวัคซีน เสริมว่า สิ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสุขภาพดีขึ้นในฤดูหนาวอาจเกิดจากปัจจัยด้านความเครียดมากกว่า การได้อยู่กลางแจ้งกับเพื่อนฝูงในบรรยากาศดีๆ ช่วยลดความเครียดได้ ซึ่งการเต้นรำ ร้องเพลง หรือวิ่ง ก็ให้ผลลัพธ์คล้ายๆ กันครับ
นอกจากนี้ การอยู่ท่ามกลางธรรมชาติยังช่วยลดความดันโลหิตและฮอร์โมนความเครียด ซึ่งส่งผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย
แล้วคอมบูชาล่ะ ช่วยได้จริงไหม?

หลายคนหันมาดื่มคอมบูชา เพราะเชื่อว่าช่วยเสริมสร้างไมโครไบโอมและระบบภูมิคุ้มกัน แต่ ดร.มาร์กาเร็ต แม็กคาร์ทนีย์ ยังตั้งข้อสงสัยว่า “มีทฤษฎีมากมายที่อธิบายว่าทำไมการมีไมโครไบโอมที่หลากหลายนั้นดีต่อร่างกาย แต่เรายังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอที่จะแนะนำให้ผู้ป่วยดื่มคอมบูชา”
ศ.เทรโกนิง เสริมว่า แม้ว่าไมโครไบโอมจะเปลี่ยนแปลงไปในระหว่างการติดเชื้อ แต่โดยทั่วไปแล้วมันจะกลับคืนสู่สภาวะเดิมหลังจากการติดเชื้อครับ
วิตามินซี วิตามินดี และเคล็ดลับอื่นๆ ล่ะ?
ดร.แม็กคาร์ทนีย์ บอกว่า หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะแนะนำให้รับประทานวิตามินซีเพื่อต่อสู้กับโรคหวัด ส่วนวิตามินรวมก็แทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย
อย่างไรก็ตาม วิตามินดีมีความแตกต่างกันเล็กน้อย เพราะมีหลักฐานบ่งชี้ว่าอาจช่วยลดการติดเชื้อทางเดินหายใจได้บ้าง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับประโยชน์ และมีเพียงผู้ที่มีวิตามินดีต่ำและมีโรคทางเดินหายใจอยู่ก่อนเท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์จริงๆ ครับ
สำหรับเครื่องดื่มผสมขมิ้นชันและขิง หรือสเปรย์พ่นจมูกสูตรพิเศษนั้น ดร.แม็กคาร์ทนีย์ บอกว่าไม่ได้ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันแต่อย่างใด
ศ.เทรโกนิง แนะนำว่า สเปรย์พ่นจมูกสามารถช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกได้ แต่สิ่งที่คุณต้องใช้คือสเปรย์น้ำเกลือธรรมดาๆ ซึ่งประกอบด้วยเกลือและน้ำเท่านั้นเอง
สิ่งที่จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้จริงๆ คืออะไร?
ผู้เชี่ยวชาญทั้งสามท่านเห็นพ้องกันว่า สิ่งที่จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างแท้จริงคือการฉีดวัคซีน โดย ศ.ไรลีย์ แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจะใช้เวลา 7-10 วันหลังจากการฉีดวัคซีนจึงจะเห็นผล
นอกจากนี้ การหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และทำกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันที่ดีได้เช่นกันครับ
สรุปแล้ว ว่ายน้ำในน้ำเย็น ดื่มคอมบูชา เทรนด์ดูแลสุขภาพช่วงฤดูหนาว ได้ผลจริงหรือไม่? อาจไม่ได้ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้โดยตรงอย่างที่เราคิด แต่การดูแลสุขภาพองค์รวม ทั้งการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการความเครียดต่างหากที่จะช่วยให้ร่างกายเราแข็งแรงพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ครับ
และที่สำคัญ อย่าลืมล้างมือให้สะอาดเป็นประจำและอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อนะครับ!
ที่มา – ว่ายน้ำในน้ำเย็น ดื่มคอมบูชา เทรนด์ดูแลสุขภาพช่วงฤดูหนาว ได้ผลจริงหรือไม่ ?
