ฤดูเฮอริเคนแอตแลนติกอาจทำลายสถิติ 175 ปี
ฤดูเฮอริเคนแอตแลนติกอาจทำลายสถิติ 175 ปี หลังจากจนถึงวันที่ 17 กันยายน 2026 ยังไม่มีเฮอริเคนก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกเลย เหตุการณ์นี้ทำให้ฤดูกาลพายุปีนี้เข้าใกล้การทำลายสถิติสำคัญที่มีข้อมูลบันทึกย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 1851 และอาจกลายเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่เงียบสงบที่สุดเท่าที่เคยมีการติดตามมา
เฮอริเคนลูกแรกที่ก่อตัวช้าที่สุดในประวัติศาสตร์ตามข้อมูลที่มีอยู่ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กันยายน 1941 หากไม่มีพายุเฮอริเคนเกิดขึ้นภายในวันที่ 17 กันยายน 2026 ปีนี้จะถือว่าทำสถิติเทียบเท่ากับปีดังกล่าวทันที และหากมีพายุเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนเป็นต้นไป ก็จะกลายเป็นเฮอริเคนลูกแรกที่ก่อตัวช้าที่สุดเป็นประวัติการณ์
ฤดูเฮอริเคนแอตแลนติกอาจทำลายสถิติ 175 ปี
ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ National Hurricane Center กำลังติดตามกลุ่มเมฆและความปั่นป่วนในบริเวณตอนกลางของมหาสมุทรแอตแลนติกกึ่งเขตร้อน ระบบดังกล่าวมีโอกาสประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ที่จะพัฒนาเป็นพายุหมุนเขตร้อนภายในหนึ่งสัปดาห์ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าไม่น่าจะจัดตัวได้ทันภายในวันที่ 17 กันยายน
แม้จะยังเหลือเวลาอีกมากก่อนสิ้นสุดฤดูกาลอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 พฤศจิกายน แต่ความล่าช้าครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ผิดปกติ นักอุตุนิยมวิทยาบางรายคาดว่าเดือนตุลาคมอาจมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการก่อตัวของพายุมากขึ้น ทั้งอากาศที่ยกตัวและความชื้นที่เพิ่มขึ้นอาจช่วยให้บริเวณตะวันตกของแอตแลนติกกลับมามีความไม่เสถียรอีกครั้ง
ทำไมฤดูเฮอริเคนแอตแลนติกอาจทำลายสถิติ 175 ปี
ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้ฤดูกาลนี้เงียบผิดปกติคือปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีกำลังแรงมาก เอลนีโญเป็นช่วงอุ่นของวัฏจักรเอลนีโญ-เซาเทิร์นออสซิลเลชัน ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลก ในช่วงดังกล่าว ลมสินค้าเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกจะอ่อนกำลังลง ทำให้น้ำทะเลอุ่นที่เคยสะสมอยู่ทางตะวันตกเคลื่อนตัวไปทางตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก
น้ำทะเลที่อุ่นขึ้นและแรงเฉือนลมแนวตั้งที่ลดลงในแปซิฟิก ช่วยสร้างเงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับพายุหมุนเขตร้อน จึงเห็นกิจกรรมพายุจำนวนมากในมหาสมุทรแปซิฟิกตลอดช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา แต่ผลกระทบในแอตแลนติกกลับตรงกันข้าม เพราะเอลนีโญเพิ่มแรงเฉือนลมแนวตั้งเหนือแอตแลนติก ทำให้พายุที่กำลังก่อตัวถูกพัดแยกส่วนและไม่สามารถพัฒนาเป็นเฮอริเคนได้ง่าย
แรงเฉือนลมแนวตั้งหมายถึงความแตกต่างของความเร็วหรือลมในแต่ละระดับความสูง หากแรงเฉือนมีมาก โครงสร้างของพายุจะเสียสมดุล อากาศร้อนชื้นที่กำลังหมุนรวมตัวจึงถูกดึงออกจากศูนย์กลาง ส่งผลให้พายุอ่อนกำลังหรือสลายตัวก่อนถึงระดับเฮอริเคน
ปัจจัยอื่นที่ทำให้แอตแลนติกเงียบสงบ
นอกจากเอลนีโญแล้ว ยังมีปัจจัยแวดล้อมอีกหลายประการที่ลดโอกาสการเกิดพายุในปี 2026 ได้แก่ การแทรกซ้ำของมวลอากาศแห้งและฝุ่นจากทะเลทรายซาฮารา มวลอากาศชนิดนี้เคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเหนือมหาสมุทรแอตแลนติกและดึงความชื้นออกจากบรรยากาศ ความชื้นถือเป็นเชื้อเพลิงสำคัญของพายุหมุนเขตร้อน เมื่ออากาศแห้งเข้าปกคลุม การก่อตัวของเมฆฝนและการหมุนเวียนภายในระบบพายุก็ทำได้ยากขึ้น
นักอุตุนิยมวิทยายังจับตาความมีเสถียรภาพของบรรยากาศเหนือแอตแลนติกที่เพิ่มขึ้นด้วย บรรยากาศที่เสถียรจะยับยั้งการยกตัวของอากาศและลดการก่อตัวของกลุ่มเมฆฝนขนาดใหญ่ แนวโน้มดังกล่าวเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงระยะยาวที่เกิดจากอุณหภูมิมหาสมุทรเขตร้อนซึ่งเพิ่มขึ้นจากกิจกรรมของมนุษย์
- เอลนีโญกำลังแรง: เพิ่มแรงเฉือนลมเหนือแอตแลนติกและขัดขวางการรวมตัวของพายุ
- ฝุ่นจากซาฮารา: ทำให้อากาศแห้งและลดความชื้นที่จำเป็นต่อการเติบโตของพายุ
- บรรยากาศมีเสถียรภาพมากขึ้น: ลดการยกตัวของอากาศและการก่อตัวของเมฆฝน
- จังหวะสภาพอากาศ: ทำให้บริเวณที่เคยเหมาะสมต่อการเกิดพายุยังไม่ทำงานพร้อมกัน
ปีนี้อาจไม่มีเฮอริเคนเลย
หากฤดูกาลจบลงโดยไม่มีเฮอริเคนแม้แต่ลูกเดียว ปี 2026 จะเข้าร่วมกลุ่มปี 1907 และ 1914 ซึ่งเป็นเพียงสองปีในบันทึกย้อนหลัง 175 ปีที่ไม่พบเฮอริเคนในแอตแลนติก อย่างไรก็ตาม การไม่มีพายุจนถึงตอนนี้ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่ชายฝั่งจะปลอดภัยตลอดทั้งฤดูกาล เพราะพายุเพียงลูกเดียวก็สามารถทวีกำลังอย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหายรุนแรงได้
สำหรับสหรัฐอเมริกา ฤดูกาลที่เงียบสงบถือเป็นข่าวดีอย่างมาก เนื่องจากเฮอริเคนที่ขึ้นฝั่งส่วนใหญ่มีต้นกำเนิดจากมหาสมุทรแอตแลนติก การไม่มีพายุจึงช่วยลดความเสี่ยงต่อบ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐาน การบาดเจ็บ และการสูญเสียชีวิต แต่ชุมชนชายฝั่งยังควรติดตามประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง เตรียมชุดฉุกเฉิน ตรวจสอบเส้นทางอพยพ และไม่ประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป
ฤดูเฮอริเคนแอตแลนติกอาจทำลายสถิติ 175 ปี แต่สถิติที่น่าจับตาไม่ควรทำให้ผู้คนประมาท แม้จะผ่านช่วงพีกของฤดูกาลมาแล้ว แอตแลนติกยังมีเวลาสร้างพายุได้อีกหลายสัปดาห์ ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาที่เชื่อถือได้และเตรียมพร้อมไว้เสมอ เพราะการเตรียมตัวล่วงหน้าคือวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสียหายเมื่อธรรมชาติเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ที่มา – This Atlantic Hurricane Season Could Break a Record That Has Stood for 175 Years
