รีวิว Lenovo Googlebook 15: ต้นทุนผู้ใช้กลุ่มแรก

ถ้าคุณกำลังมองหาแล็ปท็อปรุ่นใหม่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนคอมพิวเตอร์จากอนาคต รีวิว Lenovo Googlebook 15: ต้นทุนผู้ใช้กลุ่มแรก นี้อาจช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะนี่ไม่ใช่แล็ปท็อปที่มีปัญหาเรื่องสเปกเป็นหลัก แต่เป็นอุปกรณ์ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของระบบนิเวศใหม่ ผู้ซื้อจึงอาจต้องแลกกับบั๊ก ความไม่ลงตัว และฟีเจอร์ที่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่

Lenovo Googlebook 15 เปิดตัวในราคา 1,150 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าสูงกว่าภาพจำของ Chromebook ที่มักเน้นความคุ้มค่าและราคาเข้าถึงง่าย ตัวเครื่องมีจุดเด่นชัดเจน ทั้งหน้าจอ OLED ขนาด 15.3 นิ้ว ความละเอียด 2.8K อัตรารีเฟรช 120Hz และวัสดุที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม แต่คำถามสำคัญคือ ประสบการณ์โดยรวมคุ้มกับเงินที่จ่ายหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อระบบ Googlebook OS ยังมีข้อจำกัดหลายด้าน

รีวิว Lenovo Googlebook 15: ต้นทุนผู้ใช้กลุ่มแรก

แนวคิดของ Googlebook คือการนำความสะดวกของ Android มารวมกับประสบการณ์ใช้งานบนแล็ปท็อปขนาดใหญ่ ผู้ใช้จะได้เข้าถึงแอป Android การเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน และเครื่องมือ AI ที่ Google พยายามผลักดันเข้ามาในระบบปฏิบัติการ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ได้ในช่วงเปิดตัวกลับยังไม่ใช่ประสบการณ์ที่ราบรื่นเหมือนระบบที่ผ่านการพัฒนามาหลายปี

ดีไซน์แข็งแรงและหน้าจอสวยมาก

จุดเด่นที่สุดของ Lenovo Googlebook 15 คือหน้าจอ OLED ขนาด 15.3 นิ้ว ภาพมีสีสันสดใส ความสว่างดี และสะท้อนแสงไม่มากเกินไป ความละเอียด 2,880 x 1,800 พิกเซลบนสัดส่วน 16:10 ช่วยให้เหมาะกับการดูวิดีโอ อ่านเอกสาร และเปิดหน้าต่างทำงานหลายบาน อัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz ยังทำให้ภาพเคลื่อนไหวดูเนียนกว่าจอแล็ปท็อปราคาประหยัดทั่วไป

ฝาหลังและส่วนคีย์บอร์ดใช้วัสดุแมกนีเซียมผสมอะลูมิเนียมที่ให้สัมผัสนุ่มและดูดี ส่วนฐานใช้พลาสติกเป็นหลัก แม้การออกแบบจะดูเหมือนมีความแตกต่างระหว่างด้านบนกับด้านล่าง แต่ตัวเครื่องยังแข็งแรงมาก คีย์บอร์ดแทบไม่มีอาการยวบเมื่อกด และน้ำหนักประมาณ 2.84 ปอนด์ก็ยังพกพาได้สะดวกสำหรับแล็ปท็อปหน้าจอใหญ่

พอร์ตเชื่อมต่อถือว่าจัดมาให้เพียงพอ มี Thunderbolt 4 USB-C สองพอร์ตสำหรับชาร์จและถ่ายโอนข้อมูล USB-A, HDMI 2.1 และช่องหูฟัง จุดนี้เป็นข้อได้เปรียบเหนือ Googlebook บางรุ่นที่ใช้ชิป Snapdragon และมีพอร์ตให้เลือกน้อยกว่า

คีย์บอร์ดและแทร็กแพดใช้งานได้ แต่ยังไม่โดดเด่น

คีย์บอร์ดมีไฟพื้นหลังที่สว่างและช่วยให้พิมพ์งานในห้องมืดได้ดี แต่ระยะกดเพียง 1.3 มิลลิเมตรทำให้ปุ่มขาดความรู้สึกหนักแน่น นักเขียนหรือคนที่พิมพ์งานเป็นเวลานานอาจต้องใช้เวลาปรับตัว ส่วนแทร็กแพดแบบแฮปติกมีพื้นที่กว้างถึง 150 มิลลิเมตร จึงเลื่อนนิ้วได้สบาย แต่แรงสั่นตอบสนองค่อนข้างมาก และระบบป้องกันการสัมผัสด้วยฝ่ามือยังพลาดเป็นครั้งคราวจนเกิดการคลิกโดยไม่ตั้งใจ

Lenovo ยังเพิ่มปุ่มพิเศษหลายปุ่ม เช่น ปุ่ม G สำหรับเปิดคลังแอป ปุ่ม Quick Access สำหรับเรียกอีโมจิ คลิปบอร์ด การแปลภาษา และ Gemini รวมถึงปุ่ม Rambler สำหรับสั่งงานด้วยเสียง ฟีเจอร์เหล่านี้มีประโยชน์ในบางสถานการณ์ แต่ไม่ได้ช่วยลบข้อจำกัดพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ

การเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ Android ยังซับซ้อน

หนึ่งในฟีเจอร์ที่ Google โปรโมตมากที่สุดคือ Better Together ซึ่งช่วยให้เจ้าของโทรศัพท์ Android เปิดไฟล์หรือใช้งานบางแอปจากโทรศัพท์บน Googlebook ได้ แนวคิดนี้ฟังดูน่าสนใจ โดยเฉพาะคนที่ใช้โทรศัพท์ Pixel และต้องการทำงานต่อบนหน้าจอขนาดใหญ่

แต่ในทางปฏิบัติ ฟีเจอร์ดังกล่าวมีเงื่อนไขหลายข้อ อุปกรณ์ทั้งสองต้องอัปเดตซอฟต์แวร์และบริการที่เกี่ยวข้องให้ล่าสุด ต้องเปิด Bluetooth เชื่อมต่อ Wi-Fi เดียวกัน และอยู่ในเครือข่ายที่รองรับการสื่อสารแบบ mDNS นอกจากนี้ ช่วงเปิดตัวฟีเจอร์ยังจำกัดกับโทรศัพท์ Pixel ที่ใช้ Android เวอร์ชันที่กำหนด ทำให้ผู้ใช้ Samsung หรือโทรศัพท์ Android ยี่ห้ออื่นต้องรอการรองรับเพิ่มเติม

การเข้าถึงไฟล์บนโทรศัพท์ถือเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์จริง เพราะช่วยให้ค้นหารูปภาพหรือไฟล์ PDF ได้ง่ายขึ้นด้วยคีย์บอร์ดและเมาส์ ส่วน Continue On ช่วยเปิดงานจากโทรศัพท์ต่อบนแล็ปท็อปได้ แต่การทำงานยังไม่สม่ำเสมอ บางครั้งเปิดเอกสารได้ทันที ขณะที่อีเมลหรือปฏิทินอาจทำงานผิดพลาด การเชื่อมต่อยังมีปัญหาเมื่อใช้งานบน Wi-Fi สนามบิน โรงแรม หรือฮอตสปอตมือถือ

แอป Android ยังไม่เหมาะกับหน้าจอใหญ่

ปัญหาใหญ่ของ Googlebook OS คือแอปจำนวนมากยังถูกออกแบบมาเพื่อหน้าจอมือถือ เมื่อขยายขึ้นบนหน้าจอ 16:10 ของ Lenovo Googlebook 15 จึงเกิดพื้นที่ว่างมากเกินไป ปุ่มบางส่วนดูใหญ่ผิดสัดส่วน และเมนูหลายชั้นทำให้ใช้งานช้าลง ตัวอย่างเช่น Slack ยังให้ความรู้สึกเหมือนแอปมือถือที่ถูกขยายออกด้านข้าง ขณะที่ Instagram และแอปติดตามคอนเสิร์ตบางตัวใช้พื้นที่หน้าจอได้ไม่คุ้มค่า

Google Play Store มีการแบ่งระดับว่าแอปใดเหมาะกับเดสก์ท็อป แต่รายชื่อแอปที่ทำงานได้ดีจริงยังมีไม่มาก Google Workspace และ Netflix ให้ประสบการณ์ค่อนข้างดี ส่วน Photoshop และ CapCut เหมาะกับงานพื้นฐาน แต่ผู้ใช้จะไม่พบแอปเดสก์ท็อปเต็มรูปแบบอย่าง Blender หรือ DaVinci Resolve ความแตกต่างนี้ทำให้ Googlebook ยังไม่เหมาะกับผู้สร้างสรรค์ผลงานระดับจริงจัง

AI และ Rambler มีทั้งความหวังและความไม่แน่นอน

Rambler เป็นฟีเจอร์ที่ทำงานได้ดีที่สุดในบรรดาความสามารถใหม่ ระบบแปลงเสียงพูดเป็นข้อความสามารถตัดคำฟุ่มเฟือยอย่าง “เอ่อ” หรือ “อืม” ออกได้ค่อนข้างดี แม้ผู้ใช้ยังต้องกลับมาแก้ไขข้อความเอง แต่ก็ช่วยประหยัดเวลาในการร่างอีเมลและเอกสารได้มาก

ในทางกลับกัน เครื่องมือสร้างวิดเจ็ตด้วย AI ยังดูเหมือนฟีเจอร์ทดลอง การขอให้สร้างฟีดข่าวหรือวิดเจ็ตค้นหาร้านอาหารใกล้ตัวอาจไม่ได้ผล และแม้แต่วิดเจ็ตสภาพอากาศก็อาจพาผู้ใช้ไปยังหน้าค้นหา Google แทนการเปิดแอปโดยตรง ส่วน Magic Pointer ที่ให้เลือกข้อความหรือรูปภาพแล้วส่งต่อให้ Gemini ก็ยังตอบไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะงานที่ต้องอ่านวันที่หรือเพิ่มข้อมูลลงปฏิทิน

ประสิทธิภาพและการเล่นเกม

Lenovo Googlebook 15 ใช้ Intel Core Ultra 5 325 ซึ่งให้ประสิทธิภาพ CPU ดีกว่าแล็ปท็อป Windows บางรุ่นที่มีชิประดับใกล้เคียง และยังมีประสิทธิภาพกราฟิกเหนือกว่า Googlebook ราคาต่ำกว่าหลายรุ่น ผลทดสอบกราฟิกจึงถือว่าน่าสนใจสำหรับอุปกรณ์ในกลุ่มนี้

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ไม่สามารถนำพลังประมวลผลดังกล่าวไปใช้กับซอฟต์แวร์ได้อย่างเต็มที่ เพราะระบบยังไม่มี Steam แบบเนทีฟ และไม่มีแอปสร้างงาน 3D หรือวิดีโอระดับมืออาชีพ เกม Android บางเกมอย่าง TMNT: Shredder’s Revenge ทำงานได้ดีเมื่อใช้คีย์บอร์ดและเมาส์ แต่เกมจำนวนมากยังต้องกำหนดปุ่มควบคุมหน้าจอสัมผัสด้วยตัวเอง ทางเลือกที่เหมาะกว่าอาจเป็นการสตรีมเกมผ่านบริการอย่าง GeForce Now

แบตเตอรี่และบั๊กที่ต้องยอมรับ

อายุแบตเตอรี่ของ Lenovo Googlebook 15 อยู่ในระดับพอใช้ โดยการทำงานต่อเนื่องประมาณสี่ชั่วโมงทำให้แบตเตอรี่ลดลงเหลือ 40 เปอร์เซ็นต์ ในบางวันสามารถใช้งานได้เกือบเต็มวัน แต่ก็มีช่วงที่เครื่องใช้พลังงานมากผิดปกติ แม้เปิดโหมดประหยัดแบตเตอรี่แล้วก็ตาม ผู้ที่เดินทางบ่อยจึงควรพกอะแดปเตอร์ติดกระเป๋าไว้เสมอ

ระหว่างการทดสอบยังพบปัญหาหน้าต่างกะพริบ แอปปิดตัวเอง หน้า Chrome ทำงานผิดพลาด และบางแอปโหลดไม่ขึ้น นอกจากนี้ หน้าจอสัมผัสของเครื่องทดสอบเกิดอาการภาพค้างหรือ ghosting ตั้งแต่ช่วงแรก แม้อาจเป็นปัญหาเฉพาะเครื่อง แต่ก็ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงสำหรับสินค้าที่มีราคาสูง

สรุป: เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ใช้ Pixel ที่ต้องการทดลองฟีเจอร์ส่งต่องานระหว่างโทรศัพท์กับแล็ปท็อป
  • เหมาะกับคนที่ดูวิดีโอเป็นหลัก และต้องการหน้าจอ OLED ขนาดใหญ่ สีสวย และลื่นไหล
  • ไม่เหมาะกับนักพัฒนา ที่ต้องพึ่งแอป Linux แบบกราฟิกหรือเครื่องมือเดสก์ท็อปเต็มรูปแบบ
  • ไม่เหมาะกับเกมเมอร์ ที่ต้องการเล่นเกม PC ผ่าน Steam โดยตรง
  • ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มค่า เพราะแล็ปท็อป Windows หรือ Mac บางรุ่นในราคาใกล้เคียงอาจให้ประสบการณ์ที่สมบูรณ์กว่า

โดยสรุป รีวิว Lenovo Googlebook 15: ต้นทุนผู้ใช้กลุ่มแรก สะท้อนให้เห็นว่าเครื่องนี้มีพื้นฐานฮาร์ดแวร์ดี หน้าจอสวย ตัวเครื่องแข็งแรง และชิปมีพลังมากพอสำหรับงานทั่วไป แต่ระบบ Googlebook OS ยังไม่พร้อมสำหรับผู้ใช้ทุกกลุ่ม ความยุ่งยากของการเชื่อมต่อ แอป Android ที่ยังไม่เหมาะกับหน้าจอใหญ่ และบั๊กต่าง ๆ ทำให้ต้องถามตัวเองก่อนซื้อว่า คุณต้องการใช้งานที่ดีในวันนี้ หรืออยากลงทุนกับคำสัญญาของระบบที่จะพัฒนาในอนาคต

หากคุณใช้ Pixel อยู่แล้วและอยากเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองครั้งนี้ Lenovo Googlebook 15 อาจมีเสน่ห์พอให้ลอง แต่ถ้าต้องการแล็ปท็อปที่จบครบ ใช้งานได้เสถียร และคุ้มค่าทันที ควรรอดูการอัปเดตในอนาคตหรือเปรียบเทียบกับ Windows และ Mac รุ่นอื่นก่อนตัดสินใจ

ที่มา – Lenovo Googlebook 15 Review: The Costs of Being an Early Adopter

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *