พืชสวนโลกอุดรฯ โอกาสสร้างเกษตรมูลค่าสูง พร้อมเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน
มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 เปิดฉากขึ้นพร้อมความคาดหวังครั้งใหญ่ เพราะงานนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงนำเสนอความสวยงามของดอกไม้และการจัดสวนเท่านั้น แต่ยังถูกวางให้เป็นพื้นที่แสดงศักยภาพด้านเกษตร นวัตกรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของภาคอีสาน โดยมีระยะเวลาจัดงานประมาณ 4 เดือนครึ่ง ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว ประชาชน และผู้สนใจจากหลายพื้นที่ให้เดินทางมายังจังหวัดอุดรธานี
ประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายจับตามองคือการใช้พื้นที่และกิจกรรมภายในงานเพื่อยกระดับภาคการเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ พืชสวนโลกอุดรฯ โอกาสสร้างเกษตรมูลค่าสูง กลายเป็นแนวคิดที่น่าสนใจสำหรับทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาโอกาสในอุตสาหกรรมอาหาร สุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
พืชสวนโลกอุดรฯ โอกาสสร้างเกษตรมูลค่าสูง
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระบุว่า งานครั้งนี้เป็นเรื่องของอนาคตมากกว่าการจัดแสดงสวนทั่วไป ภายในงานมีการนำเทคโนโลยีอย่าง Smart Farming และ Precision Farm มาต่อยอด เพื่อให้เห็นว่าเกษตรกรสามารถใช้ข้อมูล ระบบอัตโนมัติ และการจัดการทรัพยากรอย่างแม่นยำมาช่วยเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนได้อย่างไร
แนวทางดังกล่าวยังเชื่อมโยงไปถึงอุตสาหกรรม Wellness และสมุนไพร ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภาคอีสานมีวัตถุดิบทางการเกษตรจำนวนมาก รวมทั้งมีภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับพืชสมุนไพร หากนำความรู้ดั้งเดิมมาผสานกับงานวิจัย เทคโนโลยีการแปรรูป และการสร้างแบรนด์ ก็สามารถพัฒนาสินค้าท้องถิ่นให้เข้าถึงตลาดที่มีกำลังซื้อสูงได้
จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ คือหัวใจของการพัฒนา
การสร้างเกษตรมูลค่าสูงไม่ได้จบแค่การปลูกพืชให้ได้ผลผลิตมากขึ้น แต่ต้องมองตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การปรับปรุงดิน การใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม การดูแลระหว่างเพาะปลูก ไปจนถึงการแปรรูป บรรจุภัณฑ์ การตลาด และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร หากทุกขั้นตอนทำงานร่วมกัน เกษตรกรก็จะมีโอกาสได้รับรายได้ที่มั่นคงกว่าเดิม และลดการพึ่งพาการขายวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว
ผู้จัดงานยังเชิญชวนเยาวชนและผู้ปกครองให้เข้ามาเรียนรู้ เพราะพื้นที่แห่งนี้อาจเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับอาชีพในอนาคต เด็กและคนรุ่นใหม่จะได้เห็นว่าเกษตรกรรมสามารถเชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การออกแบบ คอนเทนต์ดิจิทัล และธุรกิจได้อย่างลงตัว
พร้อมรับนักท่องเที่ยวบนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่
วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า พื้นที่จัดงานขนาด 1,030 ไร่มีความพร้อมทั้งอาคาร สวน และระบบอำนวยความสะดวก โดยมีรถกอล์ฟและ Shuttle Bus ให้บริการรับส่งตามจุดไฮไลต์หลัก 13 จุด เพื่อช่วยให้ผู้เข้าชมเดินทางได้สะดวกตลอดทั้งวัน
สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องสภาพอากาศร้อน ทางผู้จัดงานระบุว่าในสัปดาห์หน้าจังหวัดอุดรธานีมีแนวโน้มอากาศเย็นลงตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา จึงน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเดินทางไปชมงาน อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าชมควรเตรียมหมวก ร่ม น้ำดื่ม และรองเท้าที่เดินสบาย เพราะพื้นที่จัดงานมีขนาดกว้างและมีจุดให้เที่ยวชมจำนวนมาก
- เดินทางด้วยรถสาธารณะและลงบริเวณด้านหน้างานได้
- ใช้สะพานทางเดินเพื่อเข้าสู่พื้นที่จัดแสดง
- ใช้บริการรถกอล์ฟหรือ Shuttle Bus ตามจุดบริการหลัก
- วางแผนเส้นทางล่วงหน้าเพื่อชมจุดไฮไลต์ได้ครบ
เงินสะพัดคาดการณ์ไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท
รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประเมินว่า ตลอดช่วงการจัดงานจะมีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนโอกาสทางเศรษฐกิจที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่จัดงาน แต่ยังครอบคลุมโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน การเดินทาง และธุรกิจบริการในจังหวัดอุดรธานีและเมืองรองโดยรอบ
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือแผนการใช้พื้นที่หลังจบงาน โดยมีแนวคิดให้พื้นที่และอาคารต่าง ๆ กลายเป็นพื้นที่สาธารณะ แหล่งค้าขาย แหล่งจัดแสดงสินค้า และสถานที่เรียนรู้สำหรับประชาชน เกษตรกรจะสามารถนำสินค้าเข้ามาจำหน่าย ขณะที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นก็มีโอกาสใช้พื้นที่จัดกิจกรรมหรือสร้างเครือข่ายทางธุรกิจได้ต่อเนื่อง
แหล่งเรียนรู้แห่งอนาคตของภาคอีสาน
กัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุช พัทยา หนึ่งในผู้ร่วมจัดงาน เล่าว่าพื้นที่แห่งนี้มีความท้าทายด้านสภาพดิน จึงต้องยกดินให้สูงเพื่อช่วยให้ต้นไม้เติบโตได้ดี นอกจากนี้ยังมีการออกแบบสวนให้แตกต่างจากรูปแบบเดิม โดยนำเสนอแนวคิดแฟชั่นต้นไม้ ลวดลายพญานาค และการจัดวางพืชพรรณที่สามารถนำไปปรับใช้ในบ้านหรือพื้นที่ของผู้เข้าชมได้จริง
ตลอด 18 สัปดาห์ของการจัดงาน จะมีการหมุนเวียนต้นไม้และไม้ดอกเพื่อรักษาความสวยงาม แม้ต้องเผชิญสภาพอากาศร้อน แนวทางนี้ช่วยให้งานมีความสดใหม่และเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ ขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้เข้าชมได้เห็นตัวอย่างการดูแลสวนและการออกแบบภูมิทัศน์ในหลากหลายรูปแบบ
ในมุมมองของเรา พืชสวนโลกอุดรฯ โอกาสสร้างเกษตรมูลค่าสูง จะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อองค์ความรู้และพื้นที่จัดงานถูกต่อยอดหลังจากงานปิดลง ไม่ใช่จบเพียงภาพถ่ายหรือยอดผู้เข้าชม หากชุมชน เกษตรกร สถาบันการศึกษา และภาคธุรกิจร่วมกันใช้พื้นที่นี้อย่างต่อเนื่อง อุดรธานีก็มีโอกาสก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเกษตรนวัตกรรมและการท่องเที่ยวระดับสากลของอีสานตอนบนได้
ใครที่กำลังมองหาทริปท่องเที่ยวที่ได้ทั้งความสวยงาม ความรู้ และแรงบันดาลใจ งานนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้สัมผัสอนาคตของเกษตรไทยด้วยตัวเอง ลองชวนครอบครัวหรือเพื่อน ๆ วางแผนไปเยี่ยมชม พร้อมสนับสนุนสินค้าและผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อช่วยให้โอกาสจากมหกรรมครั้งนี้ส่งต่อไปถึงชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
