ประธานาธิบดี crypto แห่งเอลซัลวาดอร์อยู่ในอำนาจยาวหลังแก้รัฐธรรมนูญ
ประธานาธิบดี crypto แห่งเอลซัลวาดอร์อาจอยู่ในอำนาจเป็นทศวรรษ
ประธานาธิบดี crypto แห่งเอลซัลวาดอร์อยู่ในอำนาจยาวหลังแก้รัฐธรรมนูญ โดยการอนุมัติกฎหมายใหม่จากสมัชชาผู้แทนราษฎรเอลซัลวาดอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ได้แก้ไขรัฐธรรมนูญให้ขยายวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจาก 5 ปี เป็น 6 ปี และยกเลิกข้อจำกัดการสมวิสามัญซ้ำ ทำให้ประธานาธิบดีนายิบ บุเกเล (Nayib Bukele) ที่มีความสัมพันธ์กับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจสามารถครองอำนาจไปอีกหลายทศวรรษ
การเปลี่ยนแปลงล่าสุดสะท้อนอะไร?
กฎหมายใหม่ที่ผ่านด้วยคะแนนเสียง 57 ต่อ 3 ทำให้ประธานาธิบดีบุเกเลที่เคยได้รับเลือกในปี 2019 และมีชื่อเสียงด้านนโยบายปราบปรามแก๊งอาชญากรรม แต่ตามรัฐธรรมนูญเดิมไม่สามารถลงสมัครปี 2024 ได้ กลับมีทางลัดด้วยการพึ่งพาคำวินิจฉัยศาลสูงในปี 2021 และการเคลียร์ผู้พิพากษาที่ไม่เห็นด้วยในเวลาต่อมา
ที่โดดเด่นคือการที่พรรคนิวไอเดีย (New Ideas) สามารถปรับโครงสร้างศาล ทำให้รัฐบาลบุเกเลปกครองแบบเด็ดขาด และสามารถเปลี่ยนรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ในระยะยาวได้ การเคลื่อนไหวล่าสุดของส.ส.อนา ฟิกัวโร (Ana Figueroa) ที่เสนอเลื่อนการเลือกตั้งใหม่ของบุเกเลมาเป็นปี 2027 แทน 2029 ยิ่งชี้ถึงความต้องการรวบอำนาจให้ชัดเจนขึ้น
- การขยายวาระให้ยาวขึ้น
- การยกเลิกข้อจำกัดสมัยดำรงตำแหน่ง
- บทบาทของพรรคนิวไอเดียในการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ
ประธานาธิบดี crypto กับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ
บุเกเลใช้นโยบายลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ $114,500 ต่อเหรียญ โดยรัฐบาลอันดับหนึ่งได้ซื้อ Bitcoin เพิ่ม 240 เหรียญแม้จะมีข้อตกลงกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อลดการลงทุนในตลาดนี้ ทั้งนี้การถือครองสกุลเงินดิจิทัลของเอลซัลวาดอร์มีมูลค่าเกือบ 550 ล้านดอลล่า หรือคิดเป็น 15% ของเงินสำรองต่างประเทศ
การเคลื่อนไหวของเอลซัลวาดอร์สร้างผลกระทบต่อประชาธิปไตย ในขณะที่ฝ่ายค้านจากพรรคอัลเลียนซา โจรสซอนนัลรีพลับบิกัน (ARENA) เตือนถึงความเสี่ยงในการสะสมอำนาจและทุจริต ด้านนักวิเคราะห์แม้สื่อต่างประเทศจะรายงานว่าการลดความรุนแรงไม่ได้มาจากนโยบายปราบปรามเท่านั้น แต่เกิดจากการลับลวงพรางตามสนธิสัญญากับแก๊ง MS-13 ตั้งแต่ปี 2019
แม้ประธานาธิบดี crypto จะไม่ได้ทวีตเรื่องนี้บน X (เดิมทวิตเตอร์) ที่ได้รับความสนใจคือความเชื่อมโยงกับบุคคลเช่นอีลอน มัสก์และอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ทั้งการย้ายถ่ายผู้ลี้ภัยสู่ระบบทรมานที่เรือนจำ CECA ที่เสนอแนะถึงความเสื่อมโทรมทางจริยธรรม
ประเด็นหลักคือประชาชนต้องประเมินตนเองว่าต้องการแลกความสงบกับการสูญเสียสิทธิเสรีภาพเพียงใด และจะยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุน crypto ที่อาจกลายเป็นเหตุล่มจมทางเศรษฐกิจได้หรือไม่