นายกฯ อนุทิน ถก กกต. จัดเลือกตั้ง ควบ 2 ประชามติ
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาอัปเดตข่าวสารบ้านเมืองที่น่าสนใจกันครับ เรื่องที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในขณะนี้ก็คือ การที่นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมคณะ ได้เดินทางไปหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับแนวทางการจัดการ เลือกตั้งพ่วง 2 ประชามติ นั่นเองครับ
เมื่อเช้าวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ นายกฯ อนุทินได้เข้าไปพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการจัด เลือกตั้งพ่วง 2 ประชามติ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
เลือกตั้งพ่วง 2 ประชามติ: มีประเด็นอะไรบ้าง?
แล้ว เลือกตั้งพ่วง 2 ประชามติ ที่ว่านี้ มีประเด็นอะไรบ้างที่เราต้องจับตามอง? หลักๆ แล้วมีอยู่ 2 เรื่องครับ
- ประเด็นแรก: การแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลต้องการให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเห็นชอบร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
- ประเด็นที่สอง: การยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา รัฐบาลต้องการสอบถามความเห็นประชาชนเกี่ยวกับการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างรัฐบาลไทย-กัมพูชา 2 ฉบับ ได้แก่ MOU43 ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก และ MOU44 ว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน
เรียกว่าเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศเลยทีเดียวครับ
ไทม์ไลน์การเลือกตั้งและประชามติ
นายกฯ อนุทินได้ยืนยันหลายครั้งว่าจะยุบสภาอย่างช้าที่สุดในวันที่ 31 มกราคม 2569 และคาดว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งทั่วไปได้ในวันที่ 29 มีนาคม 2569 นั่นหมายความว่าการทำประชามติก็จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกันด้วย
การจัดประชามติระดับชาติครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 3 ของประเทศไทย แต่เป็นครั้งแรกที่ประชาชนจะได้เข้าคูหาพร้อมกับการใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไป หลังจากที่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติปี 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา
กฎหมายประชามติฉบับใหม่กำหนดให้วันประชามติอยู่ในช่วง 60-150 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากประธานรัฐสภา หากอิงตามไทม์ไลน์ที่เคยมีการเสนอไว้ รัฐสภาจะมีเวลาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตราต่างๆ จนถึงกลางเดือนมกราคม 2569
แล้วเรื่องนี้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเรา?
การ เลือกตั้งพ่วง 2 ประชามติ ไม่ใช่แค่เรื่องของนักการเมืองหรือรัฐบาลเท่านั้นนะครับ แต่เป็นเรื่องของพวกเราทุกคนในฐานะประชาชนคนไทยที่มีสิทธิมีเสียงในการกำหนดทิศทางของประเทศ การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติจึงเป็นหน้าที่ที่เราควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเสียงของพวกเราทุกคนมีความหมายและสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้
ดังนั้น อย่าลืมติดตามข่าวสารและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเลือกตั้งและการลงประชามติที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้นะครับ ร่วมกันแสดงพลังของประชาชนเพื่อสร้างสังคมและประเทศที่ดีขึ้นสำหรับพวกเราทุกคน