ดีอี-ตำรวจไซเบอร์ แถลงกรณี live สด อนาจาร ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เร่งขยายผลถึงผู้โพสต์-แพลตฟอร์ม
สวัสดีครับทุกคน วันนี้มีประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ที่พวกเราต้องหันมาจับตามองกันอย่างใกล้ชิดครับ เมื่อทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์การไลฟ์สดเนื้อหาลามกอนาจารที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในขณะนี้ โดยล่าสุดทางภาครัฐได้ร่วมกันจัดงาน ดีอี-ตำรวจไซเบอร์ แถลงกรณี live สด อนาจาร ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เร่งขยายผลถึงผู้โพสต์-แพลตฟอร์ม เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับสังคมและยกระดับมาตรการป้องกันให้เข้มข้นยิ่งขึ้นครับ
ดีอี-ตำรวจไซเบอร์ แถลงกรณี live สด อนาจาร ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เร่งขยายผลถึงผู้โพสต์-แพลตฟอร์ม
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่สั่นสะเทือนวงการโซเชียลมีเดียอย่างมากครับ เพราะมีการไลฟ์สดเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องยาวนานเกือบ 10 ชั่วโมงโดยไม่มีการระงับ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าระบบการคัดกรองของแพลตฟอร์มอยู่ที่ไหน? ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ จึงได้เร่งเรียกตัวแทนจากแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่มาหารือเพื่อหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดกรณีนี้ซ้ำรอยอีก
เบื้องหลังการทำงานของรัฐและบทลงโทษที่ต้องเจอ
จากการตรวจสอบพบว่ามีบัญชีผู้ใช้งานมากกว่า 30 บัญชีที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมดังกล่าว โดยบางส่วนมีการนำภาพบุคคลอื่นมาแอบอ้างทำเป็นบัญชีอวตารเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แล้วแฝงลิงก์ฟิชชิงหรือโฆษณาเว็บพนันออนไลน์ไว้ ซึ่งนี่ถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดร้ายแรงตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) ที่มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปีเลยทีเดียว
สิ่งที่ทางภาครัฐกำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ได้แก่:
- การขอข้อมูลจากแพลตฟอร์มเพื่อระบุตัวตนตัวการผู้อยู่เบื้องหลังอย่างจริงจัง
- การปรับปรุงกฎเกณฑ์การแจ้งลบเนื้อหาที่ผิดกฎหมายให้รวดเร็วยิ่งขึ้น แทนการรอคอยในกรอบเวลา 24 ชั่วโมงแบบเดิมที่อาจไม่ทันการณ์
- การพิจารณาความรับผิดชอบของแพลตฟอร์ม หากพบว่ามีการละเลยในการระงับเนื้อหาตามมาตรา 15
บทเรียนสำคัญสำหรับพวกเราชาวเน็ต
สำหรับเพื่อนๆ ชาวโซเชียล ผมอยากย้ำเตือนไว้ตรงนี้เลยว่า การกดไลก์ แชร์ หรือส่งต่อเนื้อหาที่มีลักษณะลามกอนาจารนั้น ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความไม่เหมาะสมทางจริยธรรมเท่านั้น แต่มันมีความผิดตามกฎหมายด้วย การที่ ดีอี-ตำรวจไซเบอร์ แถลงกรณี live สด อนาจาร ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เร่งขยายผลถึงผู้โพสต์-แพลตฟอร์ม ในครั้งนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ารัฐบาลเอาจริงกับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ดังนั้น ก่อนจะพิมพ์หรือคลิกอะไรลงไปในโซเชียลมีเดีย ต้องคิดให้ถี่ถ้วนก่อนนะครับ
ในอนาคต ผมมองว่าเทคโนโลยีการตรวจจับด้วย AI จะถูกนำมาใช้มากขึ้น และความร่วมมือระหว่างแพลตฟอร์มกับรัฐบาลจะเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นผู้ใช้งานทุกคนควรใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยและน่าอยู่สำหรับเราทุกคนครับ
