จอช ฮอว์ลีย์เรียกซีอีโอ Flock ให้การต่อวุฒิสภา
ประเด็นความเป็นส่วนตัวกำลังกลับมาเป็นหัวข้อใหญ่ในสหรัฐฯ หลังวุฒิสมาชิกจอช ฮอว์ลีย์ประกาศเชิญผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีเฝ้าระวังหลายรายเข้าให้ข้อมูลต่อคณะอนุกรรมาธิการวุฒิสภา โดยเฉพาะบริษัท Flock Safety ซึ่งถูกจับตามองจากการให้บริการกล้องอ่านป้ายทะเบียนและระบบวิเคราะห์ภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์ การไต่สวนครั้งนี้สะท้อนความกังวลของประชาชนที่ไม่ต้องการให้การเดินทางในชีวิตประจำวันถูกบันทึกและเชื่อมโยงเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่โดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน
จอช ฮอว์ลีย์เรียกซีอีโอ Flock ให้การต่อวุฒิสภา
จอช ฮอว์ลีย์ สมาชิกวุฒิสภาจากรัฐมิสซูรีและประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านอาชญากรรมและการต่อต้านการก่อการร้าย ระบุว่า เขาได้เชิญซีอีโอของ Flock Safety, Axon, Motorola Solutions และ Verkada ให้มาให้การต่อคณะกรรมาธิการในวันพุธที่ 23 กันยายน ประเด็นหลักของการประชุมคือการตรวจสอบว่า บริษัทเหล่านี้เก็บข้อมูลของชาวอเมริกันไว้อย่างไร ใครสามารถเข้าถึงข้อมูล และมีมาตรการใดป้องกันการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด
การที่ จอช ฮอว์ลีย์เรียกซีอีโอ Flock ให้การต่อวุฒิสภา ได้รับความสนใจจากทั้งสองพรรคการเมือง เพราะความกังวลเรื่องการเฝ้าระวังประชาชนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แม้พรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตจะมีความเห็นแตกต่างกันในหลายเรื่อง แต่การขยายตัวของระบบเฝ้าระวังทั่วประเทศทำให้สมาชิกสภาจำนวนมากต้องการคำตอบเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัวและการกำกับดูแลเทคโนโลยี
จอช ฮอว์ลีย์เรียกซีอีโอ Flock ให้การต่อวุฒิสภา เพราะอะไร
Flock Safety กลายเป็นชื่อที่คนทั่วไปคุ้นเคยมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทให้บริการกล้องที่สามารถอ่านป้ายทะเบียนรถ ตรวจจับลักษณะของยานพาหนะ และช่วยให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายค้นหาข้อมูลย้อนหลังได้ ระบบดังกล่าวถูกนำไปติดตั้งในชุมชนและพื้นที่สาธารณะจำนวนมาก ทำให้ตำรวจสามารถติดตามเส้นทางของรถยนต์ที่ต้องสงสัยได้รวดเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม นักสิทธิพลเมืองตั้งคำถามว่า การรวบรวมข้อมูลรถยนต์ของผู้คนจำนวนมหาศาลอาจกลายเป็นการเฝ้าดูคนทั่วไปที่ไม่ได้กระทำความผิดหรือไม่
ข้อกังวลยิ่งเพิ่มขึ้นหลังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างน้อย 50 รายถูกกล่าวหาว่าใช้ระบบ Flock เพื่อติดตามอดีตภรรยา แฟนเก่า หรือคนใกล้ชิดในลักษณะที่ไม่เหมาะสม เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล การตรวจสอบการใช้งาน และบทลงโทษสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ส่วนตัว แม้ระบบจะถูกออกแบบมาเพื่อช่วยสืบสวนคดี แต่การขาดการควบคุมที่เข้มงวดอาจเปลี่ยนเครื่องมือด้านความปลอดภัยให้กลายเป็นเครื่องมือคุกคามความเป็นส่วนตัว
Flock ไม่ใช่บริษัทเดียวที่ให้บริการระบบลักษณะนี้ Axon ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการผลิตปืนช็อตไฟฟ้า ก็มีบริการกล้องอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ หรือ ALPR เช่นกัน บริษัทเคยระบุว่าลูกค้าบางส่วนเลือกใช้บริการของ Axon เนื่องจากมองว่าบริษัทให้ความสำคัญกับจริยธรรมและความเป็นส่วนตัวมากกว่า ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นว่า ความกังวลเกี่ยวกับ Flock อาจส่งผลต่อการแข่งขันในตลาด และทำให้ผู้ให้บริการทุกรายต้องออกมาอธิบายมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลของตนเอง
ด้าน Motorola Solutions ก็มีผลิตภัณฑ์ ALPR สำหรับหน่วยงานตำรวจท้องถิ่นเช่นกัน บางหน่วยงานชูจุดเด่นว่าระบบของบริษัทมีมาตรการปกป้องความเป็นส่วนตัวมากกว่า ขณะเดียวกัน มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกล้องของ Motorola ที่ติดตั้งและพรางตัวอยู่ใกล้ชายแดนสหรัฐฯ–เม็กซิโก เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สังคมต้องการทราบว่า กล้องถูกติดตั้งไว้ที่ใดบ้าง เก็บข้อมูลนานเท่าไร และมีการแบ่งปันข้อมูลกับหน่วยงานอื่นโดยไม่ต้องขออนุญาตจากประชาชนหรือไม่
สำหรับ Verkada บริษัทผู้พัฒนาระบบกล้องที่ใช้ AI โฆษกยืนยันว่าซีอีโอ Filip Kaliszan ไม่สามารถเข้าร่วมการไต่สวนในวันที่ 23 กันยายนได้ บริษัทระบุว่าไม่มีเครือข่าย Verkada ระดับประเทศที่ลูกค้าทุกแห่งสามารถค้นหาได้ร่วมกัน ลูกค้าแต่ละรายเข้าถึงได้เฉพาะข้อมูลในระบบของตนเองเท่านั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังติดต่อกับคณะอนุกรรมาธิการและจัดส่งข้อมูลเพื่อช่วยให้สมาชิกวุฒิสภาเตรียมการสำหรับการประชุม
คำถามสำคัญเกี่ยวกับกล้องอ่านป้ายทะเบียน
ระบบ ALPR สามารถอ่านและบันทึกหมายเลขทะเบียนรถ เวลา และสถานที่ที่รถถูกพบ ข้อมูลเหล่านี้อาจมีประโยชน์เมื่อตำรวจต้องติดตามรถที่เกี่ยวข้องกับคดีร้ายแรง แต่ในทางกลับกัน ฐานข้อมูลดังกล่าวสามารถสร้างภาพการเดินทางของบุคคลได้อย่างละเอียด หากระบบเชื่อมต่อกันในหลายเมือง เจ้าหน้าที่อาจมองเห็นรูปแบบการเดินทางของผู้คน ตั้งแต่การไปทำงาน การพาบุตรหลานไปโรงเรียน การไปสถานพยาบาล ไปจนถึงการเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา
- การเข้าถึงข้อมูล: ต้องระบุอย่างชัดเจนว่าใครมีสิทธิ์ค้นหาและอนุมัติการค้นหาแต่ละครั้ง
- ระยะเวลาการจัดเก็บ: หน่วยงานควรลบข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีภายในกรอบเวลาที่เหมาะสม
- การใช้ข้อมูลข้ามหน่วยงาน: ประชาชนควรรู้ว่าข้อมูลถูกแบ่งปันกับตำรวจ หน่วยงานรัฐบาล หรือบริษัทเอกชนใดบ้าง
- การตรวจสอบย้อนหลัง: ทุกการค้นหาควรมีบันทึกเพื่อป้องกันการสอดส่องอดีตคู่รัก เพื่อนร่วมงาน หรือบุคคลทั่วไป
- ความแม่นยำของ AI: ผู้ใช้งานต้องตระหนักว่าระบบอาจอ่านป้ายทะเบียนผิดหรือเชื่อมโยงรถกับบุคคลผิดคนได้
จอช ฮอว์ลีย์กล่าวว่า ชาวอเมริกันไม่ได้สละสิทธิความเป็นส่วนตัวเพียงเพราะขับรถไปทำงาน พาลูกไปโรงเรียน หรือเดินทางไปโบสถ์ เขาต้องการตรวจสอบว่าใครสามารถเข้าถึงข้อมูลของประชาชนหลายร้อยล้านคน และบริษัทเหล่านี้นำข้อมูลไปใช้อย่างไร คำกล่าวนี้สะท้อนแก่นสำคัญของการไต่สวน เพราะประเด็นไม่ได้อยู่ที่การต่อต้านเทคโนโลยีทั้งหมด แต่อยู่ที่การกำหนดขอบเขตให้ชัดเจนระหว่างความปลอดภัยสาธารณะกับสิทธิขั้นพื้นฐาน
ฮอว์ลีย์เคยแสดงท่าทีตรวจสอบบริษัทเทคโนโลยีในประเด็นอื่นด้วย เช่น การกำหนดราคาที่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเสนอราคาที่แตกต่างกันให้ผู้บริโภคแต่ละราย รวมถึงการเสนอแนวคิดตัดสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับศูนย์ข้อมูล ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ทำให้เขามีจุดยืนที่บางครั้งแตกต่างจากสมาชิกพรรครีพับลิกันคนอื่น แม้ยังมีจุดยืนอนุรักษนิยมในหลายประเด็นก็ตาม
การประชุมครั้งนี้ใช้ชื่อว่า “Always Watching: Flock’s Nationwide AI Surveillance Network” หรือ “เฝ้ามองตลอดเวลา: เครือข่ายเฝ้าระวังด้วย AI ระดับประเทศของ Flock” และคาดว่าจะมีการถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์ของคณะอนุกรรมาธิการ ผู้สนใจควรติดตามคำชี้แจงจากบริษัทต่าง ๆ รวมถึงคำถามของสมาชิกวุฒิสภา เพราะผลการไต่สวนอาจนำไปสู่ข้อเสนอเรื่องกฎหมายใหม่ การจำกัดระยะเวลาจัดเก็บข้อมูล หรือการเพิ่มความโปร่งใสสำหรับการใช้กล้องในพื้นที่สาธารณะ
ท้ายที่สุด เทคโนโลยีเฝ้าระวังจะสร้างประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อมีความรับผิดชอบ ตรวจสอบได้ และเคารพสิทธิของประชาชน การเรียกผู้บริหารมาให้ข้อมูลไม่ควรเป็นเพียงการแสดงทางการเมือง แต่ควรนำไปสู่กติกาที่ทำให้ประชาชนรู้ว่าเมื่อเดินทางออกจากบ้าน ข้อมูลของพวกเขาถูกบันทึกไว้ที่ไหนและถูกใช้เพื่ออะไร หากคุณเห็นว่าความเป็นส่วนตัวควรได้รับการคุ้มครองมากขึ้น ควรติดตามการไต่สวนและร่วมแสดงความคิดเห็นต่อหน่วยงานท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์
ที่มา – Josh Hawley Wants to Haul Flock CEO’s Ass in Front of the Senate Next Week
