ครอบครัวชินวัตร เยี่ยมทักษิณลุ้นพักโทษ พ.ค.นี้ ด้านพินทองทาเผยพ่อพร้อมรับตามระเบียบ “อยากให้จบแบบถูกต้อง”
เมื่อเร็ว ๆ นี้ บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมถือเป็นจุดสนใจของสาธารณะ เมื่อ ครอบครัวชินวัตร ได้เดินทางมาเยี่ยม ทักษิณ ชินวัตร ผู้นำการเมืองชาวไทยที่กำลังติดคุกครบ 4 เดือนแล้ว โดยมี พานทองแท้ และ พินทองทา ชินวัตร พร้อมทั้งลูกชาย-ลูกสาวอย่าง คุณากรวงศ์ ณัฐพงศ์ และวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความเดินทางมาร่วมเยี่ยมอย่างเป็นทางการ
ครอบครัวชินวัตร เยี่ยมทักษิณลุ้นพักโทษ พ.ค.นี้ ด้านพินทองทาเผยพ่อพร้อมรับตามระเบียบ
หลังจากเข้าเยี่ยมกันไปประมาณ 1 ชั่วโมง พินทองทา ชินวัตร ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า บรรยากาศในการพูดคุยกับพ่อเป็นไปอย่างดี “คุณพ่อมีการปรับตัวพอสมควร เพราะอยู่ด้านในมานานพอสมควรแล้ว” เธอเปิดเผย
แม้ช่วงนี้จะใกล้เข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 แต่ ณัฐพงศ์ ระบุว่า คุณพ่อยังให้กำลังใจผู้สมัครพรรคเพื่อไทยตามปกติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างไร้ทิศทาง
ลุ้นพักโทษในเดือนพฤษภาคมนี้
ประเด็นที่คนให้ความสนใจมากที่สุดในตอนนี้คือรายงานข่าวที่ว่าในเดือนพฤษภาคมนี้ ทักษิณ ชินวัตร มีโอกาสได้รับการพิจารณา “พักโทษทั่วไป” ตามระเบียบการของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง จะทำให้ท่านได้รับการปล่อยตัวภายใต้การคุมประพฤติภายนอกเรือนจำ ซึ่ง พินทองทา เปิดเผยว่า คุณพ่ออยากให้กระบวนการทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ “อยากให้จบแบบถูกต้อง” เธอระบุ
นับเป็นข่าวสำคัญที่ วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความได้อธิบายเพิ่มเติมว่า การพักโทษทั่วไปเป็นสิทธิของผู้ต้องขังที่คุมขังมาครบ 2 ใน 3 ของโทษโดยรวม ซึ่งทักษิณจะครบเกณฑ์ในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ ทั้งที่อายุเกิน 70 ปี ซึ่งได้รับการพิจารณาสิทธิพิเศษเพิ่มเติม
- คุมขังมาครบ 2 ใน 3 ของเวลาโทษ
- อายุครบ 70 ปี
- แสดงความประสงค์ใช้สิทธิพักโทษ
อย่างไรก็ตาม วิญญัติยืนยันว่า “มันเป็นสิทธิของผู้ต้องขัง ท่านไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์เหนือใคร หรือบีบให้ระบบราชการเอื้อประโยชน์” พร้อมเสริมว่า หากได้รับการพักโทษ สถานที่คุมประพฤติว่าที่จะอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ครอบครัวสามารถไปเยี่ยมได้อย่างสะดวก
การต่อสู้ในคดีมาตรา 112
เพิ่มเติมในประเด็นคดีมาตรา 112 ที่มีการอุทธรณ์จากอัยการสูงสุด วิญญัติ อธิบายว่า ตนเองได้ดำเนินการยื่นคำร้องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม โดยหากไม่มีคำตอบกลับมา ก็จะดำเนินการทวงถามซ้ำ พร้อมแจ้งว่าจะขอดึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตัดสินคดีเก่าเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐาน
เขาแน้มั่นว่า ไม่มีผลกระทบต่อการได้รับ พักโทษทั่วไป เพราะศาลได้สั่งยกฟ้องในคดีดังกล่าวไปแล้ว แม้มีคำอุทธรณ์ ก็เป็นเพียงกระบวนการตามกฎหมาย ผู้ต้องหาไม่จำเป็นต้องถูกอายัดตัวหรือประกันตัวอีกครั้ง
บรรยากาศทั้งหมดสื่อถึงความหวังและความเต็มใจที่จะรับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ทั้งจากครอบครัว ทนาย และโดยเฉพาะตัวของ ทักษิณ ชินวัตร ที่ยังให้ความร่วมมือกับหน่วยงานทุกขั้นตอน อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อให้กระบวนการ “จบแบบถูกต้อง” ตามที่ได้แสดงออกตลอดมานี้
หากคุณมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ หรืออยากรู้ว่าจะมีผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมืองของไทยอย่างไร ก็อย่าลืมเข้ามาพูดคุยกันในคอมเมนต์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์กันได้เลย