กรมสุขภาพจิต แนะวิธีดูแลใจเด็กและเยาวชน หลังเผชิญเหตุรุนแรง
วิธีดูแลใจเด็กและเยาวชน หลังเผชิญเหตุรุนแรง
ในทุกวันนี้ เหตุการณ์ความรุนแรงกลายเป็นสิ่งที่เราอาจพบได้ไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นเหตุรุนแรงจากสังคมรอบตัวหรือผ่านสื่อหลายรูปแบบ ซึ่งเด็กและเยาวชนถือเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะด้านจิตใจ และนี่คือเหตุผลที่กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้แจ้งคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลใจเด็กและเยาวชน หลังเผชิญเหตุรุนแรง เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ทุกคนสามารถช่วยกันดูแลพวกเขาได้อย่างเหมาะสม
เหตุผลที่เด็กและเยาวชนต้องการการดูแลพิเศษหลังเผชิญเหตุรุนแรง
เหตุการณ์ความรุนแรงอาจส่งผลอย่างรุนแรงต่อพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็ก ซึ่งสาเหตุหลักที่พวกเขาต้องการการดูแลใจแบบจริงจัง มีดังนี้:
- ไม่เข้าใจเหตุการณ์อย่างถ่องแท้ – เด็กๆ อาจสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งสาเหตุและผลที่ตามมา เนื่องจากวุฒิภาวะที่ยังไม่ถึงขั้นผู้ใหญ่
- ควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดี – ความกลัวหรือความเศร้าที่เกิดจากเหตุการณ์รุนแรงอาจทำให้เด็กไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สุขภาพจิตแย่ลง
- ไม่มีประสบการณ์รับมือ – เด็กวัยต่างๆ ยังไม่มีความรู้และประสบการณ์ในการรับมือกับปัญหาร้ายแรง จึงอาจทำให้เกิดความสับสนหรือไร้หนทางในชีวิต
ผลกระทบจากการเผชิญกับเหตุรุนแรง
การเผชิญเหตุการณ์รุนแรงไม่ใช่เพียงแค่ประสบการณ์ แต่ส่งผลลึกซึ้งต่อตัวเด็กในหลายด้าน
- ปัญหาทางสุขภาพจิต – เกิดความวิตกกังวล ความเครียดแบบ PTSD หรืออาการที่สังเกตเห็นทั่วไป เช่น ขี้โมโห นอนไม่หลับ
- พัฒนาการทางร่างกายและความคิดชะงักงัน – เด็กอาจแสดงพฤติกรรมเด็กเล็กที่เคยผ่านวิกฤตนั้นแล้ว เช่น การปัสสาวะรดที่นอน
- ผลการเรียนแย่ลง – การขาดสมาธิ หนีเรียน หรือขาดแรงจูงใจในการเรียน เป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
- พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง – บางครั้งเด็กอาจกลายเป็นก้าวร้าว หรือเก็บตัวมาก จนส่งผลต่อความสัมพันธ์กับผู้อื่น
แนวทางปฏิบัติเพื่อดูแลใจเด็กและเยาวชนอย่างมีประสิทธิภาพ
กรมสุขภาพจิต ให้ข้อเสนอแนะที่ผู้ปกครองสามารถใช้ได้ทันที เพื่อดูแลใจเด็กและเยาวชน หลังเผชิญเหตุรุนแรง
- เปิดพื้นที่ให้เด็กเล่าเหตุการณ์ – สิ่งสำคัญคือไม่บังคับ หรือกดดัน เพียงแค่เปิดใจรับฟังด้วยความเข้าใจ
- ให้เด็กรู้สึกปลอดภัย – การอยู่ใกล้พวกเขา และสร้างบรรยากาศอบอุ่น จะช่วยลดความกลัวและให้พวกเขาเชื่อมั่นในผู้ปกครองมากขึ้น
- ลดการพูดถึงเหตุการณ์ซ้ำ ๆ – การฟื้นฟูจิตใจจะเกิดได้ หากรอบตัวเด็กมีแต่สิ่งที่สร้างสรรค์ และไม่มีการจี้ซ้ำเติม
- จัดกิจกรรมที่ช่วยให้พวกเขามีพลัง – เพื่อช่วยฟื้นฟูจิตใจ เช่น การวาดรูป ดนตรี หรือกิจกรรมกลุ่มที่ช่วยดึงสติกลับมา
ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และรีบขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น
ถ้าพบว่าเด็กยังมีอาการที่ผิดปกติในระยะยาว หรืออาการส่อแนวโน้มรุนแรงขึ้น ควรรีบขอการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งสามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่อไปนี้:
- สายด่วนสุขภาพจิต: 1323 – โทรศัพท์สอบถามหรือขอคำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- พบแพทย์หรือพยาบาลใกล้บ้าน – การดูแลทางการแพทย์คือทางออกรวดเร็วที่ทำให้เด็กกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ
ที่มา – กรมสุขภาพจิต แนะวิธีดูแลใจเด็กและเยาวชน หลังเผชิญเหตุรุนแรง