เพนตากอนแบน Anthropic ผู้หนุนหลักมีเหตุผลหลายล้าน

เมื่อเพนตากอนพยายามกดดัน Anthropic ให้ยอมใช้โมเดล AI ของบริษัทสำหรับการเฝ้าระวังในประเทศหรืออาวุธอัตโนมัติเต็มรูปแบบ แต่ Anthropic ปฏิเสธอย่างหนักแน่น สถานการณ์เบื้องหลังเต็มไปด้วยความขัดแย้ง โดยมีการเผชิญหน้าทางอ้อมกับรัฐมนตรีกลาโหม Pete Hegseth แต่ผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวอย่างเปิดเผยเพื่อลงโทษ Anthropic คือ Emil Michael รองรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมฝ่ายวิจัยและวิศวกรรมศาสตร์ และหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของเพนตากอน

รายงานจาก The Lever เผยว่า Emil Michael อาจมีแรงจูงใจส่วนตัวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการผลักดันเพนตากอนแบน Anthropic ผู้หนุนหลักมีเหตุผลหลายล้าน จากเอกสารการเปิดเผยทางการเงินที่ Michael ยื่นเมื่อเข้ารับตำแหน่งซึ่งถูก The Lever สังเกตพบ พบว่าเขาถือหุ้น “vested และ unvested” ใน Perplexity คู่แข่งของ Anthropic และยังนั่งเป็นกรรมการบริษัทด้วย มูลค่าหุ้นอยู่ระหว่าง 2-10 ล้านดอลลาร์

เพนตากอนแบน Anthropic ผู้หนุนหลักมีเหตุผลหลายล้าน

แม้ Perplexity จะยังไม่มีสัญญาโดยตรงกับกระทรวงกลาโหม แต่บริษัทเคยทำข้อตกลงเมื่อปีที่แล้วเพื่อติดตั้งเครื่องมือค้นหา AI ให้หน่วยงานรัฐบาลกลางทั้งหมด และเป็นหนึ่งในสามบริษัทที่ได้รับการพิจารณาให้โฮสต์ระบบ AI ของรัฐบาลบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง

นอกจากนี้ Michael ยังมีส่วนได้ส่วนเสียใน Tools for Humanity ของ Sam Altman ผู้ก่อตั้งเครื่องสแกนดวงตาเพื่อยืนยันตัวตนที่น่าขนลุก สิ่งที่น่าสนใจคือ OpenAI บริษัทอื่นของ Altman กำลังเข้ามารับสัญญาเพนตากอนที่ Anthropic ถูกบังคับให้สละไป

ประวัติ Emil Michael และเพนตากอนแบน Anthropic ผู้หนุนหลักมีเหตุผลหลายล้าน

ไม่แปลกใจที่ Michael จะมีมืออยู่ในวงการเทคโนโลยีเกิดใหม่ เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นรองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของ Uber คู่หูสนิทของผู้ก่อตั้ง Travis Kalanick จนทั้งคู่ถูกนักลงทุนไล่ออก Michael เพิ่งให้สัมภาษณ์ว่าเขาจะ “ไม่เคยลืมและไม่ให้อภัย” นักลงทุนเหล่านั้น นิสัยถือโกรธแค้นแบบนี้อาจไม่ใช่ข่าวดีสำหรับ Anthropic ที่หวังทวงสัญญาคืน

สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนเมื่อวันอังคาร ผู้พิพากษาที่ดูแลคดีฟ้องร้องหนึ่งในหลายคดีที่ Anthropic ยื่นต่อกระทรวงกลาโหมในข้อหาลงโทษบริษัทดูเหมือนจะเข้าข้าง Anthropic ผู้พิพากษาเขต Rita Lin เรียกการตัดสินใจของเพนตากอนที่กำหนด Anthropic เป็นความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานว่า “เป็นความพยายามทำลาย Anthropic”

ที่น่าตลกคือ เพนตากอนไม่ได้เลิกใช้เทคโนโลยีของ Anthropic จริงๆ แม้จะขู่และกล่าวหาว่าเป็นภัยคุกคาม กระทรวงกลาโหมรายงานว่าใช้ Claude ของ Anthropicในช่วงวันแรกๆ ของการโจมตีอิหร่าน และดูเหมือนยังไม่เลิกใช้แม้จะเตือนภัยเอง

กรณีเพนตากอนแบน Anthropic ผู้หนุนหลักมีเหตุผลหลายล้านนี้ สะท้อนถึงปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (conflict of interest) ในวงการ AI และรัฐบาล โดยเฉพาะเมื่อผู้กำหนดนโยบายมีหุ้นในคู่แข่ง มันทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสและความเป็นกลางในการเลือกผู้รับสัญญารัฐ ลองนึกภาพถ้าการตัดสินใจเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่านโยบายสาธารณะ จะเกิดอะไรขึ้น?

นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างของการแข่งขันดุเดือดในตลาด AI ที่บริษัทอย่าง Anthropic ซึ่งยึดมั่นหลักจริยธรรมในการไม่ขายเทคโนโลยีให้อาวุธสงคราม ต้องเผชิญแรงกดดันจากยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI และ Perplexity ที่พร้อมทำธุรกิจกับรัฐบาลมากกว่า ในอนาคต เราอาจเห็นกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นเพื่อป้องกันเรื่องแบบนี้

  • Emil Michael ถือหุ้น Perplexity 2-10 ล้านดอลลาร์
  • Perplexity มีดีลกับหน่วยงานรัฐบาลกลาง
  • OpenAI เข้ารับสัญญาที่ Anthropic สูญ
  • ผู้พิพากษาเห็นว่าเพนตากอนพยายามทำลาย Anthropic

คุณคิดว่าความขัดแย้งแบบนี้ควรถูกตรวจสอบอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าว AI ล่าสุดกับเราเพื่อไม่พลาดอัปเดต!

ที่มา – Pentagon’s Biggest Champion of Blacklisting Anthropic Has a Few Million Reasons for His Stance

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *