เปิดกติกาจัดโผนายพลสีกากี ผบ.ตร. กำชับทุกกองบัญชาการคัดกรองโปร่งใส ดีเดย์ส่งรายชื่อ-ประเมินผลงานต้น ส.ค. 69
สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามาติดตามความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในวงการสีกากีกันหน่อยนะครับ เพราะล่าสุดมีการขยับตัวครั้งสำคัญเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายระดับสูง ถือเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว โดยล่าสุด พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาวางกรอบการทำงานเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างเรียบร้อยและตรวจสอบได้ ในหัวข้อเรื่อง เปิดกติกาจัดโผนายพลสีกากี ผบ.ตร. กำชับทุกกองบัญชาการคัดกรองโปร่งใส ดีเดย์ส่งรายชื่อ-ประเมินผลงานต้น ส.ค. 69 เพื่อให้มั่นใจว่าผู้นำในแต่ละหน่วยงานจะเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมและมีความสามารถอย่างแท้จริงครับ
เปิดกติกาจัดโผนายพลสีกากี ผบ.ตร. กำชับทุกกองบัญชาการคัดกรองโปร่งใส ดีเดย์ส่งรายชื่อ-ประเมินผลงานต้น ส.ค. 69
กระบวนการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในวาระประจำปี 2569 นี้ ถือเป็นหมุดหมายที่เน้นความโปร่งใสตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ครับ โดยมีการวางระบบการคัดกรองตั้งแต่นระดับกองบังคับการ (บก.) ไล่เรียงขึ้นไปจนถึงระดับกองบัญชาการ เพื่อจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ที่มีความรู้ความสามารถมาดำรงตำแหน่งที่ว่างลง สำหรับประเด็นที่น่าจับตามองใน เปิดกติกาจัดโผนายพลสีกากี ผบ.ตร. กำชับทุกกองบัญชาการคัดกรองโปร่งใส ดีเดย์ส่งรายชื่อ-ประเมินผลงานต้น ส.ค. 69 คือการให้ความสำคัญกับแฟ้มผลงานที่ต้องเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทำให้งานบริหารบุคคลในองค์กรตำรวจมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น
ขั้นตอนและกรอบเวลาการดำเนินงานที่ต้องรู้
การคัดเลือกครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่น่าจะเป็นเรื่องของการพิสูจน์ฝีมือครับ โดยมีกรอบเวลาที่ชัดเจนแบ่งเป็นส่วนต่างๆ ได้แก่:
- การคัดกรองรายบุคคล: ผบก. ต้องจัดลำดับความเหมาะสมของกำลังพล และส่งเรื่องเข้าสู่หน่วยเหนือภายในวันที่ 7-10 สิงหาคม 2569 พร้อมเปิดโอกาสให้มีการทบทวนรายชื่อผู้ที่ไม่เหมาะสมได้อย่างรอบคอบ
- การเปิดช่องว่างตำแหน่ง: ทุกกองบัญชาการต้องสรุปตำแหน่งว่างอย่างละเอียด หากใครไม่ผ่านเกณฑ์ต้องระบุเหตุผลเพื่อความโปร่งใส
- แฟ้มสะสมงานสำคัญ: ข้าราชการตำรวจที่ต้องการเลื่อนตำแหน่ง ต้องเตรียมบันทึกผลงานความยาวไม่เกิน 3 หน้า A4 เพื่อส่งผ่านระบบ QR Code ภายในวันที่ 3 สิงหาคม 2569
ความน่าสนใจอย่างหนึ่งในประกาศนี้ คือการที่ ผบ.ตร. เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใส หากมีข้อมูลใดที่เป็นประโยชน์หรือส่งผลต่อภาพลักษณ์ของหน่วยงาน สามารถยื่นเสนอเพื่อประกอบการพิจารณาได้ทันที ซึ่งส่งสัญญาณถึงการลดระบบอุปถัมภ์และหันมาใช้ระบบคุณธรรมในการวัดประเมินผลงานเป็นหลักครับ
มุมมองทิ้งท้ายและบทวิเคราะห์: สำหรับผมมองว่าการปรับขบวนครั้งนี้น่าสนใจมาก โดยเฉพาะการนำระบบดิจิทัลอย่าง QR Code มาใช้ประกอบการส่งข้อมูลส่วนตัวและผลการปฏิบัติงาน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรตำรวจกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัวครับ การที่รัฐบาลพยายามสร้างความกระชับและโปร่งใสในการจัดโผนายพลเช่นนี้ หากทำได้จริงตามกรอบเวลาและกฎเกณฑ์ จะเป็นผลดีอย่างมหาศาลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจ และอาจนำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคตครับ
นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่เราต้องคอยติดตามดูว่าจะเห็นผลสัมฤทธิ์อย่างไรเมื่อมีการประกาศผังการทำงานใหม่ในเร็วๆ นี้ครับ
