อัยการสูงสุดกลับคำสั่ง ชี้ขาดฟ้องบอสแซม-บอสมิน ดีเอสไอเปิด 2 สำนวนใหม่จ่อเอาผิดเพิ่มแบบต่างกรรมต่างวาระ
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเทคและบันเทิงทุกคน! วันนี้เรามีข่าวดราม่าร้อนแรงจากวงการกฎหมายที่เชื่อมโยงกับเซเลบคนดังในแวดวงบันเทิงและการลงทุนเทคโนโลยีมาอัปเดตกันครับ เรื่องนี้คือ อัยการสูงสุดกลับคำสั่ง ชี้ขาดฟ้องบอสแซม-บอสมิน ดีเอสไอเปิด 2 สำนวนใหม่จ่อเอาผิดเพิ่มแบบต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งเป็นพัฒนาการล่าสุดที่ทำให้แฟนๆ และนักลงทุนต้องตามติด เพราะมันสะท้อนปัญหาใหญ่ในยุคดิจิทัลที่ influencer ชื่อดังมาพรีเซนต์โปรเจกต์ลงทุน แต่สุดท้ายกลายเป็น scam!
อัยการสูงสุดกลับคำสั่ง ชี้ขาดฟ้องบอสแซม-บอสมิน ดีเอสไอเปิด 2 สำนวนใหม่จ่อเอาผิดเพิ่มแบบต่างกรรมต่างวาระ
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ พนักงานอัยการคดีพิเศษเคยมีคำสั่งไม่ฟ้อง ยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือ “บอสแซม” และ พีชญา วัฒนามนตรี หรือ “บอสมิน” สองพี่น้องคู่นี้ที่เคยโด่งดังในวงการบันเทิงและโซเชียลมีเดีย จนนำไปสู่การปล่อยตัวชั่วคราวจากเรือนจำ แต่ DSI ไม่ยอมง่ายๆ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI ทำความเห็นแย้ง ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดตัดสินตามกฎหมาย
และแล้ว เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2569 อัยการสูงสุดก็มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องทั้งสองคน! ขั้นตอนต่อไปคืออัยการคดีพิเศษจะนัดทั้งคู่มาแจ้งข้อกล่าวหาและยื่นฟ้องต่อศาลอาญา ถ้าไม่มา DSI จะไล่ล่าตัวมาฟ้องเองครับ นี่คือจุดเปลี่ยนที่แสดงให้เห็นว่าระบบยุติธรรมไทยยังมีน้ำหนักในการตรวจสอบ
DSI เปิด 2 สำนวนใหม่ ขยายคดีใหญ่โต
ล่าสุด 27 กุมภาพันธ์ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีการประชุมใหญ่ระหว่าง DSI และอัยการ นำโดยวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน และ ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดี DSI เพื่อวางแผนขยายผลคดี พวกเขารับคดีพิเศษเพิ่มอีก 2 สำนวนเลยทีเดียว!
- คดีพิเศษที่ 17/2568 (กลุ่มผู้เสียหายต่างประเทศ): ครอบคลุมผู้เสียหายนอกประเทศ 30 ราย จาก 13 ชาติ มูลค่าความเสียหาย 9.44 ล้านบาท สอบปากคำไปแล้ว 10 ราย ถอนแจ้งความ 1 ราย เหลือ 19 รายต้องใช้ MLAT (ความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ) เพราะเป็นคดีนอก kingdom อัยการสูงสุดเลยให้อัยการร่วมสอบกับ DSI
- คดีพิเศษที่ 18/2568 (กลุ่มผู้เสียหายในไทยตกค้าง): ผู้เสียหายในประเทศที่ยังไม่ได้ให้ปากคำในคดีหลัก (119/2567) สูงถึง 2,505 ราย! มูลค่ารวมกว่า 677 ล้านบาท นี่คือยอดผู้เสียหายมหาศาลที่รอความยุติธรรม
ที่ประชุมหารือวิธีสอบปากคำผู้เสียหายต่างแดน เช่น ส่งเจ้าหน้าที่บินไปสอบ ให้มอบอำนาจ หรือใช้ พ.ร.บ.ความร่วมมือทางอาญา นอกจากนี้ ยังเอา “บอสแซม” และ “บอสมิน” เข้าสู่สำนวนใหม่ เพราะผู้เสียหายยืนยันว่าหลงเชื่อเพราะเห็นสองคนนี้เป็นพรีเซนเตอร์ ขึ้นเวทีโปรโมต!
DSI ย้ำว่าข้อหาเดิมๆ เช่น ฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พ.ร.ก.กู้ยืมเงิน แต่คราวนี้เป็น “ต่างกรรมต่างวาระ” คือหลอกคนละคน = กรรมละคน โทษเลยสะสมหนักขึ้นตามจำนวนเหยื่อ สมมติผู้เสียหายพันคน โทษปรับและจำคุกอาจพุ่งปรี๊ด!
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: เทรนด์ scam ในวงการบันเทิง-เทค
จากประสบการณ์ติดตามคดีเทคและบันเทิงมานับไม่ถ้วน ผมเห็นชัดว่าปัญหานี้กำลังเป็นเทรนด์ใหญ่ในยุค influencer marketing โดยเฉพาะแพลตฟอร์มลงทุนออนไลน์อย่าง crypto หรือ app สินทรัพย์ดิจิทัล เซเลบดังใช้ชื่อเสียงดึงดูด แต่ขาดการตรวจสอบ ทำให้ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะวัยรุ่นและนักลงทุนมือใหม่ตกเป็นเหยื่อ คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าทางการกำลังเข้มงวดมากขึ้น ใช้เทคโนโลยีและความร่วมมือระหว่างประเทศไล่ล่า
สถิติจาก DSI แสดงว่าคดี詐欺ออนไลน์พุ่ง 30% ต่อปี ผู้เสียหายส่วนใหญ่เชื่อเพราะ “หน้าเป็นที่รู้จัก” นี่คือบทเรียนราคาแพงสำหรับวงการบันเทิงที่ผนวกกับเทค
สุดท้าย ผมอยากฝากว่า ก่อนลงทุนกับโปรเจกต์ที่ celeb พรีเซนต์ ตรวจสอบให้ดีครับ ดู license จาก กลต. เช็ครีวิวจริงๆ ไม่ใช่แค่โฆษณา และแจ้ง DSI ทันทีถ้าถูกหลอก จะได้ช่วยเหลือได้เร็ว อย่าให้เงินหายไปกับดาวดัง!