อดีตหัวหน้า AI Amazon นำ Boston Dynamics เปิดตัวหุ่นยนต์
อดีตหัวหน้า AI Amazon นำ Boston Dynamics เปิดตัวหุ่นยนต์ กลายเป็นข่าวสำคัญในวงการเทคโนโลยี เมื่อ Rohit Prasad อดีตรองประธานอาวุโสและหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ด้าน AI และ Alexa ของ Amazon เตรียมเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ Boston Dynamics บริษัทหุ่นยนต์ภายใต้ Hyundai โดยเริ่มทำงานตั้งแต่วันพุธ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่บริษัทกำลังผลักดันหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Atlas จากการเป็นดาวเด่นในวิดีโอไวรัล ไปสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง
ประสบการณ์ของ Prasad น่าสนใจอย่างมาก เพราะเขาเคยดูแลทีม AI ขนาดใหญ่ของ Amazon ในช่วงที่ ChatGPT สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาด เขาเร่งพัฒนาโมเดล AI ภายในองค์กรและเพิ่มความสามารถด้านการสนทนาให้ Alexa ภารกิจใหม่ที่ Boston Dynamics จึงอาจมีลักษณะคล้ายกัน นั่นคือการนำความเชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ ปัญญาประดิษฐ์ และการบริหารทีมขนาดใหญ่มาช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านของผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์ให้ใช้งานได้จริงในวงกว้าง
อดีตหัวหน้า AI Amazon นำ Boston Dynamics เปิดตัวหุ่นยนต์
Boston Dynamics มีชื่อเสียงจากการสร้างหุ่นยนต์ที่เคลื่อนไหวได้อย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเดินสองขา กระโดด ทรงตัว หรือวิ่งด้วยความเร็วสูง วิดีโอเหล่านี้ทำให้บริษัทเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่ชื่อเสียงดังกล่าวยังไม่เท่ากับการมีธุรกิจที่ผลิตหุ่นยนต์จำนวนมากและสร้างรายได้อย่างมั่นคง บริษัทกำลังพยายามก้าวข้ามภาพลักษณ์ของห้องทดลองสุดล้ำ ไปสู่ผู้ผลิตเทคโนโลยีที่สามารถส่งมอบหุ่นยนต์ให้กับโรงงานจริง
Hyundai ซึ่งเป็นเจ้าของ Boston Dynamics มีแผนให้หุ่นยนต์เข้ามาทำงานในโรงงานยานยนต์ของตนเองและ Kia มากขึ้น แนวคิดนี้อาจช่วยให้บริษัททดสอบ Atlas ในสภาพแวดล้อมจริง เก็บข้อมูลการทำงาน และปรับปรุงระบบควบคุมได้อย่างต่อเนื่อง โรงงานของ Hyundai ในเมือง Savannah รัฐจอร์เจีย ยังถูกคาดหมายว่าจะมีบทบาททั้งในฐานะสถานที่ผลิตหุ่นยนต์และพื้นที่ที่หุ่นยนต์ทำงานร่วมกับพนักงานมนุษย์
แผนผลิต Atlas จำนวนมากกำลังท้าทาย Boston Dynamics
รายงานที่ออกมาก่อนหน้านี้ระบุว่า Boston Dynamics อาจผลิต Atlas ได้เพียงประมาณสี่ตัวต่อเดือน ซึ่งสะท้อนความแตกต่างระหว่างการสร้างต้นแบบที่ทำงานได้ดี กับการผลิตจำนวนมากในต้นทุนที่เหมาะสม การขยายกำลังผลิตจึงเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้นำคนใหม่ต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะเมื่อบริษัทตั้งเป้าว่าจะผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากถึง 30,000 ตัวภายในปี 2028
จากเป้าหมายดังกล่าว มีรายงานว่าประมาณ 25,000 ตัวจะถูกนำไปใช้งานในโรงงานยานยนต์ของ Hyundai และ Kia ส่วนอีก 5,000 ตัวอาจถูกวางจำหน่ายให้ลูกค้าภายนอก ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าบริษัทไม่ได้มอง Atlas เป็นเพียงสินค้าสำหรับการสาธิต แต่ต้องการสร้างระบบนิเวศของหุ่นยนต์สำหรับงานอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม เป้าหมายดังกล่าวยังต้องผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัย ความทนทาน การบำรุงรักษา และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
- กำลังการผลิต: บริษัทต้องเปลี่ยนจากการสร้างต้นแบบจำนวนน้อย ไปสู่สายการผลิตที่ควบคุมคุณภาพได้
- ซอฟต์แวร์ AI: Atlas ต้องเข้าใจสภาพแวดล้อมและปรับตัวกับงานที่หลากหลายได้
- ความปลอดภัย: หุ่นยนต์ต้องทำงานใกล้มนุษย์โดยลดความเสี่ยงจากการชนหรือการทำงานผิดพลาด
- ต้นทุน: ราคาผลิตต้องลดลงมากพอที่จะทำให้โรงงานยอมลงทุนระยะยาว
Atlas ทำอะไรได้บ้างในโรงงาน
Boston Dynamics ระบุว่า Atlas รุ่นใหม่สามารถเอื้อมหยิบสิ่งของที่อยู่สูงได้ถึงประมาณ 7.5 ฟุต และยกน้ำหนักได้ราว 110 ปอนด์ ความสามารถนี้เหมาะกับงานที่ต้องหยิบย้ายชิ้นส่วน งานจัดวางสินค้า งานเติมวัสดุในสายการผลิต และงานที่มีสภาพแวดล้อมซ้ำ ๆ หุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ยังสามารถใช้เครื่องมือและพื้นที่ที่โรงงานสร้างไว้สำหรับคนได้ โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทุกอย่างใหม่ทั้งหมด
จุดแข็งของ Atlas ไม่ได้อยู่ที่แรงยกเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเคลื่อนไหวที่ยืดหยุ่นและความสามารถในการประมวลผลข้อมูลจากกล้องและเซนเซอร์ หากระบบ AI สามารถแยกแยะชิ้นส่วนที่มีตำแหน่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หุ่นยนต์จะทำงานได้ยืดหยุ่นกว่าเครื่องจักรเฉพาะทางแบบเดิม อย่างไรก็ตาม การทำงานในโรงงานจริงต้องอาศัยความแม่นยำสูง หากหยิบชิ้นส่วนผิดเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้สายการผลิตหยุดชะงักและเพิ่มต้นทุนได้
ต้นทุนคืออีกประเด็นที่ตลาดจับตามอง แม้ยังไม่มีการเปิดเผยราคาผลิตหรือราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่การประเมินบางส่วนระบุว่า Atlas หนึ่งตัวอาจมีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ประมาณ 130,000-140,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงแรก หากบริษัทผลิตได้ถึง 50,000 ตัว ต้นทุนต่อหน่วยอาจลดลงเหลือประมาณ 30,000 ดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการคาดการณ์ และจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อบริษัทสามารถสร้างห่วงโซ่อุปทาน ระบบประกอบ และซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพได้จริง
การที่ Prasad มาจากสาย AI มากกว่าสายหุ่นยนต์อาจถูกมองว่าเป็นข้อจำกัด แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นจุดแข็งที่สำคัญ หุ่นยนต์ยุคใหม่ไม่ได้แข่งขันกันด้วยฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว ความสามารถในการเรียนรู้ การวางแผนการเคลื่อนไหว การรับรู้วัตถุ และการสื่อสารกับระบบโรงงาน ล้วนขึ้นอยู่กับซอฟต์แวร์และข้อมูล ประสบการณ์ของ Prasad กับผลิตภัณฑ์ที่มี AI อยู่ในอุปกรณ์จริง จึงอาจช่วยให้ Boston Dynamics เชื่อมโยงความสามารถของหุ่นยนต์เข้ากับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
บริษัทใช้คำว่า “Physical AI” หรือ AI ที่ทำงานผ่านโลกกายภาพ เพื่ออธิบายทิศทางของตนเอง แนวคิดนี้แตกต่างจากแชตบอตที่ตอบคำถามบนหน้าจอ เพราะหุ่นยนต์ต้องรับรู้พื้นที่ ตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัด และลงมือทำโดยคำนึงถึงความปลอดภัยทุกวินาที หาก Boston Dynamics ทำให้ Atlas เข้าใจงานและสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น หุ่นยนต์ก็อาจกลายเป็นแพลตฟอร์มที่รองรับงานหลายประเภท ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ทำได้เพียงภารกิจเดียว
การแข่งขันในตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังรุนแรงขึ้น Tesla และบริษัทเทคโนโลยีอีกหลายแห่งต่างประกาศเป้าหมายการผลิตจำนวนมหาศาล Boston Dynamics มีข้อได้เปรียบจากประสบการณ์ด้านหุ่นยนต์เคลื่อนที่และชื่อเสียงที่สะสมมานาน แต่ก็ต้องพิสูจน์ว่าสามารถเปลี่ยนเทคโนโลยีที่ดูน่าตื่นตาให้กลายเป็นโซลูชันที่โรงงานไว้วางใจได้จริง การแต่งตั้งผู้นำที่มีพื้นฐานด้าน AI อาจเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังให้ความสำคัญกับซอฟต์แวร์และการขยายธุรกิจมากขึ้น
ในมุมมองของผู้บริโภค การเปิดตัวหุ่นยนต์จำนวนมากอาจยังดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่สำหรับภาคอุตสาหกรรม นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลต่อรูปแบบการทำงานในอนาคต โรงงานอาจใช้หุ่นยนต์ในงานที่อันตราย ซ้ำซาก หรือทำงานในพื้นที่ที่มนุษย์เข้าถึงได้ยาก ขณะเดียวกัน บริษัทก็ต้องลงทุนกับการฝึกอบรมพนักงาน การออกแบบกระบวนการใหม่ และมาตรการกำกับดูแลเพื่อให้มนุษย์กับหุ่นยนต์ทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัย
ท้ายที่สุด ความสำเร็จของ อดีตหัวหน้า AI Amazon นำ Boston Dynamics เปิดตัวหุ่นยนต์ ไม่ควรวัดจากจำนวนวิดีโอที่สร้างกระแส แต่ควรวัดจากจำนวนโรงงานที่ใช้งานได้จริง เวลาการทำงานต่อเนื่อง ต้นทุนต่อภารกิจ และผลตอบแทนที่ลูกค้าได้รับ หาก Rohit Prasad สามารถรวมจุดแข็งด้าน AI เข้ากับวิศวกรรมหุ่นยนต์ของ Boston Dynamics ได้ บริษัทอาจก้าวจากผู้สร้างหุ่นยนต์ที่น่าทึ่ง ไปเป็นผู้นำด้าน Physical AI อย่างแท้จริง สำหรับผู้ติดตามเทคโนโลยี ช่วงหลายปีข้างหน้าจะเป็นบททดสอบสำคัญว่า Atlas จะเป็นเพียงนวัตกรรมที่น่าจดจำ หรือจะกลายเป็นสมาชิกใหม่ของโรงงานทั่วโลก
ที่มา – Amid Its Big Humanoid Robot Rollout, an Ex-Amazon AI Chief Will Now Lead Boston Dynamics
