ชัชชาติเตือน กทม.ยังเปราะบาง น้ำท่วมซ้ำ

ชัชชาติเตือน กทม.ยังเปราะบาง น้ำท่วมซ้ำ

สถานการณ์ฝนและน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้หลายพื้นที่จะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่น้ำในคลองสายหลักยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะคลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งมีน้ำเต็มเกือบตลอดเวลา ประกอบกับยังมีมวลน้ำจากพื้นที่รอบนอกไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้บางจุดที่น้ำลดแล้วมีโอกาสกลับมาน้ำเอ่อหรือน้ำท่วมซ้ำได้

ประเด็นสำคัญจากข่าว ชัชชาติเตือน กทม.ยังเปราะบาง น้ำท่วมซ้ำ คือประชาชนยังไม่ควรประมาท แม้ถนนหน้าบ้านหรือพื้นที่ชุมชนจะแห้งลงแล้วก็ตาม หากมีฝนตกเพิ่มประมาณ 60–70 มิลลิเมตร ระดับน้ำในคลองอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และดันน้ำย้อนกลับเข้าพื้นที่เดิมได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือบริเวณหมู่บ้านนวธานี ซึ่งเคยมีน้ำลดลงแล้ว แต่กลับมาได้รับผลกระทบอีกครั้งหลังฝนตกหนัก

คลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์ยังน่าห่วง

คลองแสนแสบยังมีระดับน้ำสูงและต้องรับน้ำจากหลายพื้นที่ หากฝนตกในบริเวณใกล้เคียง ปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าปกติ โดยพื้นที่เขตบางกะปิและลาดพร้าวเป็นจุดที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ กรุงเทพมหานครจึงแนะนำให้ประชาชนยังไม่ต้องรีบขนย้ายสิ่งของกลับลงมา และควรเก็บแผงกั้นน้ำ กระสอบทราย ปั๊มน้ำ รวมถึงอุปกรณ์จำเป็นไว้ให้พร้อม

ส่วนคลองประเวศบุรีรมย์ยังได้รับน้ำจากพื้นที่ฝั่งตะวันออก ทั้งเขตลาดกระบังและจังหวัดฉะเชิงเทรา ทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างช้า ๆ เมื่อมีฝนตกหนัก น้ำจึงมีโอกาสเอ่อสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว พื้นที่หนองจอกก็ยังต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากมีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก และเชื่อมโยงกับระบบน้ำของจังหวัดใกล้เคียง การแก้ปัญหาจึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและหน่วยงานในปริมณฑล

กทม.เร่งพร่องน้ำและโยกย้ายเครื่องสูบน้ำ

เพื่อรับมือกับฝนระลอกใหม่ กทม.เร่งพร่องน้ำออกจากคลองและพื้นที่แก้มลิงให้มากที่สุด โดยพยายามเพิ่มพื้นที่ว่างสำหรับรองรับน้ำฝน ขณะเดียวกันเครื่องสูบน้ำหลายจุดต้องทำงานต่อเนื่องจนเกิดความเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงโยกย้ายเครื่องสูบน้ำจากเขตที่สถานการณ์เริ่มดีขึ้นไปยังจุดวิกฤต รวมถึงติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อช่วยเร่งการระบายน้ำ

ในพื้นที่กรุงเทพเหนือ คลองเปรมประชากรมีแนวโน้มดีขึ้น เพราะยังไม่มีฝนตกลงมาเติมมากนัก แต่คลองลาดพร้าวยังรับน้ำจากพื้นที่รังสิต กทม.จึงเปิดประตูระบายน้ำและร่วมมือกับกองทัพติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อส่งน้ำเข้าสู่ระบบอุโมงค์ระบายน้ำบริเวณคลองแสนแสบ ส่วนฝั่งตะวันออกมีการเร่งดึงน้ำเข้าสู่บึงหนองบอน ซึ่งสามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร

ในระยะยาว กรุงเทพมหานครมีแผนขยายคลองหนองบอนและพัฒนาอุโมงค์หนองบอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการนำน้ำจากคลองประเวศบุรีรมย์ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา อุโมงค์ดังกล่าวมีศักยภาพระบายน้ำประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน หากดำเนินการได้ตามแผน จะช่วยลดความเสี่ยงของพื้นที่กรุงเทพตะวันออกในช่วงฝนตกหนักได้มากขึ้น

ปรับระบบเตือนภัยให้แม่นยำระดับชุมชน

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการปรับระบบเตือนภัยจากการแจ้งเตือนแบบกว้าง ๆ ไปสู่การเตือนภัยเชิงเหตุการณ์ หรือ Event-based โดยระบบจะพิจารณาจากสถานการณ์จริง เช่น ระดับน้ำเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง น้ำกำลังไหลเข้าพื้นที่ หรือมีแนวโน้มเอ่อเข้าสู่หมู่บ้าน จากนั้นจึงแจ้งเตือนให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูงหรือเตรียมอพยพได้ทันเวลา แนวคิดนี้จะช่วยให้การแจ้งเตือนตรงกับพื้นที่มากขึ้น และลดความสับสนจากประกาศที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างเกินไป

อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวยังต้องพึ่งพาข้อมูลจากเซนเซอร์และรายงานภาคสนาม ปัจจุบัน กทม.มีเครื่องตรวจวัดระดับน้ำในถนนสายหลักหลายจุด แต่ชุมชนและหมู่บ้านจำนวนมากยังไม่มีเซนเซอร์ครอบคลุม เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้ข้อมูลจากประชาชนมาประกอบการประเมิน จุดนี้สะท้อนว่าการรับมือภัยพิบัติยุคใหม่ไม่ได้พึ่งเพียงเครื่องสูบน้ำเท่านั้น แต่ต้องใช้เทคโนโลยี ข้อมูลแบบเรียลไทม์ และความร่วมมือของคนในพื้นที่ด้วย

กทม.ยังทดลองใช้ Rain Model เพื่อจำลองความเสี่ยงจากฝนตกหนักถึง 300 มิลลิเมตร ช่วยให้มองเห็นจุดเปราะบางในระดับพื้นที่ได้ละเอียดขึ้น แนวทางนี้คล้ายกับระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะในหลายเมืองทั่วโลก ซึ่งนำข้อมูลจากเรดาร์ฝน เซนเซอร์ และรายงานประชาชนมาวิเคราะห์ร่วมกัน แต่การแจ้งเตือนต้องแม่นยำและมีความรับผิดชอบ เพราะหากเตือนกว้างเกินไปอาจทำให้ประชาชนตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น

สำหรับประชาชน สิ่งที่ควรทำในช่วงนี้คือหมั่นติดตามประกาศจาก กทม. ตรวจสอบระดับน้ำบริเวณใกล้บ้าน เตรียมเอกสารสำคัญและยาไว้ในถุงกันน้ำ ยกเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง และไม่ขับรถผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังลึก หากพบระดับน้ำเพิ่มขึ้นควรแจ้งข้อมูลให้สำนักงานเขตหรือช่องทางของกรุงเทพมหานครทันที เพราะข้อมูลจากชุมชนสามารถช่วยให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น

โดยสรุป ชัชชาติเตือน กทม.ยังเปราะบาง น้ำท่วมซ้ำ เป็นสัญญาณว่าการที่น้ำลดไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงหมดไป กรุงเทพฯ ยังต้องรับมือทั้งฝนระลอกใหม่ มวลน้ำจากพื้นที่รอบนอก และข้อจำกัดของระบบระบายน้ำ ความเห็นส่วนตัวคืออนาคตของการจัดการน้ำควรเดินหน้าไปพร้อมกันทั้งโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีเตือนภัยระดับชุมชน ประชาชนเองก็ควรติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอและเตรียมพร้อมไว้ก่อน เพราะการป้องกันล่วงหน้ามักช่วยลดความเสียหายได้มากกว่าการแก้ปัญหาเมื่อมวลน้ำมาถึงแล้ว

ที่มา – ชัชชาติเตือน กทม.ยังเปราะบาง คลองแสนแสบ-ประเวศบุรีรมย์เต็ม ฝน 60–70 มม. อาจดันน้ำกลับท่วมซ้ำ เตรียมปรับระบบเตือนภัยให้แม่นยำระดับพื้นที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *