สุริยะชี้แจงปมซื้อเครื่องบินเจ็ทต่อจากภรรยา เบน สมิธ ก่อนมีคดี ยืนยันโปร่งใส-ชำระผ่านธนาคารไทย ไม่เกี่ยวข้องเครือข่ายทุนเทา
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชื่นชอบข่าวสารบันเทิงและเทคโนโลยี! วันนี้เรามีเรื่องราวร้อนๆ จากแวดวงการเมืองที่ผสมผสานกับโลกธุรกิจหรูหราอย่างเครื่องบินเจ็ทมาฝากกัน ในหัวข้อที่กำลังเป็นกระแสแรงสุดๆ นั่นคือ สุริยะชี้แจงปมซื้อเครื่องบินเจ็ทต่อจากภรรยา เบน สมิธ ก่อนมีคดี ยืนยันโปร่งใส-ชำระผ่านธนาคารไทย ไม่เกี่ยวข้องเครือข่ายทุนเทา เรื่องนี้เกิดขึ้นในที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ลุกขึ้นชี้แจงแบบตรงไปตรงมา หลังถูก กรณ์ จาติกวณิช อภิปรายพาดพิง ผมในฐานะคนติดตามข่าวสารมานาน จะเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อมวิเคราะห์เชิงลึกให้เข้าใจง่ายๆ นะครับ
สุริยะชี้แจงปมซื้อเครื่องบินเจ็ทต่อจากภรรยา เบน สมิธ ก่อนมีคดี ยืนยันโปร่งใส-ชำระผ่านธนาคารไทย ไม่เกี่ยวข้องเครือข่ายทุนเทา
สุริยะยืนยันชัดเจนว่าการซื้อขายเครื่องบินเจ็ทลำนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีประเด็นคดีความของเบน สมิธ มากๆ เลยครับ เครื่องบินมีมูลค่ารวมกว่า 862 ล้านบาท โดยสุริยะและครอบครัวถือสัดส่วนส่วนตัวแค่ 30 ล้านบาท ที่เหลือเป็นของญาติพี่น้อง การทำธุรกรรมเสร็จสิ้นและจดแจ้งเรียบร้อยเมื่อ 13 กันยายน 2567 ขณะนั้นยังไม่มีข่าวเครือข่ายทุนเทาเลยสักนิด หากรู้มาก่อน สุริยะบอกว่าตัวเองคงไม่ซื้อแน่นอน
นอกจากนี้ สุริยะยังเคยชี้แจงเรื่องนี้ผ่านสื่อและสังคมก่อนหน้านี้แล้ว แต่พอถูกหยิบยกในสภา ก็เลยชี้แจงซ้ำให้ชัดเจนอีกครั้ง โดยเฉพาะ 3 ประเด็นหลักที่กรณ์ตั้งคำถาม:
- มีการชำระเงินจริงหรือไม่? ยืนยันว่ามี! ชำระผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาไทยทั้งหมด ไม่ใช่ BIC กัมพูชาของยิม เลียก คู่หูเบน สมิธ
- เงินมาจากไหน? เป็นเงินส่วนตัวและครอบครัว สุริยะได้แจ้งทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. อย่างโปร่งใส
- เงินไปไหนหลังโอน? ผู้ขายนำไปจัดการเอง สุริยะไม่รับผิดชอบส่วนนั้น
ไทม์ไลน์สำคัญที่ต้องรู้
เพื่อให้เห็นภาพชัด มาดู timeline กันครับ การซื้อขายเสร็จ 13 ก.ย. 2567 แต่รังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคประชาชน นำเรื่องเบน สมิธมาพูดในสภาเป็นครั้งแรกในก.ย. 2568 หรือ 1 ปีเต็มหลังจากนั้น! นี่คือจุดที่สุริยะเน้นย้ำว่าธุรกรรมเกิดก่อนคดีชัดเจน ในมุมมองของผมที่ติดตามวงการธุรกิจเทคโนโลยีและเครื่องบินส่วนตัว (private jet) มานาน เครื่องบินเจ็ทพวกนี้เป็นของเล่นหรูของเหล่าคนดังและนักธุรกิจเทคยักษ์ใหญ่ทั่วโลก เช่น Elon Musk หรือ Jeff Bezos ที่ใช้บินประชุมด่วนๆ แต่ในไทย เรามักเจอดราม่าผสมการเมืองแบบนี้บ่อยๆ
ทำไมเรื่องนี้ถึงน่าสนใจสำหรับแฟนบันเทิงและเทค?
เบน สมิธ ไม่ใช่แค่ชื่อธรรมดา แต่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายธุรกิจข้ามชาติที่เคยถูกจับตาเรื่องทุนเทา ทำให้ข่าวนี้กลายเป็น entertainment-political drama สุดฮอต! ถ้าคุณชื่นชอบเรื่อง jet tech อย่าง Gulfstream หรือ Bombardier ลำนี้ก็น่าจะเป็นรุ่นหรูที่บินไกลได้สบายๆ สุริยะชี้แจงได้ดีมาก เพราะในยุคดิจิทัล ข้อมูลธุรกรรมธนาคารตรวจสอบได้ง่าย ถ้าไม่โปร่งใสมันจะหลุดแน่ๆ ผมเชี่ยวชาญด้านนี้มาหลายปี บอกได้เลยว่าการใช้ธนาคารไทยแบบนี้คือ safe bet ที่สุด
ขยายความอีกนิด: เรื่องทุนเทาหรือ grey money networks ในภูมิภาคอาเซียน เป็นเทรนด์ที่นักข่าวเทคอย่างเราติดตามมาตลอด มันผสม blockchain, crypto กับการฟอกเงิน แต่กรณีนี้สุริยะแยกชัดเจน ไม่เกี่ยว ข้อมูล ป.ป.ช. ก็เปิดเผยได้ ใครอยากเช็คตามได้เลยครับ
สรุปแล้ว สุริยะชี้แจงปมซื้อเครื่องบินเจ็ทต่อจากภรรยา เบน สมิธ ก่อนมีคดี ยืนยันโปร่งใส-ชำระผ่านธนาคารไทย ไม่เกี่ยวข้องเครือข่ายทุนเทา คือการสื่อสารที่ชาญฉลาด ในฐานะนักวิเคราะห์ ขอให้ความเห็นว่า นักการเมืองสมัยใหม่ต้องโปร่งใสแบบนี้แหละถึงจะชนะใจประชาชนได้ ในยุคที่ AI และ big data ตรวจจับทุจริตได้ฉับไว เทรนด์คือ ‘transparency first’ ครับ ลองคิดดู ถ้าทุกคนชี้แจงแบบนี้ สังคมเราจะน่าเชื่อถือขึ้นเยอะ! ถ้าคุณเห็นด้วย อย่าลืมแชร์บทความนี้ แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามบล็อกเราต่อสำหรับข่าวเทค-บันเทิงร้อนๆ นะครับ
