สีหศักดิ์ บินร่วมประชุมพิเศษ UNSC เตรียมพบปรัก สุคน สานต่อวงหารือผู้นำที่เซบู เตือนท่าทีกัมพูชา หยุดใช้เวทีระหว่างประเทศใส่ร้ายไทย
สีหศักดิ์ บินร่วมประชุมพิเศษ UNSC เตรียมพบปรัก สุคน สานต่อวงหารือผู้นำที่เซบู เตือนท่าทีกัมพูชา หยุดใช้เวทีระหว่างประเทศใส่ร้ายไทย
สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน วันนี้เรามาติดตามสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เมื่อคุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เตรียมภารกิจสำคัญในการเดินทางไปร่วมประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ณ มหานครนิวยอร์ก ตามคำเชิญของจีน ซึ่งเป็นประธานในวาระนี้ โดยประเด็นหลักที่หลายฝ่ายให้ความสนใจคือการพบปะหารือกับ ปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา เพื่อสานต่อความร่วมมือหลังจากที่ผู้นำของทั้งสองประเทศได้มีข้อตกลงร่วมกันที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ที่ผ่านมาครับ
แม้ว่าการขับเคลื่อนนโยบายต่างประเทศภายใต้บทบาทของ สีหศักดิ์ บินร่วมประชุมพิเศษ UNSC เตรียมพบปรัก สุคน สานต่อวงหารือผู้นำที่เซบู เตือนท่าทีกัมพูชา หยุดใช้เวทีระหว่างประเทศใส่ร้ายไทย จะมุ่งเน้นไปที่ความร่วมมือและการสร้างความไว้วางใจ แต่ดูเหมือนว่าเส้นทางนี้จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสียทีเดียว เนื่องจากฝ่ายไทยเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับท่าทีของกัมพูชาในเวทีนานาชาติ โดยเฉพาะการที่ผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำสหประชาชาติยังคงมีการนำประเด็นทวิภาคีไปกล่าวอ้างในที่ประชุม UNSC ซึ่งขัดกับข้อตกลงเดิมที่ผู้นำทั้งสองชาติได้หารือกันไว้ว่าจะมุ่งหน้าแก้ไขปัญหาผ่านการพูดคุยทวิภาคีโดยตรง แทนที่จะนำประเด็นข้อพิพาทไปขยายผลในเวทีโลกระดับนี้ครับ
ทำไมต้องเร่งสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ?
คุณสีหศักดิ์ได้ย้ำอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยมีความจริงใจในการดำเนินความสัมพันธ์ และเรายึดมั่นในข้อตกลงที่ผู้นำระดับสูงได้วางรากฐานเอาไว้ การที่กัมพูชายังคงใช้วิธีการแบบเดิมในการกล่าวหาหรือใส่ร้ายประเทศไทยนั้น นอกจากจะไม่สร้างประโยชน์ให้กับใครแล้ว ยังเป็นการบั่นทอนบรรยากาศความร่วมมือที่ควรจะเป็น การดำเนินงานภายใต้กรอบของ UNCLOS เพื่อแก้ไขปัญหาเขตแดนทางทะเลนั้น จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจที่ตรงกันมากกว่าการเผชิญหน้ากันด้วยข้อมูลทางเดียวครับ
- ไทยพร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาทางการทูตเสมอ
- กัมพูชาควรปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมที่เคยตกลงกันไว้
- การใช้เวทีระหว่างประเทศเพื่อโจมตีฝ่ายเดียวเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้า
ในมุมมองของนักวิเคราะห์มองว่า นี่คือบททดสอบสำคัญของนโยบายต่างประเทศในยุคดิจิทัล ที่ข้อมูลข่าวสารวิ่งไวถึงกันทั่วโลก หากกัมพูชายังเดินหน้าในแนวทางเดิม นอกจากความสัมพันธ์ของสองประเทศจะหยุดชะงักแล้ว ผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองฝั่งเองนั่นแหละครับที่จะเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ การที่ สีหศักดิ์ บินร่วมประชุมพิเศษ UNSC เตรียมพบปรัก สุคน สานต่อวงหารือผู้นำที่เซบู เตือนท่าทีกัมพูชา หยุดใช้เวทีระหว่างประเทศใส่ร้ายไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนจากฝั่งไทยว่า เราพร้อมร่วมมือแต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและเกียรติภูมิของประเทศ
มุมมองทิ้งท้าย: เทรนด์ของการทูตสมัยใหม่เปลี่ยนไปมากครับ ทุกวันนี้ ‘Soft Power’ หรือความน่าเชื่อถือในระดับสากลสำคัญพอๆ กับการเจรจาโต๊ะกลม การรักษาคำพูดและการสร้างบรรยากาศที่ดีจะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต หากเราต้องการเห็นการพัฒนาทั้งทางเศรษฐกิจและความมั่นคง ทั้งสองประเทศต้องเปลี่ยนผ่านจากการ ‘ขัดแย้ง’ ไปสู่การ ‘แบ่งปัน’ ผลประโยชน์ร่วมกันให้ได้ครับ
