สั่งคุก 50 ปี ‘ทิดแย้ม’ อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ฐานเบียดบังทรัพย์สินวัด ศาลสั่งร่วมชดใช้คืนกว่า 28 ล้าน
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสฮอตฮิตในโซเชียล เหมือนดราม่าบันเทิงเลยนะครับ แต่คราวนี้เป็นเรื่องจริงจากศาลเลยล่ะ เรื่องของ สั่งคุก 50 ปี ‘ทิดแย้ม’ อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ฐานเบียดบังทรัพย์สินวัด ศาลสั่งร่วมชดใช้คืนกว่า 28 ล้าน นี่แหละครับ ที่ทำให้หลายคนช็อกไปตามๆ กัน วัดไร่ขิงที่เราคุ้นเคยกันดี นครชัยศรี นี่นา เป็นวัดดังที่มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ สวยงามมาก แต่ใครจะไปคิดว่ามีเรื่องทุจริตซ่อนอยู่เบื้องหลัง
สั่งคุก 50 ปี ‘ทิดแย้ม’ อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ฐานเบียดบังทรัพย์สินวัด ศาลสั่งร่วมชดใช้คืนกว่า 28 ล้าน
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบรางรถไฟ ตลิ่งชัน อัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามทุจริต 1 ได้ฟ้องพระธรรมวชริรานุวัตร หรือที่รู้จักในชื่อ พระเทพศาสนาภิบาล หรือ พระราชวิริยาลังการ ชื่อเล่น ‘ทิดแย้ม’ หรือ แย้ม อินทร์กรุงเก่า อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง พร้อมพวกรวม 5 คน ในข้อหายักยอกทรัพย์และฟอกเงินครับ
ตามฟ้อง โจทก์ระบุว่า ขณะที่ทิดแย้มดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ได้ใช้ตำแหน่งเบียดบังเงินจากบัญชีวัดถึง 9 บัญชี โดยสั่งให้เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวถึง 20 ครั้ง รวมมูลค่ากว่า 28 ล้านบาท! แล้วยังร่วมกับจำเลยอื่นๆ โอนต่อไปยังบัญชีของจำเลยที่ 2 เพื่อฟอกเงินอีกด้วย ศาลตรวจสอบพยานหลักฐานและเส้นทางการเงินอย่างละเอียด พบว่าทิดแย้มกระทำผิดฐานเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์โดยทุจริตถึง 19 กรรม มูลค่ากว่า 27 ล้านบาท โดยมีจำเลยที่ 2, 3 และ 5 สนับสนุน
คำพิพากษาศาลเต็มๆ
- จำเลยที่ 1 (แย้ม หรือ ทิดแย้ม): จำคุก 50 ปี
- จำเลยที่ 2 (อรัญญาวรรณ): จำคุก 50 ปี ฐานสนับสนุน 18 กรรม และร่วมชดใช้ 27 ล้านบาทเศษ
- จำเลยที่ 3 (พชพร): จำคุก 12 ปี 12 เดือน ฐานสนับสนุน 3 กรรม ร่วมชดใช้ 2.8 ล้านบาทเศษ
- จำเลยที่ 4 (ฉัตรชัย): ยกฟ้อง เพราะหลักฐานไม่พอ
- จำเลยที่ 5 (เอกพจน์): จำคุก 8 ปี 8 เดือน ฐานสนับสนุน 2 กรรม ร่วมชดใช้ 5.1 ล้านบาท
นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้จำเลยที่ 1, 2, 3 และ 5 ร่วมกันคืนเงินให้วัดไร่ขิงด้วยนะครับ รายละเอียดเพิ่มเติม ทิดแย้มให้การปฏิเสธตอนแรก แต่ต่อมาเปลี่ยนเป็นรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 2 อ้างว่าเป็นเงินกู้ แต่ศาลไม่เชื่อ เพราะสัญญากู้ทำทีหลังเพื่อปกปิดความผิด
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: ทำไมคดีนี้ถึงสำคัญ?
ในฐานะคนที่ติดตามข่าวสังคมและคดีทุจริตมานาน ผมเห็นว่าคดีนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของการใช้อำนาจหน้าที่ในสถาบันศาสนาเพื่อประโยชน์ส่วนตัว วัดไร่ขิงเป็นวัดใหญ่ที่ได้รับเงินบริจาคจากประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีช่วยให้การบริจาคออนไลน์ง่ายขึ้น แต่ระบบตรวจสอบการเงินยังล้าหลัง ทำให้เกิดช่องโหว่แบบนี้ได้ง่ายๆ Trend ล่าสุดในไทย เรากำลังเห็นคดีทุจริตในวัดและมูลนิธิเพิ่มขึ้น เพราะประชาชนตื่นตัวมากขึ้น ใช้โซเชียลและเทคโนโลยีตรวจสอบ เช่น แอปติดตามการเงินวัด
มันเหมือนข่าวบันเทิงที่เราชอบดูดราม่า แต่ครั้งนี้กระทบศรัทธาและเงินของพุทธศาสนิกชนโดยตรงเลยครับ เพื่อป้องกันในอนาคต ผมแนะนำให้วัดใหญ่ๆ ใช้ระบบบัญชีโปร่งใส ตรวจสอบโดยบุคคลภายนอก และประชาชนเราก็ช่วยกันรายงานถ้าพบผิดปกติ
สุดท้ายนี้ เรื่องแบบนี้สอนให้เราระวังตัวเองในการบริจาค ตรวจสอบก่อนเสมอนะครับ! ถ้าชอบข่าวแบบนี้ อย่าลืมกดไลค์ แชร์ และติดตามบล็อกของเราเพื่ออัพเดทข่าวฮอตๆ เพิ่มเติม สวัสดีครับ!