‘ศุภจี’ กางโรดแมป 4 ปี ฟื้น SME ดันไทยฮับ ‘ค้าเสรี’ ปี 69
สวัสดีครับเพื่อนๆ สายเศรษฐกิจและธุรกิจทุกคน วันนี้เรามีประเด็นร้อนที่น่าจับตามองมาก เมื่อคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาเผยถึงแผนยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจสุดๆ กับการเดินหน้าภารกิจที่ชื่อว่า ‘ศุภจี’ กางโรดแมป 4 ปี ฟื้น SME ดันไทยฮับ ‘ค้าเสรี’ ปี 69 เพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไกลในเวทีโลก โดยเป้าหมายหลักคือการเร่งปิดดีล FTA ครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นตลาดยุโรป แคนาดา อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา เพื่อเปิดประตูการค้าให้กว้างขึ้นกว่าเดิมครับ
ทำความเข้าใจ ‘ศุภจี’ กางโรดแมป 4 ปี ฟื้น SME ดันไทยฮับ ‘ค้าเสรี’ ปี 69
แผนงานที่คุณศุภจีวางไว้ไม่ใช่น้อยๆ เลยครับ เพราะเป้าหมาย 4 ปีนี้คือการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าเสรีที่แท้จริง โดยไม่ใช่แค่รายใหญ่ที่ได้ประโยชน์ แต่แผนนี้นำพาโอกาสไปถึงผู้ประกอบการ SME และเศรษฐกิจชุมชนให้สามารถส่งออกได้สะดวกขึ้น ลดการพึ่งพาตลาดเดิมๆ และสร้างสมดุลให้กับเศรษฐกิจไทยในภาพรวมนั่นเอง
โฟกัสการท่องเที่ยวคุณภาพและปลดล็อกกฎหมาย
นอกจากการค้าขายแล้ว ภาคการท่องเที่ยวก็ได้รับการอัปเกรดเช่นกัน โดยรัฐบาลไม่ได้เน้นแค่ปริมาณนักท่องเที่ยว แต่หันมาโฟกัสนักท่องเที่ยวคุณภาพที่เน้นใช้จ่ายในส่วนของบริการสุขภาพ อาหาร และเศรษฐกิจชุมชน เพื่อให้เติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีเรื่องการปลดล็อกกฎหมายโดยคุณปกรณ์ นิลประพันธ์ ที่เน้นลดขั้นตอนและปราบคอร์รัปชัน เพื่อเอื้อให้ภาคเอกชนทำธุรกิจง่ายขึ้นแบบไร้รอยต่อ
การจัดการวิกฤตปุ๋ยและเกษตรกรรม
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือความมั่นคงทางอาหาร รัฐบาลได้เข้าไปเจรจากับสมาคมปุ๋ยเพื่อบรรเทาผลกระทบจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้มั่นใจได้ว่าราคาปุ๋ยจะมีความเสถียรมากขึ้น พร้อมทั้งมีโครงการ ‘ปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์คนละครึ่ง’ เพื่อช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรไทยโดยตรง นี่คือสัญญาณที่ดีในการบริหารจัดการแบบ ‘ทีมไทยแลนด์’ ที่จับต้องได้จริงครับ
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
ในมุมมองของผม การที่ ‘ศุภจี’ กางโรดแมป 4 ปี ฟื้น SME ดันไทยฮับ ‘ค้าเสรี’ ปี 69 เกิดขึ้นจริง จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ หากการเจรจา FTA ต่างๆ ประสบความสำเร็จตามกำหนดการ จะช่วยลดภาษีนำเข้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สินค้าไทยในตลาดโลกได้อย่างมหาศาล ผมแนะนำว่าผู้ประกอบการ SME ไทยควรเริ่มศึกษาตลาดในกลุ่ม EU, แคนาดา และอังกฤษไว้ตั้งแต่ตอนนี้ เพราะเมื่อกำแพงภาษีถูกทลายลง โอกาสจะมาถึงคนที่เตรียมตัวไว้ก่อนเสมอ
เทรนด์ในอนาคตคือการทำธุรกิจที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีและความโปร่งใส ซึ่งตรงกับแนวทางที่รัฐบาลกำลังปรับเปลี่ยนผ่านการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ หากใครที่กำลังมองหาลู่ทางขยับขยายธุรกิจ อย่าลืมติดตามข่าวสารเรื่องการเจรจาทางการค้านี้ให้ต่อเนื่องนะครับ เพราะนี่คือโอกาสทองที่จะยกระดับธุรกิจของคุณให้เป็นผู้เล่นระดับโลกได้อย่างแท้จริง
