วีระยุทธถกสภาธุรกิจสหรัฐฯ พร้อมแก้ กม.หนุนการลงทุน ด้านนักลงทุนสะท้อนค่าไฟแพง-เรือต่อคิวแหลมฉบังนาน-สินค้าเถื่อนทะลักตลาด
ประเด็นเศรษฐกิจและการลงทุนของไทยกำลังได้รับความสนใจอีกครั้ง หลัง วีระยุทธถกสภาธุรกิจสหรัฐฯ พร้อมแก้ กม.หนุนการลงทุน ด้านนักลงทุนสะท้อนค่าไฟแพง-เรือต่อคิวแหลมฉบังนาน-สินค้าเถื่อนทะลักตลาด การหารือครั้งนี้สะท้อนภาพรวมความท้าทายของภาคธุรกิจไทยได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ต้นทุนพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน การบังคับใช้กฎหมาย ไปจนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างประชากรที่อาจส่งผลต่อตลาดแรงงานในอนาคต
การพบปะเกิดขึ้นที่อาคารรัฐสภา โดยวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้การต้อนรับปราบ เพียรสกุล หัวหน้าผู้แทนสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน หรือ US-ASEAN Business Council ประจำประเทศไทย เมียนมา และลาว ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจ การเมือง และแนวทางส่งเสริมความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา
วีระยุทธถกสภาธุรกิจสหรัฐฯ พร้อมแก้ กม.หนุนการลงทุน ด้านนักลงทุนสะท้อนค่าไฟแพง-เรือต่อคิวแหลมฉบังนาน-สินค้าเถื่อนทะลักตลาด
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือความสามารถในการแข่งขันด้านพลังงาน นักลงทุนสะท้อนว่าต้นทุนพลังงานของไทยสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียมากกว่า 50% ความแตกต่างดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อภาคการผลิต โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องแข่งขันในตลาดส่งออก ซึ่งมีต้นทุนอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอยู่แล้ว ทั้งค่าแรง ค่าวัตถุดิบ และค่าขนส่ง
ปัญหานี้มีความสำคัญมากขึ้นเมื่อประเทศคู่ค้าหันมาใช้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดกว่าเดิม เช่น มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน หรือ CBAM ของสหภาพยุโรป หากผู้ประกอบการไทยมีต้นทุนพลังงานสูงและยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านการลดการปล่อยคาร์บอน ก็อาจทำให้ราคาสินค้าเสียเปรียบคู่แข่งในภูมิภาคได้ ขณะเดียวกัน สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียก็มีแนวโน้มยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคตเช่นกัน
ท่าเรือแหลมฉบังกับต้นทุนโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น
นอกจากค่าไฟฟ้าแล้ว ภาคธุรกิจยังต้องการให้เร่งแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ โดยเฉพาะบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเรือบรรทุกสินค้าต้องรอคิวเข้าขนถ่ายสินค้าเป็นเวลาประมาณ 10-24 ชั่วโมง ความล่าช้านี้อาจดูเหมือนเป็นเวลาไม่นานเมื่อมองเฉพาะการขนส่งหนึ่งเที่ยว แต่เมื่อเกิดขึ้นซ้ำ ๆ กับเรือจำนวนมาก ก็จะกลายเป็นต้นทุนสะสมที่กระทบทั้งผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และผู้บริโภค
ต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้นไม่ได้มีเฉพาะค่าระวางเรือเท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่าจัดเก็บสินค้า ค่าแรง ค่าน้ำมัน และค่าเสียโอกาสจากการส่งมอบสินค้าล่าช้า หากไทยต้องการเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าของภูมิภาค การพัฒนาท่าเรือให้รวดเร็ว เชื่อมต่อกับระบบรางและถนนได้ดี รวมถึงใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการคิว จึงเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างจริงจัง
สินค้าเถื่อนและความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมาย
อีกประเด็นที่ผู้แทนภาคธุรกิจสะท้อนคือการลักลอบนำเข้าสินค้าข้ามแนวชายแดน สินค้าเหล่านี้ไหลเข้าสู่ตลาดภายในประเทศและสร้างผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง เมื่อสินค้าที่ไม่ผ่านภาษีหรือมาตรฐานสามารถจำหน่ายได้ในราคาต่ำ ธุรกิจสุจริตย่อมเสียเปรียบ และอาจทำให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่ไม่มีการรับประกันคุณภาพหรือความปลอดภัย
แนวทางแก้ไขควรครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบชายแดน การติดตามเส้นทางกระจายสินค้า ไปจนถึงการกำกับดูแลช่องทางออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้สินค้าผิดกฎหมายเข้าถึงผู้ซื้อได้ง่ายขึ้น การปิดช่องโหว่ทางกฎหมายและการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานจะช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
- ปรับปรุงกฎหมายการค้าให้ทันกับรูปแบบธุรกิจออนไลน์
- เพิ่มระบบตรวจสอบย้อนกลับของสินค้าและแหล่งนำเข้า
- ประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐเพื่อจัดการสินค้าผิดกฎหมาย
- สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างธุรกิจรายใหญ่ รายกลาง และรายย่อย
โครงสร้างประชากรกับอนาคตตลาดแรงงาน
การหารือยังครอบคลุมถึงสังคมและสุขภาวะทางเจริญพันธุ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนอาจมองว่าไกลตัว แต่แท้จริงแล้วเกี่ยวข้องโดยตรงกับเศรษฐกิจ หากจำนวนประชากรวัยทำงานลดลง ประเทศจะเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงาน ขณะที่ภาระดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น การวางนโยบายด้านครอบครัว สุขภาพ การศึกษา และสวัสดิการจึงควรดำเนินไปพร้อมกัน โดยมีหน่วยงานเจ้าภาพที่ชัดเจน
วีระยุทธมองว่าข้อเสนอจากภาคธุรกิจเป็นประเด็นสำคัญที่ฝ่ายนิติบัญญัติรับทราบและพยายามผลักดันมาโดยตลอด นโยบายเศรษฐกิจยุคใหม่ไม่ควรเน้นเพียงการดึงดูดเงินลงทุน แต่ต้องสร้างระบบการแข่งขันที่เป็นธรรม กฎระเบียบต้องชัดเจนและบังคับใช้เท่าเทียมกัน เพื่อลดต้นทุนแฝงจากการทุจริตคอร์รัปชัน
สำหรับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา ทั้งสองประเทศยังมีโอกาสร่วมมือกันอีกมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยี นวัตกรรม พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจดิจิทัล การสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นจริงจำเป็นต้องอาศัยทั้งนโยบายที่ต่อเนื่อง ข้อมูลที่โปร่งใส และการรับฟังเสียงจากผู้ประกอบการ
โดยสรุป วีระยุทธถกสภาธุรกิจสหรัฐฯ พร้อมแก้ กม.หนุนการลงทุน ด้านนักลงทุนสะท้อนค่าไฟแพง-เรือต่อคิวแหลมฉบังนาน-สินค้าเถื่อนทะลักตลาด ไม่ใช่เพียงข่าวการหารือทางการเมือง แต่เป็นสัญญาณว่าการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยต้องแก้ปัญหาเชิงระบบ หากทุกฝ่ายสามารถเปลี่ยนข้อเสนอให้เป็นนโยบายที่ทำได้จริง ไทยก็มีโอกาสดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูงและเติบโตอย่างยั่งยืนมากขึ้น ภาคธุรกิจและประชาชนจึงควรติดตามความคืบหน้า พร้อมร่วมเสนอแนวทางที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยแข่งขันได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
