‘วิพุธ’ ส.ก.บางรัก แจงกลไกลงคะแนนสภา กทม. ชี้ไม่ได้กดปุ่มแล้วจบ ย้ำจุดยืนโปร่งใส ต้องรักษามาตรฐานและข้อเท็จจริง
เชื่อว่าหลายคนที่เป็นคอการเมืองท้องถิ่น หรือติดตามข่าวสารของกรุงเทพมหานครมาอย่างต่อเนื่อง คงจะเคยได้ยินกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการลงมติในที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครกันมาบ้าง โดยเฉพาะประเด็นความโปร่งใสในการกดปุ่มลงคะแนนที่หลายคนตั้งคำถามว่า “กดแล้วจบจริงหรือ?” หรือมีเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า งานนี้ไม่ต้องคาดเดากันไปไกลครับ เพราะล่าสุดคุณวิพุธ ศรีวะอุไร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางรัก ได้ออกมาไขข้อข้องใจผ่านสื่อโซเชียลมีเดียแบบชัดเจนกันเลยทีเดียว
ประเด็นที่น่าสนใจคือ การชี้แจงครั้งนี้ไม่ใช่การออกมาแก้ตัวลอยๆ แต่เป็นการอธิบายถึง ‘วิพุธ’ ส.ก.บางรัก แจงกลไกลงคะแนนสภา กทม. ชี้ไม่ได้กดปุ่มแล้วจบ ย้ำจุดยืนโปร่งใส ต้องรักษามาตรฐานและข้อเท็จจริง ให้เราได้เข้าใจขั้นตอนเชิงเทคนิคกันแบบเน้นๆ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดว่าระบบของสภานั้นทำงานเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสแล้วคะแนนจะปรากฏขึ้นมาเองโดยไม่มีการควบคุมครับ
เจาะลึก ‘วิพุธ’ ส.ก.บางรัก แจงกลไกลงคะแนนสภา กทม. ชี้ไม่ได้กดปุ่มแล้วจบ ย้ำจุดยืนโปร่งใส ต้องรักษามาตรฐานและข้อเท็จจริง
หลายคนอาจเข้าใจว่าระบบอิเล็กทรอนิกส์ในสภาฯ คือการกดปุ่มแล้วทุกอย่างจะบันทึกทันที แต่ความเป็นจริงนั้นมีกระบวนการที่รัดกุมมาก โดยคุณวิพุธได้อธิบายขั้นตอนการจัดการของเจ้าหน้าที่สำนักเลขานุการสภาไว้ดังนี้ครับ:
- เมื่อสมาชิกไม่อยู่ในห้องประชุม: หากสมาชิกลาหรือออกไปปฏิบัติภารกิจนอกสภา เจ้าหน้าที่จะทำการดึงบัตรลงคะแนนออกโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการลงคะแนนแทนกัน
- เมื่อสมาชิกออกจากห้องประชุมชั่วคราว: หากลุกไปเข้าห้องน้ำหรือรับประทานอาหาร เจ้าหน้าที่จะดึงบัตรออกมาแต่ยังคงเสียบคาไว้ในลักษณะที่ระบบจะโชว์ ‘ไฟสีส้ม’ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าระบบไม่อยู่ในสถานะพร้อมลงคะแนน
- ขั้นตอนการลงมติ: สมาชิกต้องดันบัตรเข้าไปให้สุดและรอจนกว่าระบบจะอ่านบัตร จนไฟเปลี่ยนเป็น ‘สีเขียว’ ถึงจะสามารถกดปุ่มลงมติได้จริง
ด้วยขั้นตอนเหล่านี้ คุณวิพุธจึงยืนยันว่า การกดปุ่มไม่ใช่แค่การกดครั้งเดียวจบ แต่เป็นกระบวนการที่ต้องผ่านเงื่อนไขทางเทคนิคและการกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่อยู่ตลอดเวลาครับ
มุมมองต่อความโปร่งใสในสภา
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในงานราชการมากขึ้น ‘วิพุธ’ ส.ก.บางรัก แจงกลไกลงคะแนนสภา กทม. ชี้ไม่ได้กดปุ่มแล้วจบ ย้ำจุดยืนโปร่งใส ต้องรักษามาตรฐานและข้อเท็จจริง ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีครับ เพราะความเชื่อมั่นของประชาชนคือหัวใจสำคัญของการทำงานในสภา กทม. หากเราต้องการจะวิจารณ์ระบบ ก็ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงทางเทคนิค ไม่ใช่การด่วนสรุปไปเอง ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดในวงกว้างได้
ในฐานะผู้ติดตามข่าวสาร ผมมองว่านี่คือตัวอย่างของการสื่อสารที่มีวุฒิภาวะครับ การที่ผู้แทนออกมาแจกแจงกลไกการทำงานให้สาธารณชนได้รับรู้ เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม เพราะนอกจากจะสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแล้ว ยังช่วยยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบให้เข้มข้นและมีคุณภาพมากขึ้นไปอีก สำหรับเทรนด์การเมืองในอนาคต ผมเชื่อว่าความโปร่งใสจะยิ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนเรียกร้องมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ทุกหน่วยงานที่มีระบบการลงคะแนนหรือการตัดสินใจใดๆ ก็ควรนำโมเดลนี้ไปใช้ในการสื่อสารกับประชาชนด้วยครับ
