ราชทัณฑ์ เผยพบผู้ต้องขัง ‘เรือนจำพิเศษธนบุรี’ สงสัยติดฝีดาษลิง สั่งใช้มาตรการ Bubble and Seal สกัดระบาด
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชื่นชอบข่าวสารร้อนๆ แบบเรานี่นะ วันนี้มีเรื่องสำคัญที่ต้องอัพเดทให้ฟังด่วนเลย เพราะเป็นข่าวสุขภาพที่กระทบใกล้ตัว โดยเฉพาะในยุคที่โรคอุบัติใหม่อย่างฝีดาษลิง (Mpox) กำลังเป็นกระแสทั่วโลก กรมราชทัณฑ์เพิ่งออกมา ราชทัณฑ์ เผยพบผู้ต้องขัง ‘เรือนจำพิเศษธนบุรี’ สงสัยติดฝีดาษลิง สั่งใช้มาตรการ Bubble and Seal สกัดระบาด ซึ่งเป็นรายงานด่วนจากเรือนจำพิเศษธนบุรีเอง
ราชทัณฑ์ เผยพบผู้ต้องขัง ‘เรือนจำพิเศษธนบุรี’ สงสัยติดฝีดาษลิง สั่งใช้มาตรการ Bubble and Seal สกัดระบาด
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 (ในเนื้อหามี 2569 แต่คงพิมพ์ผิด) เรือนจำพิเศษธนบุรีรับผู้ต้องขังชายรายนี้เข้ามาตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม เขาเริ่มมีอาการไข้สูงผิดปกติ และมีภาวะเนื้อตายที่เท้า สุดท้ายถูกส่งไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ระหว่างเตรียมผ่าตัด ก็เจอตุ่มน้ำใสที่เท้า ร่วมกับไข้สูง ซึ่งตรงกับอาการของโรคฝีดาษลิงเป๊ะๆ ทีมแพทย์รีบส่งตรวจเพาะเชื้อ ผลเบื้องต้นชี้ว่าอาจติดเชื้อจริง
ไม่รอช้า! กรมราชทัณฑ์ร่วมกับเรือนจำ ทัณฑสถานโรงพยาบาล และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับมาตรการป้องกันทันที เพื่อไม่ให้โรคแพร่กระจายในเรือนจำที่เป็นพื้นที่แออัดสูง
มาตรการเข้มงวดที่ใช้รับมือ
- แยกกักโรค: แยกผู้ต้องขังเสี่ยงสูงออกจากกลุ่มทั่วไปทันที
- Bubble and Seal: ใช้หลักการจำกัดพื้นที่แบบสุดขีด เหมือนฟองอากาศปิดผนึก เพื่อตัดวงจรการติดเชื้อภายในเรือนจำพิเศษธนบุรี
- คัดกรองเข้มข้น: ทุกผู้ต้องขังใหม่ต้องกักตัว สอบประวัติ และเฝ้าดูอาการอย่างละเอียด เช่น ไข้ เจ็บคอ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองบวม หรือตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง ตุ่มสะเก็ดตามตัว
ดีใจที่ตอนนี้ยังไม่พบเคสเพิ่มเติม และทุกฝ่ายกำลังเฝ้าระวังใกล้ชิด กรมราชทัณฑ์ยังสั่งกำชับเรือนจำทั่วประเทศให้ปฏิบัติตามแนวทางกรมควบคุมโรค ถ้าพบอาการสงสัย รีบส่งโรงพยาบาลและรายงานทันที
ฝีดาษลิงคืออะไร? ทำไมต้องระวังในเรือนจำ
จากประสบการณ์ของผมที่ติดตามข่าวสุขภาพมานาน ฝีดาษลิงหรือ Mpox เป็นโรคไวรัสที่ติดต่อผ่านสัมผัสใกล้ชิด น้ำลาย หยดฝอย หรือของเหลวจากตุ่มพอง อาการหลักคือไข้ ตุ่มคันที่กลายเป็นหนองแล้วสะเก็ด ลุกลามได้เร็วในพื้นที่แคบๆ อย่างเรือนจำ ที่ผู้ต้องขังอยู่เบียดกัน การระบาดอาจกลายเป็นวิกฤตใหญ่ได้ง่าย
ที่น่าสนใจคือมาตรการ Bubble and Seal นี่แหละครับ มันมาจากยุคโควิด-19 ที่ใช้กันในโรงงานและชุมชน เป็นเทคนิคแยกโซน พื้นที่ ‘bubble’ ที่ปิดสนิท ไม่ให้คนเข้า-ออกผสมกัน เหมาะกับสถานที่คุมขังมาก สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบเทคโนโลยี นี่คือตัวอย่างการใช้ระบบติดตามดิจิทัล เช่น แอพเช็คอินหรือเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ช่วยให้ควบคุมได้แม่นยำ ไม่ต้องเดาสุ่ม
ในไทย เรามีประสบการณ์จากโควิดมาเยอะ ทำให้การรับมือ Mpox ครั้งนี้ดู professional มาก ตอนนี้ทั่วโลกมีเคสพุ่ง โดยเฉพาะคลาด์ 1 ที่รุนแรงกว่าเดิม แต่ไทยยังควบคุมได้ดี
ข้อคิดจากผู้เชี่ยวชาญ: เทรนด์อนาคตของการควบคุมโรค
ในมุมมองผม การใช้ Bubble and Seal แบบนี้จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับสถานที่แออัด ไม่ว่าจะเรือนจำ โรงงาน หรืออีเวนต์บันเทิงใหญ่ๆ ที่เราชอบไปดูคอนเสิร์ต เทคโนโลยี AI และ big data จะช่วย predict การระบาดได้เร็วขึ้น ลดความเสี่ยงให้ทุกคน หากคุณเป็นคนชอบติดตามข่าวเทคและบันเทิง ลองนึกภาพ drone สแกนอุณหภูมิหรือแอพแจ้งเตือนโรคส่วนตัวสิครับ อนาคตใกล้เข้ามาแล้ว!
สุดท้าย ถ้าคุณมีอาการสงสัย อย่ารอช้า รีบไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ และอัพเดทข่าวจากแหล่ง resmi นะครับ เพื่อปกป้องตัวเองและคนรอบข้าง
