ปคบ. ผนึกกำลังกรมปศุสัตว์ ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ ‘สารเร่งเนื้อแดง’ 16 จุด 5 จังหวัด ยึดของกลางกว่า 32 ล้านบาท
ข่าวการปราบปรามเครือข่ายลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงครั้งใหญ่กำลังเป็นประเด็นที่ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของอาหารที่อยู่บนโต๊ะของทุกคน ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า หน่วยงานรัฐยังคงเดินหน้าตรวจสอบตั้งแต่ต้นทาง ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โรงงานผลิตอาหารสัตว์ ไปจนถึงร้านจำหน่ายเนื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้สารต้องห้ามหลุดเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร
สำหรับเหตุการณ์ ปคบ. ผนึกกำลังกรมปศุสัตว์ ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ ‘สารเร่งเนื้อแดง’ 16 จุด 5 จังหวัด ยึดของกลางกว่า 32 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นสถานที่ 16 จุด ใน 5 จังหวัดตลอดช่วงเวลาสืบสวนประมาณ 8 เดือน สามารถยึดโคเนื้อที่เกี่ยวข้องเกือบ 1,000 ตัว รวมถึงอาหารสัตว์ วัตถุดิบ สารเคมี และอุปกรณ์ผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ คิดเป็นมูลค่าของกลางรวมกว่า 32 ล้านบาท
ปคบ. ผนึกกำลังกรมปศุสัตว์ ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ ‘สารเร่งเนื้อแดง’ 16 จุด 5 จังหวัด ยึดของกลางกว่า 32 ล้านบาท
จุดเริ่มต้นของคดีมาจากการตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสัตว์ที่วางจำหน่ายในตลาดขนาดใหญ่ จังหวัดปทุมธานี หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงขยายผลไปยังฟาร์มโคในจังหวัดสระบุรีจำนวน 2 แห่ง และพบโคเนื้อ 278 ตัวมีสารเร่งเนื้อแดงในปัสสาวะ การตรวจพบดังกล่าวทำให้คดีขยายวงกว้างขึ้น และนำไปสู่การตรวจค้นสถานที่ผลิตอาหารสัตว์ในจังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี และเพชรบุรีอีก 13 จุด
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบอาหารสัตว์ต้องสงสัยที่ไม่มีเลขทะเบียน สถานที่ผลิตที่ไม่มีใบอนุญาต และวัตถุดิบที่อาจเกี่ยวข้องกับการผสมสารต้องห้าม นอกจากนี้ยังมีการออกหมายจับบุคคลสำคัญในเครือข่าย ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้จัดหาสารเร่งเนื้อแดงและกระจายสินค้าไปยังฟาร์มกับโรงงานผลิตอาหารสัตว์หลายพื้นที่ทั่วประเทศ
สารเร่งเนื้อแดงคืออะไร และทำไมจึงเป็นอันตราย
สารที่ตรวจพบอยู่ในกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ หรือ Beta-agonist เช่น ซัลบูตามอล ซึ่งเป็นยาอันตรายและห้ามนำมาผสมในอาหารสัตว์โดยเด็ดขาด ผู้ลักลอบใช้สารกลุ่มนี้มักหวังให้โคขุนสร้างกล้ามเนื้อได้เร็วขึ้น ลดไขมัน และทำให้น้ำหนักหรือรูปร่างดูเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น แม้ผลลัพธ์อาจดูดีในระยะสั้น แต่ความเสี่ยงกลับตกอยู่กับทั้งสัตว์ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค
สัตว์ที่ได้รับสารเร่งเนื้อแดงอาจมีอาการเหนื่อยง่าย ซึม พฤติกรรมผิดปกติ ผิวหนังแห้งกระด้าง หรือมีกล้ามเนื้อเป็นมัดผิดรูป ส่วนผู้บริโภคที่รับประทานเนื้อสัตว์ซึ่งมีสารตกค้างอาจเกิดใจสั่น มือสั่น คลื่นไส้ และหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยกลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้มีความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยเบาหวาน เด็ก และหญิงตั้งครรภ์ หากได้รับสารในปริมาณมากอาจเกิดอันตรายรุนแรงได้
คดีนี้สะท้อนอะไรต่อวงการอาหารและผู้บริโภค
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนของกลางเท่านั้น แต่ยังสะท้อนว่าการตรวจสอบความปลอดภัยของอาหารจำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยงข้อมูลหลายฝ่าย เส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหามีเงินเข้าออกกว่า 80 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าการลักลอบใช้สารต้องห้ามอาจเป็นธุรกิจที่มีเครือข่ายและผลประโยชน์สูง การดำเนินคดีจึงต้องติดตามทั้งผู้ผลิต ผู้จัดหา ผู้จำหน่าย และผู้ที่นำอาหารสัตว์ไปใช้
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในข้อหาผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ขึ้นทะเบียน ใช้วัตถุห้ามผสมในอาหารสัตว์ และขายยาอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมอายัดโคและอาหารสัตว์ทั้งหมดเพื่อตรวจสอบ รวมถึงสั่งปิดโรงงานผลิตที่พบการกระทำผิด
- ผู้บริโภคควรเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ
- ตรวจสอบฉลาก แหล่งที่มา และเครื่องหมายรับรองก่อนซื้อ
- หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่มีลักษณะผิดปกติหรือราคาถูกกว่าตลาดอย่างมาก
- หากสงสัยว่าพบการใช้สารต้องห้าม ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ตรวจสอบ
ในมุมมองของผู้บริโภค ข่าว ปคบ. ผนึกกำลังกรมปศุสัตว์ ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ ‘สารเร่งเนื้อแดง’ 16 จุด 5 จังหวัด ยึดของกลางกว่า 32 ล้านบาท เป็นสัญญาณว่าความปลอดภัยด้านอาหารยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างจริงจัง เทรนด์การบริโภคยุคใหม่ไม่ได้ดูเพียงรสชาติหรือราคา แต่ให้ความสำคัญกับที่มา มาตรฐาน และความโปร่งใสมากขึ้น ผู้ประกอบการควรยึดกฎหมายและความรับผิดชอบต่อสังคม ส่วนประชาชนควรเลือกซื้ออย่างมีข้อมูล หากทุกฝ่ายร่วมกันตรวจสอบ ห่วงโซ่อาหารไทยก็จะปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นได้มากกว่าเดิม
