‘ต่อศักดิ์’ โต้กลับข้อกล่าวหาระบอบอากง ชี้เป็นเพียงเกมการเมือง หวังดิสเครดิต
เชื่อว่าหลายคนที่เป็นคอข่าวการเมืองหรือติดตามความเคลื่อนไหวของกรุงเทพมหานครในช่วงนี้ คงผ่านหูผ่านตากับประเด็นร้อนแรงอย่าง ‘ต่อศักดิ์’ โต้กลับข้อกล่าวหาระบอบอากง ชี้เป็นเพียงเกมการเมือง หวังดิสเครดิต กันมาบ้างแล้วนะครับ วันนี้ผมจะมาสรุปประเด็นดราม่านี้ให้ฟังกันแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังมันคืออะไร และทำไมเรื่องนี้ถึงกลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในขณะนี้
‘ต่อศักดิ์’ โต้กลับข้อกล่าวหาระบอบอากง ชี้เป็นเพียงเกมการเมือง หวังดิสเครดิต จริงหรือ?
ประเด็นเริ่มต้นมาจากกระแสการกล่าวหาว่ามีการใช้ “ระบอบอากง” เพื่อเอื้อต่อการทุจริตและการแต่งตั้งโยกย้ายใน กทม. ซึ่งชื่อของ “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ ก็ถูกดึงเข้ามาพัวพัน อย่างไรก็ตาม คุณต่อศักดิ์ได้ออกมาปฏิเสธอย่างชัดเจนครับว่า คำว่า “อากง” นั้นเป็นเพียงแค่คำเรียกขานเล่นๆ ในทีมงานที่ให้เกียรติคนอายุมากเท่านั้น ไม่ใช่ระบบบริหารงานแต่อย่างใด
ทำไมถึงกลายเป็นประเด็นขึ้นมา? สิ่งที่น่าสนใจคือเรื่องนี้ถูกโยงไปถึงการทำงานของคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าการโจมตีในครั้งนี้อาจเป็น “เกมการเมือง” เพื่อลดความน่าเชื่อถือของทีมบริหารในปัจจุบัน โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา ดังนี้ครับ:
- การตีความคำเรียกขานให้กลายเป็นประเด็นเรื่องทุจริต
- ความพยายามโยงเรื่องการสั่งการผู้อำนวยการเขต ให้เป็นผลมาจากระบอบอากง
- การอ้างถึงคลิปเสียงที่ไม่มีอยู่จริง ซึ่งคุณต่อศักดิ์ระบุว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ทางการเมือง
คุณต่อศักดิ์ยืนยันว่า ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งการที่มิชอบ และการตัดสินใจในหน่วยงานต่างๆ ของ กทม. ยังคงเป็นไปตามกลไกปกติของระบบราชการ ไม่มีการแทรกแซงจากระบบอื่นตามที่ถูกกล่าวอ้างอย่างแน่นอนครับ
ทีมชัชชาติเตรียมดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
เมื่อสถานการณ์เริ่มบานปลายจากการกล่าวหาลอยๆ ทีมกฎหมายของท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติ จึงต้องขยับตัวครับ โดยมีการตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียดว่าข้อมูลที่มีการเผยแพร่นั้นเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่ หากพบการกระทำผิดจริง ‘ต่อศักดิ์’ โต้กลับข้อกล่าวหาระบอบอากง ชี้เป็นเพียงเกมการเมือง หวังดิสเครดิต รอบนี้อาจไม่ได้จบแค่การชี้แจง แต่จะไปจบกันที่ศาลแทนครับ
ในมุมมองของผม นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ “การเมืองสร้างข่าว” ในยุคโซเชียลมีเดีย ข้อมูลที่ไม่มีมูลความจริงสามารถถูกปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อโจมตีคนทำงานได้เพียงชั่วข้ามคืน ดังนั้นในฐานะผู้บริโภคข่าวสาร เราควรตรวจสอบแหล่งที่มาให้ดีก่อนจะปักใจเชื่ออะไรครับ
สรุปทิ้งท้าย: ดราม่าครั้งนี้เป็นเพียงสะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นแวดวงไหน ความโปร่งใสคือสิ่งสำคัญที่สุด แต่การเมืองถ้าเล่นกันโดยเน้นแต่การดิสเครดิตมากกว่าการพิสูจน์ผลงาน สุดท้ายคนที่เสียประโยชน์ก็คือประชาชนครับ สิ่งที่ควรทำคือติดตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไปว่า ทีมงานจะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของระบอบทำงานจริงได้หรือไม่ อย่าปล่อยให้เกมสกปรกมากลบเนื้อหาสาระของการพัฒนาเมืองไปครับ
