ตำรวจใช้ AI ดึงรถเข้าจอดเพราะพฤติกรรมน่าสงสัย
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงานของตำรวจในสหรัฐอเมริกาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะระบบอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ หรือ ALPR ซึ่งเดิมใช้เพื่อช่วยติดตามรถที่เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรม แต่ปัจจุบันระบบเหล่านี้ถูกนำมาใช้วิเคราะห์รูปแบบการเดินทาง และอาจทำให้ผู้ขับขี่ถูกเรียกตรวจแม้ไม่ได้ถูกสงสัยว่ากระทำความผิดใดโดยตรง ประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ ตำรวจใช้ AI ดึงรถเข้าจอดเพราะพฤติกรรมน่าสงสัย จากข้อมูลการเดินทางเพียงอย่างเดียว
รายงานจากสหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน หรือ ACLU ระบุว่า หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหลายแห่งเริ่มใช้กล้องอ่านป้ายทะเบียนร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อค้นหารูปแบบการขับรถที่ระบบมองว่าไม่ปกติ ข้อมูลที่ถูกบันทึกอาจประกอบด้วยหมายเลขทะเบียน เวลา สถานที่ และภาพรถที่ผ่านกล้องบนถนน สะพาน หรือป้ายจราจร จากนั้นเจ้าหน้าที่สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาสร้างเส้นทางการเดินทางของรถแต่ละคันได้
ตำรวจใช้ AI ดึงรถเข้าจอดเพราะพฤติกรรมน่าสงสัย
กรณีของเกรซ โนลส์ หญิงสาวจากรัฐเวอร์จิเนีย เป็นตัวอย่างที่สะท้อนความกังวลได้อย่างชัดเจน เธอเดินทางท่องเที่ยวผ่านหลายรัฐของสหรัฐฯ ทั้งโอเรกอน เท็กซัส และลุยเซียนา ก่อนมุ่งหน้าไปฟลอริดา ระหว่างทางเธอถูกเรียกให้จอดโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งอ้างว่าเธอใช้ช่องทางซ้ายบนทางหลวงนานเกินไป
เจ้าหน้าที่สอบถามเกี่ยวกับเส้นทางการเดินทาง และขอหลักฐานว่าเธอเคยอยู่ที่นิวออร์ลีนส์หรือไม่ ต่อมาเขาเปิดเผยว่าเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษของสำนักงานสอบสวนกลาง หรือ FBI และกำลังทำงานเกี่ยวกับการค้ามนุษย์และการค้ายาเสพติด เขาบอกว่า ป้ายทะเบียนรถของเธอถูกแจ้งเตือนจากรูปแบบการเดินทางที่ดูน่าสงสัย
เมื่อโนลส์ยืนยันว่าเธอเป็นเพียงนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางข้ามรัฐ เจ้าหน้าที่ได้แสดงหน้าจอคอมพิวเตอร์ภายในรถให้เธอดู หน้าจอดังกล่าวมีลักษณะคล้ายแผนที่ความร้อนของสหรัฐฯ พร้อมวงกลมแสดงสถานที่ที่รถของเธอเคยปรากฏ เมื่อกดดูรายละเอียด ระบบจะแสดงภาพป้ายทะเบียนที่กล้องบันทึกไว้ในแต่ละจุด เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นว่า ตำรวจใช้ AI ดึงรถเข้าจอดเพราะพฤติกรรมน่าสงสัย ได้โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากหลักฐานว่ารถคันนั้นเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม
ตำรวจใช้ AI ดึงรถเข้าจอดเพราะพฤติกรรมน่าสงสัยอย่างไร
ระบบ ALPR ทำงานด้วยการใช้กล้องตรวจจับและอ่านหมายเลขทะเบียนของรถที่วิ่งผ่าน จากนั้นซอฟต์แวร์จะบันทึกภาพพร้อมพิกัดและเวลาที่พบรถ ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของตำรวจ หรือใช้สร้างรูปแบบการเคลื่อนที่ในช่วงเวลาหนึ่งได้ AI อาจมองว่าการเดินทางระหว่างเมืองบางแห่ง การหยุดพักค้างคืน หรือการขับรถข้ามรัฐหลายครั้ง เป็นพฤติกรรมที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ระบบไม่ได้เข้าใจบริบทของมนุษย์เหมือนคนจริง นักเดินทางอาจกำลังไปเยี่ยมครอบครัว ทำงาน เดินทางท่องเที่ยว หรือใช้เส้นทางที่แตกต่างจากปกติด้วยเหตุผลส่วนตัว แต่เมื่อข้อมูลถูกประมวลผลโดยอัลกอริทึม รูปแบบเหล่านั้นอาจถูกตีความว่าเป็นสัญญาณเตือน ทั้งที่ไม่มีความผิดเกิดขึ้น
ข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและความผิดพลาด
นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิพลเมืองเตือนว่า กล้องอ่านป้ายทะเบียนสามารถเก็บข้อมูลของผู้คนจำนวนมากที่ไม่ได้เป็นผู้ต้องสงสัย ข้อมูลตำแหน่งของรถอาจทำให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าบุคคลหนึ่งเดินทางไปที่ใด พบใคร หรือใช้ชีวิตประจำวันอย่างไร การเก็บข้อมูลลักษณะนี้จึงมีผลต่อสิทธิความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะเมื่อดำเนินการโดยไม่มีหมายค้น ไม่มีเหตุอันควรสงสัย หรือไม่มีหลักเกณฑ์ที่โปร่งใส
อีกปัญหาคือความผิดพลาดของระบบ กล้องอาจอ่านป้ายทะเบียนไม่ถูกต้อง เนื่องจากภาพเบลอ แสงน้อย ฝนตก หรือมีสิ่งบดบังบางส่วน หากข้อมูลที่ผิดพลาดถูกส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่ ผู้ขับขี่ที่ไม่มีความผิดอาจถูกเรียกตรวจ ถูกค้นรถ หรือถูกซักถามเป็นเวลานาน นอกจากนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหลายหน่วยงานยังอาจทำให้ความผิดพลาดแพร่กระจายไปยังฐานข้อมูลอื่น
- ระบบอาจอ่านหมายเลขทะเบียนผิดจากภาพที่ไม่ชัดเจน
- AI อาจตีความรูปแบบการเดินทางโดยไม่มีบริบทที่เพียงพอ
- ข้อมูลตำแหน่งอาจถูกเก็บไว้นานเกินความจำเป็น
- เจ้าหน้าที่บางรายอาจนำข้อมูลไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
- ประชาชนอาจไม่รู้ว่าตนเองถูกติดตามหรือมีสิทธิ์คัดค้านอย่างไร
รายงานหลายกรณีในสหรัฐฯ ยังกล่าวถึงการใช้ข้อมูลป้ายทะเบียนเพื่อติดตามคนขับรถข้ามรัฐ หรือใช้สร้างเหตุผลสำหรับการหยุดรถและค้นหายาเสพติด หนึ่งในคดีที่ได้รับความสนใจเกิดขึ้นในรัฐเท็กซัส เมื่อชายคนหนึ่งฟ้องร้องว่าการหยุดรถของเขาเกิดจากการที่ระบบแจ้งเตือนว่าเขาขับรถจากฮิวสตันไปยังคาร์ริโซสปริงส์ พักค้างคืน และเดินทางกลับในวันถัดมา คณะลูกขุนของรัฐบาลกลางมีคำตัดสินเข้าข้างเขาในเวลาต่อมา
เสียงคัดค้านต่อบริษัทและหน่วยงานตำรวจ
บริษัทอย่าง Flock Safety และ Axon เป็นผู้ให้บริการระบบอ่านป้ายทะเบียนแก่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ระบบของบริษัทสามารถสแกนรถที่ผ่านกล้อง และเปิดให้เจ้าหน้าที่ค้นหาข้อมูลย้อนหลังได้ แม้เทคโนโลยีจะถูกนำเสนอว่าเป็นเครื่องมือช่วยคลี่คลายคดี แต่ประชาชนจำนวนมากตั้งคำถามว่า การเก็บข้อมูลของผู้ขับขี่ทุกคนเป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่
ผลสำรวจของ YouGov ในเดือนสิงหาคมพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 46 ไม่เห็นด้วยกับการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในชุมชนของตน ขณะที่ร้อยละ 38 สนับสนุน ตัวเลขนี้สะท้อนว่าความกังวลเรื่องการสอดส่องและการใช้ข้อมูลเกินขอบเขตมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานตำรวจบางแห่ง รวมถึงกรมตำรวจลอสแอนเจลิส จึงระงับหรือยกเลิกสัญญากับผู้ให้บริการกล้องบางรายหลังเกิดกระแสต่อต้าน
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การต่อต้านเทคโนโลยีทั้งหมด แต่คือการกำหนดขอบเขตการใช้งานอย่างชัดเจน ประชาชนควรรู้ว่าข้อมูลถูกเก็บที่ไหน ใครเข้าถึงได้ เก็บไว้นานเท่าใด และสามารถตรวจสอบหรือลบข้อมูลที่ผิดพลาดได้หรือไม่ หากตำรวจใช้ AI ดึงรถเข้าจอดเพราะพฤติกรรมน่าสงสัย ก็ควรมีหลักฐานเพิ่มเติมและเหตุผลที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่อาศัยผลการคาดการณ์จากระบบเพียงอย่างเดียว
ประชาชนควรปกป้องสิทธิของตนเองอย่างไร
ผู้ขับขี่ควรทราบสิทธิขั้นพื้นฐานเมื่อถูกเรียกตรวจ เช่น สามารถถามเหตุผลของการหยุดรถ ขอให้เจ้าหน้าที่อธิบายว่าต้องการตรวจเรื่องใด และหลีกเลี่ยงการให้ความยินยอมค้นรถโดยไม่จำเป็น หากไม่เข้าใจคำถามหรือสถานการณ์ ควรตอบอย่างสุภาพและบันทึกรายละเอียดเหตุการณ์เท่าที่กฎหมายในพื้นที่อนุญาต การจดเวลา สถานที่ ชื่อเจ้าหน้าที่ และเหตุผลที่ได้รับ อาจช่วยได้หากต้องร้องเรียนหรือปรึกษาทนายความ
ในระดับนโยบาย หน่วยงานรัฐควรเปิดเผยสัญญากับบริษัทเทคโนโลยี จัดทำกฎห้ามใช้ข้อมูลเพื่อกลั่นแกล้งหรือเลือกปฏิบัติ และกำหนดให้มีการตรวจสอบอัลกอริทึมอย่างอิสระ นอกจากนี้ควรจำกัดการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะคดีที่มีเหตุอันควรสงสัย รวมถึงลบข้อมูลของผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีภายในระยะเวลาที่กำหนด
กรณีนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตำรวจ ก็สามารถกระทบสิทธิของคนทั่วไปได้เช่นกัน ความปลอดภัยของสังคมควรเดินไปพร้อมกับความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ก่อนที่การเดินทางตามปกติของเรา จะถูกตีความเป็นพฤติกรรมน่าสงสัยโดยระบบที่เราไม่มีโอกาสโต้แย้ง
ความคิดเห็นส่วนตัวคือ การใช้ AI ควรเป็นเพียงเครื่องมือช่วยตรวจสอบ ไม่ใช่ผู้ตัดสินว่าบุคคลใดมีความผิด ประชาชนควรติดตามข่าวสารเรื่องสิทธิและกฎหมายอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่หน่วยงานตำรวจต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีถูกใช้เพื่อปกป้องประชาชน ไม่ใช่เฝ้าติดตามประชาชนทุกคนโดยไร้ขอบเขต
ที่มา – Police Are Using AI to Pull Over Drivers for ‘Suspicious’ Behavior
