‘ชัชชาติ’ ปฏิเสธกระแสข่าวระบบอากง แทรกแซงแต่งตั้งข้าราชการ กทม. ยืนยันยึดหลักระบบคุณธรรมและผลงานเป็นสำคัญ
เชื่อว่าหลายคนที่เป็นแฟนข่าวการเมืองและติดตามความเคลื่อนไหวในกรุงเทพมหานคร คงจะผ่านตากับประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงบนโลกโซเชียลกันอยู่ไม่น้อยครับ โดยเฉพาะกระแสข่าวลือเรื่อง ‘ระบบอากง’ ที่ถูกโยงว่ามีการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการของ กทม. วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากปากของพ่อเมืองอย่าง ‘คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ กันแบบเจาะลึก เพื่อให้เรามองเห็นภาพรวมของการบริหารจัดการที่ชัดเจนมากขึ้นครับ
‘ชัชชาติ’ ปฏิเสธกระแสข่าวระบบอากง แทรกแซงแต่งตั้งข้าราชการ กทม. ยืนยันยึดหลักระบบคุณธรรมและผลงานเป็นสำคัญ
ประเด็นที่หลายคนสงสัยว่ามีกลุ่มอิทธิพลมืดหรือ ‘ระบบอากง’ เข้ามาบงการเบื้องหลังการทำงานหรือไม่นั้น ทางคุณชัชชาติได้ออกมาปฏิเสธชัดเจนว่า ไม่มีเรื่องดังกล่าวอยู่จริงในกลไกการทำงานของทีมผู้ว่าฯ กทม. โดยท่านได้ชี้แจงว่าคำว่า ‘อากง’ ที่ถูกนำมาอ้างนั้น แท้จริงแล้วคือคุณต่อศักดิ์ โชติมงคล ซึ่งเป็นประธานที่ปรึกษาฯ ที่ทำงานร่วมกันมาเป็นทีมงานชุดหลัก การบริหารงานทุกขั้นตอนนั้นตัวคุณชัชชาติเองเป็นผู้ตัดสินใจในภาพรวมทั้งหมดครับ
ยึดมั่นระบบคุณธรรม: หัวใจสำคัญของการบริหาร
คุณชัชชาติเน้นย้ำอยู่เสมอว่า ในกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘ความรู้ความสามารถและผลงาน’ เป็นที่ตั้ง หากผู้บริหารยอมก้มหัวให้กับการทุจริตหรือรับผลประโยชน์เสียเอง ความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนก็คงหมดไป ซึ่งแน่นอนว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทีมงานของท่านยึดหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด นอกจากนี้ ท่านยังมองว่ากระแสข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงใกล้เลือกตั้งนี้ อาจเป็นเรื่องของการทำหน้าที่ตรวจสอบตามปกติ ซึ่งตัวคุณชัชชาติเองก็พร้อมรับฟังทุกข้อร้องเรียนและยินดีให้ตรวจสอบได้ทุกช่องทางครับ
แม้ว่าการทำงานในตำแหน่งผู้บริหารเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครที่มีทั้งคนสมหวังและผิดหวังจากการปรับเปลี่ยนโยกย้ายจะเป็นเรื่องปกติ แต่คุณชัชชาติก็ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดประเด็นเหล่านี้จึงเพิ่งถูกหยิบยกขึ้นมาในช่วงที่ใกล้กำหนดการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ท่านแสดงสปิริตนักการเมืองมืออาชีพว่าไม่ได้โกรธเคืองใคร เพราะการตรวจสอบที่เข้มข้นจะยิ่งทำให้ทุกคนเห็นข้อเท็จจริงที่ชัดเจนมากขึ้นและนำไปสู่การจัดการหากมีผู้กระทำผิดจริง
มองไปข้างหน้า: การต่อต้านคอร์รัปชันคือวาระสำคัญ
- เดินหน้าปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
- มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนเมือง
- รักษามาตรฐานการทำงานที่โปร่งใส ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
มุมมองในเชิงวิเคราะห์: ในโลกยุคดิจิทัลและกระแส Social Media ที่รวดเร็ว การรับข้อมูลข่าวสารต้องใช้วิจารณญาณอย่างมาก การที่นักการเมืองออกมาเผชิญหน้ากับข้อครหาและอธิบายด้วยเหตุผลถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับประชาธิปไตยไทย การตรวจสอบไม่ได้หมายถึงความขัดแย้งเสมอไป แต่มันคือโอกาสที่ผู้บริหารได้แสดงความโปร่งใสและแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่สำคัญเหนืออื่นใดคือ ‘ผลลัพธ์ของงาน’ ที่ส่งคืนกลับไปสู่กระเป๋าและคุณภาพชีวิตของประชาชนนั่นเองครับ
สำหรับเราทุกคนในฐานะคนกรุงเทพฯ สิ่งที่ควรทำไม่ใช่แค่การเสพข่าวลือ แต่เป็นการมองดูที่ผลงานที่เป็นรูปธรรมตลอด 4 ปีที่ผ่านมาแล้วนำไปชั่งน้ำหนักว่าใครที่ตอบโจทย์การพัฒนาเมืองได้ดีที่สุดครับ
