คนขับ Tesla อ้าง ‘ฉันไม่ได้ขับ’ เพื่อหนีใบสั่งความเร็ว
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวแปลกๆ บนท้องถนนกันมาบ้าง แต่เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในเมืองพาร์กเกอร์ รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องกุมขมับ เมื่อมีคนขับ Tesla อ้าง ‘ฉันไม่ได้ขับ’ เพื่อหนีใบสั่งความเร็ว หลังจากที่เขานำรถเข้าโหมดขับเคลื่อนอัตโนมัติ หวังจะใช้เป็นข้ออ้างเพื่อเลี่ยงความผิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด
ความจริงเบื้องหลังเมื่อคนขับ Tesla อ้าง ‘ฉันไม่ได้ขับ’ เพื่อหนีใบสั่งความเร็ว
ระบบ Full Self-Driving (Supervised) ของ Tesla นั้น แม้ชื่อจะดูฉลาดล้ำแค่ไหน แต่มันไม่ใช่การเปลี่ยนรถให้กลายเป็นหุ่นยนต์ที่รับผิดชอบตัวเองได้ 100% ครับ ทาง Tesla เองได้ออกคำเตือนไว้ชัดเจนในเอกสารทางกฎหมายว่า ระบบนี้ต้องการให้ผู้ขับขี่ต้องคอยเฝ้าดูการทำงานของรถตลอดเวลา และผู้ขับขี่ยังคงเป็นผู้รับผิดชอบหลักในทุกการกระทำที่เกิดขึ้นบนถนน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ความเร็วเกินกำหนด การจ่ายค่าผ่านทาง หรือแม้แต่การทำผิดกฎจราจรอื่นๆ
ทำไมการอ้างว่าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติทำงานอยู่ถึงใช้ไม่ได้ผล?
ปัญหาที่เกิดขึ้นคือความเข้าใจผิดของผู้ใช้รถหลายคนที่คิดว่า เมื่อกดปุ่ม FSD แล้ว พวกเขาสามารถนั่งไขว้ห้าง อ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ได้อย่างอิสระ แต่ในสายตาของกฎหมายนั้น คนขับ Tesla อ้าง ‘ฉันไม่ได้ขับ’ เพื่อหนีใบสั่งความเร็ว ไม่สามารถเปลี่ยนความจริงที่ว่าคุณคือผู้ควบคุมรถที่แท้จริงได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโคโลราโดเป็นบทเรียนที่ดีมาก เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงให้เห็นแล้วว่าข้ออ้างที่ว่า “รถขับเอง” นั้นไม่สามารถนำมาใช้เป็นเกราะป้องกันทางกฎหมายได้เลย
หากเราพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นจริงบนท้องถนน เราจะพบว่า:
- ระบบ FSD ยังคงต้องการการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดจากมนุษย์เสมอ
- ผู้ผลิตรถยนต์ทุกรายต่างระบุไว้ในคู่มือว่าความรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ที่ตัวบุคคล
- การพยายามโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ด้วยเหตุผลดังกล่าวไม่ได้ทำให้โทษเบาลง ตรงกันข้ามมันอาจแสดงให้เห็นถึงการขาดความรับผิดชอบในการขับขี่อีกด้วย
บทสรุปของเรื่องนี้เป็นคำเตือนใจที่ดีสำหรับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัยครับ เทคโนโลยีอาจช่วยอำนวยความสะดวกให้เราได้มากมาย แต่ความปลอดภัยและการเคารพกฎจราจรยังคงเป็นหน้าที่ที่ไม่มีระบบใดเข้ามาแทนที่มนุษย์ได้ การใช้เทคโนโลยีช่วยขับขี่อย่างชาญฉลาดคือสิ่งที่ดี แต่การใช้เพื่อปัดความรับผิดชอบนั้นเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ ดังนั้นจงจำไว้เสมอว่า ไม่ว่ารถของคุณจะฉลาดแค่ไหน แต่เมื่ออยู่หลังพวงมาลัย คุณคือคนขับที่ต้องรับผิดชอบทุกอย่างครับ
ที่มา – Tesla Driver Tries the Old ‘I Wasn’t Driving’ Excuse to Get Out of Speeding Ticket
