Uber ปลดพนักงาน 10% ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่
เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวสะเทือนวงการเทคฯ เมื่อล่าสุด Uber บริษัทผู้ให้บริการเรียกรถรายใหญ่ของโลก ได้ออกมาประกาศปลดพนักงานกว่า 10% หรือคิดเป็นจำนวนราว 3,300 คน ซึ่งประเด็นเรื่อง Uber ปลดพนักงาน 10% ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ครั้งนี้ กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในซิลิคอนวัลเลย์ โดย CEO อย่าง Dara Khosrowshahi ได้ส่งบันทึกถึงพนักงานว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดระเบียบองค์กรให้มีความคล่องตัวมากขึ้น
เจาะลึกเหตุผล Uber ปลดพนักงาน 10% ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่
แม้บริษัทจะมีผลประกอบการที่ดีเยี่ยม แต่ผู้บริหารกลับมองว่าการเติบโตที่รวดเร็วเกินไปนำมาซึ่งความซับซ้อนที่เกินจำเป็น โดยเป้าหมายหลักคือการลดเลเยอร์การบริหารจัดการระดับกลาง และลดจำนวนทีมขนาดเล็กที่ไม่จำเป็นลง เพื่อให้องค์กรเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นและลดขั้นตอนการประสานงานที่ล่าช้าลงนั่นเอง
บทบาทของ AI กับคำถามเรื่อง Uber ปลดพนักงาน 10% ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่
หลายคนตั้งคำถามว่า นี่เป็นเพียงการลดขนาดเพราะจ้างคนเกินจำเป็น (Overhiring) หรือเป็นเพราะผลกระทบจาก AI กันแน่? แม้ในบันทึกจะไม่ได้ระบุถึง AI โดยตรง แต่ที่ผ่านมา Uber ได้เริ่มนำเครื่องมือ AI เข้ามาช่วยในการเขียนโค้ดและงานสนับสนุนอื่น ๆ มากขึ้น ซึ่งเทรนด์นี้สอดคล้องกับบริษัทเทคฯ รายอื่นอย่าง Meta หรือ Amazon ที่เริ่มปรับตัวสู่โครงสร้างทีมที่แบนราบขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากเครื่องมืออัจฉริยะ
ปัจจัยสำคัญที่น่าสนใจ:
- การลดระดับการจัดการ: ลดจำนวนหัวหน้างานที่อยู่ในเลเยอร์ล่างๆ ลง เพื่อความรวดเร็วในการตัดสินใจ
- ความท้าทายจาก Robotaxi: การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจาก Waymo ทำให้ Uber ต้องเร่งปรับตัวและนำงบประมาณไปทุ่มกับการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ
- ประสิทธิภาพขององค์กร: การรวมทีมที่กระจัดกระจายให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การปรับตัวในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังเตรียมตัวเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไร้คนขับอย่างเต็มตัว การตัดส่วนเกินออกไปจะช่วยให้ Uber มีกำลังในการลงทุนกับนวัตกรรมใหม่ๆ ได้มากขึ้น ในอนาคตเราอาจได้เห็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยคนจำนวนน้อยลงแต่มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นกว่าเดิมอย่างมหาศาลครับ
ที่มา – AI or Overhiring? Uber Targets Middle Management With 10% Cut to Workforce
