The Devils ของเคน รัสเซลล์: อนุสาวรีย์แห่งภาพยนตร์
เมื่อได้ชม The Devils ผลงานปี 1971 ของเคน รัสเซลล์ สิ่งแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่แค่ความรุนแรงหรือภาพอื้อฉาว แต่คือพลังของภาพยนตร์ที่กล้าผลักทุกองค์ประกอบไปจนสุดทาง The Devils ของเคน รัสเซลล์: อนุสาวรีย์แห่งภาพยนตร์ จึงไม่ใช่เพียงคำชมสวยหรู หากเป็นคำอธิบายถึงประสบการณ์การชมหนังที่ทั้งตื่นตะลึง น่าขนลุก เสียดสี และเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ในเวลาเดียวกัน
The Devils ของเคน รัสเซลล์: อนุสาวรีย์แห่งภาพยนตร์
ภาพยนตร์ดัดแปลงจากหนังสือ The Devils of Loudun ของอัลดัส ฮักซ์ลีย์ เล่าเรื่องเมืองลูดูนในฝรั่งเศสยุคศตวรรษที่ 17 ซึ่งกำลังเต็มไปด้วยข่าวลือเรื่องแม่ชีถูกปีศาจเข้าสิง ศูนย์กลางของเหตุการณ์คือบาทหลวงเออร์เบน กร็องดิเยร์ รับบทโดยโอลิเวอร์ รีด ชายผู้มีเสน่ห์ เจ้าชู้ และไม่ยอมก้มหัวให้กับอำนาจทางศาสนา เขาถูกกล่าวหาว่าใช้เวทมนตร์และนำปีศาจเข้าสู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ทั้งที่เบื้องหลังข้อกล่าวหาคือความริษยา การเมือง และความต้องการกำจัดศัตรูของผู้มีอำนาจ
ซิสเตอร์จีนน์ รับบทโดยวาเนสซา เรดเกรฟ เป็นแม่ชีผู้มีความหมกมุ่นกับกร็องดิเยร์ แม้ทั้งคู่แทบไม่เคยมีความสัมพันธ์กันจริง ความหลงใหลที่บิดเบี้ยวของเธอกลายเป็นเครื่องมือชั้นยอดให้ฝ่ายศาสนจักรใช้สร้างเรื่องการครอบงำของปีศาจ ทุกคำกล่าวอ้างเรื่องการไล่ผีจึงทำหน้าที่คล้ายละครฉากใหญ่ที่จัดขึ้นเพื่อหลอกประชาชน และเพื่อทำให้การลงโทษชายคนหนึ่งดูเหมือนภารกิจศักดิ์สิทธิ์
เหตุผลที่ The Devils ของเคน รัสเซลล์ ยังคงทรงพลัง
จุดแข็งของหนังคือการผสมอารมณ์ขันเข้ากับความสยองได้อย่างกล้าหาญ ฉากหนึ่งอาจทำให้ผู้ชมรู้สึกสะอิดสะเอียน แต่อีกไม่กี่วินาทีต่อมากลับหัวเราะกับความเกินจริงของตัวละครและสถานการณ์ รัสเซลล์ไม่เคยปล่อยให้ผู้ชมรู้สึกปลอดภัย เขาสลับจังหวะระหว่างภาพรุนแรง บทสนทนาเสียดสี และมุกตลกร้ายอย่างต่อเนื่อง จนโศกนาฏกรรมในเรื่องมีความรู้สึกเหมือนฝันร้ายที่ถูกเล่าผ่านการแสดงละครคาร์นิวัล
แม้ภาพยนตร์จะพูดถึงศาสนาและเหตุการณ์ในอดีต แต่ประเด็นสำคัญกลับร่วมสมัยอย่างน่าประหลาด หนังตั้งคำถามว่าเหตุใดสถาบันต่าง ๆ จึงต้องสร้างผู้ร้ายหรือคนนอกกลุ่มขึ้นมาเพื่อกลบความผิดของตัวเอง กร็องดิเยร์อาจไม่ใช่คนบริสุทธิ์ เขาเป็นคนเจ้าชู้และมีศีลธรรมที่ยืดหยุ่น แต่ความไม่สมบูรณ์ของเขาไม่ได้ทำให้การพิจารณาคดีที่ถูกจัดฉากกลายเป็นเรื่องยุติธรรม ตรงกันข้าม มันยิ่งเผยให้เห็นว่าผู้มีอำนาจสามารถเปลี่ยนความคลุมเครือให้กลายเป็นหลักฐานได้ง่ายเพียงใด
- การเมืองกับศาสนา: หนังชี้ให้เห็นว่าผู้นำทางศาสนาและรัฐสามารถร่วมมือกันสร้างศัตรูเพื่อรักษาอำนาจ
- ความหน้าซื่อใจคด: ตัวละครที่เทศนาเรื่องศีลธรรมกลับใช้คำสอนเป็นเกราะกำบังความปรารถนาและความทะเยอทะยานของตัวเอง
- การสร้างแพะรับบาป: กร็องดิเยร์ถูกทำให้เป็นต้นเหตุของปัญหา ทั้งที่ความวุ่นวายเกิดจากระบบที่เสื่อมทราม
- เส้นแบ่งระหว่างตลกกับสยอง: รัสเซลล์ทำให้ผู้ชมหัวเราะกับสิ่งที่ควรหวาดกลัว และหวาดกลัวกับสิ่งที่ดูไร้สาระ
การแสดงของโอลิเวอร์ รีดคือหัวใจสำคัญของเรื่อง เขาทำให้กร็องดิเยร์มีทั้งความน่าหลงใหล ความทะนง และความเปราะบางในคนเดียวกัน ทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว หนังก็เหมือนถูกเติมพลังขึ้นทันที รีดไม่ได้เล่นเป็นวีรบุรุษผู้บริสุทธิ์ แต่เล่นเป็นชายที่มีข้อบกพร่องและยังพยายามรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองท่ามกลางเกมอำนาจที่เขาไม่มีทางชนะ
วาเนสซา เรดเกรฟก็น่าจดจำไม่แพ้กัน การแสดงเป็นซิสเตอร์จีนน์เต็มไปด้วยความประชดประชัน ความเจ็บปวด และความคลุ้มคลั่ง เธอทำให้ตัวละครที่น่ารังเกียจในบางช่วงยังมีความเป็นมนุษย์ซ่อนอยู่ ผู้ชมอาจไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเธอ แต่ยากที่จะละสายตาจากการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่รุนแรงและคาดเดาไม่ได้
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้หนังโดดเด่นคือฉากและการออกแบบงานสร้างของเดเร็ก จาร์แมน พื้นที่ในเรื่องไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงฉากหลัง แต่ดูเหมือนเป็นตัวละครที่มีชีวิต กำแพงสีขาว ทางเดินยาว เครื่องแต่งกาย และองค์ประกอบที่จัดวางอย่างเป็นเรขาคณิต ล้วนสร้างความรู้สึกเหมือนผู้ชมกำลังมองภาพวาดยุคเก่าที่ถูกทำให้เคลื่อนไหว สีสันเข้มข้นและการจัดเฟรมที่กล้าหาญทำให้ทุกฉากมีเอกลักษณ์อย่างแทบไม่มีหนังร่วมสมัยเรื่องใดเลียนแบบได้ง่าย
รัสเซลล์ยังใช้การตัดต่อและการเคลื่อนกล้องเพื่อทำให้เรื่องราวมีจังหวะเหมือนพิธีกรรม ภาพบางช่วงดูเหมือนโฆษณาชวนเชื่อ ขณะที่บางช่วงให้ความรู้สึกเหมือนฝันร้ายจากจิตใต้สำนึก นี่คือเหตุผลที่ผู้ชมจำนวนมากมองว่า The Devils ของเคน รัสเซลล์: อนุสาวรีย์แห่งภาพยนตร์ เป็นผลงานที่ไม่ได้ต้องการเพียงเล่าเรื่อง แต่ต้องการโจมตีประสาทสัมผัสของคนดูโดยตรง
แน่นอนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เหมาะกับทุกคน เนื้อหามีความรุนแรง ภาพทางเพศ การเสียดสีศาสนา และฉากที่อาจสร้างความไม่สบายใจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ความสุดโต่งเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเรียกร้องความสนใจเพียงอย่างเดียว หลายฉากทำหน้าที่ขยายคำถามเรื่องอำนาจ การควบคุมร่างกาย และการใช้ความเชื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง เมื่อมองในบริบทปัจจุบัน หนังจึงยังคงพูดกับผู้ชมได้อย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวลือและความกลัวสามารถถูกใช้เพื่อชี้นำสังคมได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
สิ่งที่น่าสนใจคือความขัดแย้งของหนังเอง The Devils อาจดูเหมือนภาพยนตร์ที่ต้องการทำลายทุกอย่าง แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับเต็มไปด้วยความรักที่มีต่อศิลปะภาพยนตร์ ทุกเฟรมมีการออกแบบ ทุกการแสดงทุ่มเท และทุกบทสนทนามีน้ำหนัก แม้บางช่วงจะดูเกินจริงจนแทบเป็นการ์ตูน แต่ความเกินจริงนั้นทำให้ความหน้าซื่อใจคดของโลกในเรื่องเด่นชัดขึ้น
การนำภาพยนตร์กลับมาฉายในโรงอีกครั้งจึงมีความหมายมากกว่าการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่รู้จักหนังหายาก มันยืนยันว่าผลงานที่เคยถูกซ่อนหรือถูกจำกัดการเผยแพร่ยังสามารถกลับมาสร้างแรงสั่นสะเทือนได้ เมื่อได้เห็นหนังบนจอใหญ่ เสียง ดนตรี สีสัน และการแสดงจะทำงานร่วมกันอย่างเต็มพลัง จนเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมภาพยนตร์เรื่องนี้จึงกลายเป็นตำนานในหมู่นักดูหนังสายสยองขวัญและผู้หลงใหลหนังทดลอง
สำหรับผู้ที่สนใจภาพยนตร์คลาสสิก งานศิลป์ที่ท้าทายขนบ หรือเรื่องราวเกี่ยวกับอำนาจที่ยังเชื่อมโยงกับสังคมยุคใหม่ หนังเรื่องนี้ควรอยู่ในรายการรับชม แม้จะเป็นประสบการณ์ที่หนักและไม่สบายใจ แต่ก็เป็นความไม่สบายใจที่กระตุ้นให้คิดต่อหลังเครดิตจบ The Devils ของเคน รัสเซลล์: อนุสาวรีย์แห่งภาพยนตร์ จึงยังเป็นหนังที่ควรได้รับการค้นพบซ้ำอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะความฉาวโฉ่เพียงอย่างเดียว แต่เพราะมันแสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์สามารถเป็นทั้งงานศิลปะ อาวุธทางความคิด และฝันร้ายที่งดงามได้ในเวลาเดียวกัน
หากคุณอยากสัมผัสภาพยนตร์ที่กล้าท้าทายทั้งศรัทธา อำนาจ และขอบเขตของศิลปะ ลองหาโอกาสชมเรื่องนี้บนจอใหญ่ แล้วตัดสินด้วยตัวเองว่าเหตุใดมันจึงยังถูกพูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้
ที่มา – Ken Russell’s ‘The Devils’ Is a Towering Monument of Pure Filmmaking
