Other Mommy หนังแย่ที่ทำเงินมหาศาลแล้ว
ภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ของ Blumhouse อย่าง Other Mommy กำลังสร้างความประหลาดใจให้กับวงการหนัง แม้กระแสวิจารณ์ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเป็นใจ โดยเฉพาะเมื่อหนังถูกมองว่าเป็นผลงานที่น่าผิดหวังของปี 2026 แต่ Other Mommy หนังแย่ที่ทำเงินมหาศาลแล้ว กลับทำรายได้เปิดตัวอย่างน่าประทับใจจนหลายคนต้องหันกลับมามองพลังของตลาดหนังสยองขวัญอีกครั้ง
Other Mommy หนังแย่ที่ทำเงินมหาศาลแล้ว เพราะอะไร
เจสสิกา แชสเทน กลับมารับบทนำในภาพยนตร์สยองขวัญอีกครั้ง หลังจากห่างหายจากแนวนี้ไปหลายปี หนังได้รับการคาดหวังพอสมควรจากแฟนภาพยนตร์ เพราะมีชื่อของ Blumhouse สตูดิโอที่เชี่ยวชาญด้านหนังสยองขวัญและระทึกขวัญอยู่เบื้องหลัง อย่างไรก็ตาม เมื่อหนังออกฉาย เสียงตอบรับจากทั้งนักวิจารณ์และผู้ชมกลับอยู่ในระดับต่ำ
รายงานจาก Variety ระบุว่า Other Mommy ทำรายได้ทั่วโลกในสุดสัปดาห์แรกประมาณ 45.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรายได้ส่วนใหญ่ 27.5 ล้านดอลลาร์มาจากตลาดอเมริกาเหนือ ตัวเลขดังกล่าวถือว่าน่าประทับใจมากเมื่อเทียบกับงบประมาณการผลิตที่อยู่ราว 18 ล้านดอลลาร์ นั่นหมายความว่าหนังสามารถสร้างรายได้เกินต้นทุนได้อย่างรวดเร็ว แม้จะถูกวิจารณ์อย่างหนักก็ตาม
Other Mommy หนังแย่ที่ทำเงินมหาศาลแล้ว สวนทางคะแนนรีวิว
ปัจจุบัน Other Mommy ถูกจัดให้เป็นภาพยนตร์ที่มีคะแนนรีวิวต่ำที่สุดของปี 2026 โดยได้คะแนนจาก Rotten Tomatoes เพียง 19 เปอร์เซ็นต์ และได้รับเกรด D+ จาก CinemaScore คะแนนเหล่านี้สะท้อนว่าผู้ชมจำนวนมากไม่ได้ประทับใจกับบทภาพยนตร์ จังหวะการเล่าเรื่อง หรือแนวทางการสร้างความน่ากลัวของหนัง
แต่สำหรับหนังสยองขวัญ คะแนนวิจารณ์ที่ต่ำไม่ได้แปลว่าจะล้มเหลวเสมอไป ผู้ชมบางกลุ่มอาจรู้สึกอยากพิสูจน์ด้วยตัวเองว่าหนังแย่จริงหรือไม่ อีกส่วนหนึ่งอาจถูกกระตุ้นด้วยกระแสพูดถึงในโซเชียลมีเดีย ยิ่งมีคนถกเถียงเกี่ยวกับหนังมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้ผู้ชมที่อยากรู้อยากเห็นตัดสินใจซื้อตั๋วมากขึ้นเท่านั้น
พลังของกระแสและความอยากรู้อยากเห็น
ความสำเร็จของ Other Mommy หนังแย่ที่ทำเงินมหาศาลแล้ว แสดงให้เห็นว่าการตลาดในยุคปัจจุบันไม่ได้อาศัยเพียงคำชมจากนักวิจารณ์ กระแสด้านลบก็สามารถทำหน้าที่เป็นโฆษณาได้เช่นกัน เมื่อผู้ชมเห็นข้อความวิจารณ์รุนแรงหรือคะแนนต่ำผิดปกติ พวกเขาอาจอยากดูเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นและค้นหาคำตอบว่าหนังมีปัญหามากแค่ไหน
นอกจากนี้ ชื่อของเจสสิกา แชสเทนยังช่วยดึงดูดผู้ชมได้ เธอเป็นนักแสดงที่มีผลงานหลากหลายและมีฐานแฟนจำนวนมาก การกลับมาเล่นหนังสยองขวัญจึงเป็นจุดขายที่ทำให้ผู้ชมสนใจ แม้ตัวหนังจะไม่ได้รับคำชมจากทุกฝ่ายก็ตาม บรรยากาศของหนังที่ใช้พื้นที่อย่างลูกบอลหลากสีให้กลายเป็นฉากสยองขวัญ ก็เป็นอีกประเด็นที่ช่วยสร้างภาพจำและทำให้ตัวอย่างหนังถูกพูดถึง
- หนังใช้งบประมาณประมาณ 18 ล้านดอลลาร์
- ทำรายได้เปิดตัวทั่วโลกประมาณ 45.2 ล้านดอลลาร์
- ตลาดอเมริกาเหนือทำรายได้ 27.5 ล้านดอลลาร์
- ได้คะแนน Rotten Tomatoes 19 เปอร์เซ็นต์
- ได้รับเกรด D+ จาก CinemaScore
Resident Evil ยังเดินหน้าทำเงินต่อเนื่อง
ในตลาดหนังสยองขวัญช่วงเดียวกัน Resident Evil ยังคงเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ทำเงินได้อย่างเงียบ ๆ หลังเข้าฉายตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายน ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ในอเมริกาเหนือเพิ่มอีก 8.3 ล้านดอลลาร์ในสุดสัปดาห์ล่าสุด ส่งผลให้รายได้รวมในประเทศอยู่ที่ 138.5 ล้านดอลลาร์ และมีรายได้ทั่วโลกประมาณ 320.3 ล้านดอลลาร์
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ Resident Evil กลายเป็นภาพยนตร์คนแสดงจากแฟรนไชส์นี้ที่ทำรายได้สูงที่สุด แซงหน้าเจ้าของสถิติเดิมอย่าง Resident Evil: The Final Chapter ซึ่งออกฉายในปี 2017 และทำรายได้ทั่วโลกประมาณ 314.1 ล้านดอลลาร์ ความสำเร็จนี้ยังทำให้หนังมีโอกาสเป็นภาพยนตร์ดัดแปลงจากวิดีโอเกมของ Capcom ที่ทำรายได้สูงที่สุดอีกด้วย
ความแข็งแกร่งของแฟรนไชส์ Resident Evil มาจากฐานแฟนเดิมที่เหนียวแน่น รวมถึงความคุ้นเคยกับโลกของเกมและตัวละคร ผู้ชมจึงมีแรงจูงใจที่จะกลับไปดูภาคใหม่ แม้คุณภาพของแต่ละภาคอาจได้รับการประเมินแตกต่างกันไป เช่นเดียวกับกรณีของ Other Mommy หนังแย่ที่ทำเงินมหาศาลแล้ว รายได้จึงไม่ได้สะท้อนคะแนนรีวิวเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับแบรนด์ ความคาดหวัง และกระแสสังคมด้วย
หนังสยองขวัญและภาพยนตร์น่าจับตาในเดือนนี้
สำหรับแฟนหนังสยองขวัญ เดือนนี้ยังมีภาพยนตร์อีกหลายเรื่องที่เตรียมเข้าฉาย โดย Clayface มีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 23 ตุลาคม ก่อนหน้านั้นจะมีภาพยนตร์อย่าง Street Fighter, Crawlers, Your Mother Your Mother Your Mother และ Whalefall ซึ่งมีกำหนดฉายในวันที่ 16 ตุลาคม
ในวันที่ 23 ตุลาคม ยังมี Klara and the Sun, Wicker และ Wildwood ให้ผู้ชมเลือกติดตาม แต่ละเรื่องมีแนวทางแตกต่างกัน ตั้งแต่ไซไฟ แฟนตาซี ระทึกขวัญ ไปจนถึงการผจญภัย ทำให้ช่วงปลายเดือนมีตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการชมภาพยนตร์นอกกระแสหรืออยากเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ
สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนเทนต์ดูต่อที่บ้าน ยังมีภาพยนตร์และซีรีส์แนวไซไฟ แฟนตาซี และสยองขวัญอีกมากมายให้ติดตามผ่านบริการสตรีมมิง การเลือกชมจากตัวอย่างและเสียงพูดคุยในชุมชนออนไลน์อาจช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แต่สุดท้ายแล้วรสนิยมของผู้ชมแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน คะแนนรีวิวจึงควรใช้เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย
บทสรุปของ Other Mommy
Other Mommy หนังแย่ที่ทำเงินมหาศาลแล้ว เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าหนังที่ได้รับคำวิจารณ์ด้านลบก็สามารถประสบความสำเร็จทางรายได้ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีชื่อสตูดิโอ นักแสดง และกระแสความอยากรู้อยากเห็นช่วยผลักดัน ผู้ชมบางคนอาจเห็นด้วยว่าหนังไม่ดีนัก ขณะที่บางคนอาจสนุกกับประสบการณ์ที่แตกต่าง สิ่งสำคัญคือหนังเรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่าเสียงวิจารณ์กับรายได้ในบ็อกซ์ออฟฟิศไม่ได้เดินไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป
หากคุณเป็นแฟนหนังสยองขวัญ ลองชม Other Mommy แล้วตัดสินด้วยตัวเองว่าหนังสมควรได้รับคะแนนต่ำหรือไม่ จากนั้นอย่าลืมติดตามผลงานสยองขวัญเรื่องอื่น ๆ ที่กำลังจะเข้าฉาย เพราะบางครั้งหนังที่ถูกมองข้ามอาจกลายเป็นเรื่องโปรดเรื่องใหม่ของคุณได้
ที่มา – ‘Other Mommy’ Is a Bad Movie Already Making Big Bucks
