Nicole Saphier กับพอร์ตการลงทุนที่ขัดแย้งกับจุดยืน

ท่ามกลางการเตรียมตัวเข้าสู่การพิจารณารับรองตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่ (Surgeon General) ของ Nicole Saphier ผู้ที่โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อให้รับหน้าที่สำคัญนี้ ข้อมูลการเปิดเผยสถานะทางการเงินของเธอเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายฝ่ายให้ความสนใจอย่างมาก เพราะ Nicole Saphier กับพอร์ตการลงทุนที่ขัดแย้งกับจุดยืน ของกลุ่มการเมืองที่สนับสนุนเธออย่าง MAHA หรือกลุ่มของ Robert F. Kennedy Jr. กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

Nicole Saphier กับพอร์ตการลงทุนที่ขัดแย้งกับจุดยืน

เป็นที่ทราบกันดีว่าแนวคิดของกลุ่ม MAHA มักจะต่อต้านอิทธิพลของบริษัทเภสัชกรรมยักษ์ใหญ่ (Big Pharma) รวมถึงอาหารฟาสต์ฟู้ด แต่เมื่อตรวจสอบพอร์ตการลงทุนของ Saphier กลับพบว่าเธอถือหุ้นในบริษัทเหล่านี้อยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Nvidia, Apple, ไปจนถึงหุ้นกลุ่มยาสูบอย่าง Philip Morris หรือ Altria ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่าตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในฐานะว่าที่นายแพทย์ใหญ่ที่ต้องดูแลสุขภาพคนในชาติ

รายละเอียดการถือครองหุ้นและผลกระทบต่อภาพลักษณ์

นอกจากหุ้นเทคโนโลยีและยาสูบแล้ว Nicole Saphier กับพอร์ตการลงทุนที่ขัดแย้งกับจุดยืน ยังครอบคลุมถึงบริษัทประกันสุขภาพและบริษัทพลังงานฟอสซิลอีกด้วย โดยเธอยังถือหุ้นใน McDonald’s, PepsiCo และ Coca-Cola ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชน อย่างไรก็ตาม Saphier ได้ให้สัญญาว่าจะขายหุ้นทั้งหมดนี้ทิ้งหากเธอได้รับการยืนยันให้ดำรงตำแหน่ง

นี่คือตัวอย่างรายชื่อหุ้นบางส่วนที่เธอถือครองอยู่:

  • บริษัทกลุ่มเภสัชกรรม: Eli Lilly, Johnson & Johnson, Pfizer
  • บริษัทกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม: McDonald’s, PepsiCo, Coca-Cola
  • บริษัทพลังงาน: Exxon Mobil, Chevron, Phillips 66
  • กลุ่มเทคโนโลยี: Amazon, Alphabet, Uber

สถานการณ์นี้นำไปสู่ข้อถกเถียงว่า ในขณะที่เธอกำลังก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่มีอิทธิพลต่อทิศทางสาธารณสุขของประเทศ พอร์ตการลงทุนที่ผ่านมาก่อนหน้านี้อาจทำให้เกิดความกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แม้ว่าเธอจะพยายามชี้แจงและยุติบทบาทจากสื่ออย่าง Fox News และปิดรายการพอดแคสต์ Wellness Unmasked เพื่อเตรียมตัวรับตำแหน่งนี้แล้วก็ตาม

ท้ายที่สุด การตัดสินใจของวุฒิสภาในการรับรอง Nicole Saphier จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า วุฒิสมาชิกจะให้น้ำหนักกับประวัติการลงทุนที่ผ่านมาของเธอมากน้อยเพียงใด ในโลกของการเมืองที่การถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของนักการเมืองมักเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับตำแหน่งที่ต้องเน้นเรื่อง “สุขภาพที่ดี” นั้น การที่เธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจยาสูบและฟาสต์ฟู้ดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจเป็นอุปสรรคสำคัญที่เธอต้องเผชิญในการไต่สวนสัปดาห์หน้า

ที่มา – Trump’s Pick for Surgeon General Holds Investments in Tech, Tobacco, Fast Food, and Big Pharma

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *