NASA ชี้ Starship ลงดวงจันทร์ 22 ครั้ง Musk เห็นต่าง
ภารกิจนำมนุษย์กลับไปยังดวงจันทร์กำลังเป็นหนึ่งในโครงการอวกาศที่ทั่วโลกจับตามอง โดยเฉพาะภารกิจ Artemis 4 ของ NASA ซึ่งมีเป้าหมายส่งนักบินอวกาศไปยังบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ในช่วงต้นปี 2028 อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังแผนงานยังมีคำถามสำคัญหลายเรื่อง ทั้งชุดอวกาศ ยานลงจอด และจำนวนเที่ยวบินที่จำเป็นต่อการเติมเชื้อเพลิงให้กับยาน Starship HLS ของ SpaceX
ประเด็นล่าสุดกลายเป็นที่สนใจมากขึ้น หลัง Charlie Precourt อดีตนักบินอวกาศของ NASA และสมาชิกคณะกรรมการ Aerospace Safety Advisory Panel หรือ ASAP เปิดเผยว่า ภารกิจดังกล่าวอาจต้องใช้เที่ยวบินของ Starship ราว 22 ครั้ง เพื่อเติมเชื้อเพลิงในคลังเชื้อเพลิงวงโคจรให้พร้อมสำหรับการเดินทางไปดวงจันทร์ ตัวเลขนี้แตกต่างจากการประเมินของ Elon Musk อย่างชัดเจน เพราะผู้ก่อตั้ง SpaceX ระบุว่าจำนวนเที่ยวบินที่แท้จริงน่าจะอยู่ที่ประมาณ 6-8 ครั้งเท่านั้น
NASA ชี้ Starship ลงดวงจันทร์ 22 ครั้ง Musk เห็นต่าง
ความแตกต่างของตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นเพียงการถกเถียงทั่วไป แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความเป็นไปได้และความปลอดภัยของ Artemis 4 ระบบ Starship HLS จำเป็นต้องใช้การเติมเชื้อเพลิงในวงโคจร เนื่องจากยานต้องเดินทางจากโลกไปยังดวงจันทร์และกลับมา โดยเชื้อเพลิงจำนวนมากไม่สามารถบรรทุกทั้งหมดได้ตั้งแต่การปล่อยครั้งแรก
แนวคิดของ SpaceX คือการส่งยานหรือแทงเกอร์หลายลำขึ้นสู่วงโคจรต่ำของโลก เพื่อถ่ายเทเชื้อเพลิงไปยังคลังเชื้อเพลิงที่เรียกว่า depot จากนั้นจึงเติมเชื้อเพลิงให้กับ Starship HLS ที่จะทำหน้าที่ลงจอดบนดวงจันทร์ แต่กระบวนการนี้ยังไม่เคยผ่านการทดสอบจริงในระดับที่จำเป็นต่อภารกิจมนุษย์ ความซับซ้อนจึงเพิ่มขึ้นทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปล่อยยาน การเชื่อมต่อ ไปจนถึงการถ่ายเทเชื้อเพลิงอุณหภูมิต่ำ
NASA ชี้ Starship ลงดวงจันทร์ 22 ครั้ง ขณะที่ Musk ประเมินต่ำกว่า
Charlie Precourt กล่าวในการประชุมประจำไตรมาสของ ASAP ว่า การคำนวณล่าสุดระบุว่าต้องมีเที่ยวบินประมาณ 22 ครั้งเพื่อเติมเชื้อเพลิงให้เพียงพอ ตัวเลขนี้สอดคล้องกับคำประเมินก่อนหน้านี้ของเจ้าหน้าที่บางรายใน NASA ซึ่งเคยระบุว่าภารกิจของ SpaceX อาจต้องใช้เที่ยวบินแทงเกอร์ประมาณ 10-20 เที่ยว
ในอีกด้านหนึ่ง Elon Musk โต้แย้งตัวเลขดังกล่าวผ่านแพลตฟอร์ม X โดยบอกว่า 22 เที่ยวบินสูงเกินไป และจำนวนจริงน่าจะอยู่ที่เพียง 6-8 เที่ยวบิน ความเห็นของ Musk สะท้อนมุมมองของ SpaceX ที่เชื่อว่าบริษัทจะสามารถพัฒนา Starship ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รวมถึงลดการสูญเสียเชื้อเพลิงระหว่างการจัดเก็บและถ่ายเทได้มากกว่าการคำนวณในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยมักประเมินจากข้อมูลที่ผ่านการทดสอบแล้ว ไม่ใช่จากเป้าหมายทางวิศวกรรมเพียงอย่างเดียว สำหรับภารกิจที่มีมนุษย์อยู่บนยาน ความผิดพลาดเล็กน้อยอาจส่งผลร้ายแรง ดังนั้น NASA จึงต้องพิจารณาทั้งจำนวนเที่ยวบิน ความน่าเชื่อถือของระบบ และแผนสำรองหากภารกิจใดภารกิจหนึ่งล่าช้าหรือไม่ประสบความสำเร็จ
ทำไมการเติมเชื้อเพลิงในวงโคจรจึงเป็นความท้าทาย
เชื้อเพลิงที่ Starship ใช้มีคุณสมบัติที่ทำให้การจัดเก็บในอวกาศเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะเชื้อเพลิงที่อยู่ในสภาวะเย็นจัด ซึ่งสามารถค่อย ๆ ระเหยหรือรั่วไหลออกไปได้ แม้ถังจะได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี หากต้องเก็บเชื้อเพลิงเป็นเวลานาน ปริมาณที่สูญเสียไปอาจทำให้ต้องส่งเที่ยวบินเพิ่มเติมขึ้นไปเติมให้เต็มอีกครั้ง
นอกจากการสูญเสียเชื้อเพลิงแล้ว SpaceX ยังต้องพิสูจน์ว่าการเชื่อมต่อระหว่างยานจำนวนมากสามารถทำได้อย่างปลอดภัยและแม่นยำ ระบบควบคุมต้องทำงานได้ในสภาพไร้น้ำหนัก ขณะที่อุปกรณ์ถ่ายเทเชื้อเพลิงต้องทนต่ออุณหภูมิต่ำและแรงสั่นสะเทือนจากการปล่อยยาน หากเกิดปัญหาในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง ภารกิจ Artemis 4 อาจต้องเลื่อนออกไปจนกว่าจะมีข้อมูลเพียงพอสำหรับแก้ไข
- จำนวนเที่ยวบิน: NASA และคณะกรรมการความปลอดภัยประเมินว่ายังมีความไม่แน่นอน ตั้งแต่ประมาณ 10 เที่ยวบินไปจนถึง 22 เที่ยวบิน ขณะที่ Musk คาดการณ์ไว้เพียง 6-8 เที่ยวบิน
- การสูญเสียเชื้อเพลิง: เชื้อเพลิงอุณหภูมิต่ำอาจระเหยระหว่างการจัดเก็บ ทำให้ต้องเติมซ้ำก่อนยานลงจอดจะพร้อมใช้งาน
- การทดสอบระบบ: การเติมเชื้อเพลิงในวงโคจรยังต้องผ่านการทดสอบภาคพื้นดินและการทดสอบในอวกาศอีกหลายขั้น
- ความปลอดภัยของมนุษย์: ภารกิจที่มีนักบินอวกาศต้องใช้มาตรฐานสูงกว่าการปล่อยดาวเทียมหรือยานทดลองทั่วไป
คณะกรรมการ NASA เสนอให้ทบทวนแผน Artemis 4
ASAP ระบุว่าต้องการให้ NASA ทบทวนแผนของ Artemis 4 เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเป้าหมายของภารกิจกับความเสี่ยงทางเทคนิค คณะกรรมการไม่ได้บอกให้ยกเลิกภารกิจ แต่ต้องการให้หน่วยงานกำหนดแผนการทดสอบและเก็บข้อมูลอย่างละเอียด ทั้งการทดสอบบนพื้นโลกและการทดสอบเที่ยวบินจริง
แนวทางนี้อาจทำให้กำหนดการเดิมต้องปรับเปลี่ยน แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาวได้ การรีบส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์โดยอาศัยระบบที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์อย่างครบถ้วน อาจสร้างความเสียหายต่อทั้งชีวิตนักบินอวกาศและความเชื่อมั่นของสาธารณชน นอกจากนี้ Artemis 4 ยังถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวในการสร้างฐานปฏิบัติการบนดวงจันทร์ ดังนั้นความสำเร็จของระบบเติมเชื้อเพลิงจึงมีความสำคัญต่อภารกิจในอนาคตด้วย
สิ่งที่น่าสนใจคือข้อถกเถียงนี้สะท้อนความแตกต่างระหว่างมุมมองของผู้บริหารบริษัทกับผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย ฝั่ง SpaceX มองไปที่ศักยภาพของเทคโนโลยีและการพัฒนาในอนาคต ส่วน NASA และ ASAP เน้นข้อมูลที่ยืนยันได้จากการทดสอบจริง ทั้งสองมุมมองมีประโยชน์ แต่สำหรับการเดินทางที่มีมนุษย์เป็นผู้โดยสาร การตั้งสมมติฐานอย่างระมัดระวังย่อมมีความสำคัญมากกว่าเป้าหมายที่ฟังดูรวดเร็วและประหยัด
ท้ายที่สุด ยังไม่มีคำตอบที่ยืนยันได้ว่าตัวเลข 6-8 เที่ยวบินของ Musk หรือประมาณ 22 เที่ยวบินของคณะกรรมการ NASA จะใกล้เคียงความจริงมากกว่ากัน SpaceX จำเป็นต้องแสดงข้อมูลจากการทดสอบจริง ขณะที่ NASA ต้องเปิดเผยเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจนต่อสาธารณะ หากทั้งสองฝ่ายสามารถใช้ข้อมูลใหม่มาปรับแผนได้อย่างโปร่งใส ภารกิจ Artemis 4 ก็จะมีโอกาสเดินหน้าอย่างปลอดภัยและยั่งยืนมากขึ้น
ความเห็นส่วนตัวคือ NASA ไม่ควรตัดสินใจจากตัวเลขที่ต่ำที่สุดหรือกำหนดการที่เร็วที่สุด แต่ควรเลือกแผนที่ผ่านการทดสอบและมีทางออกเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด เพราะการกลับไปดวงจันทร์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแข่งขันด้านอวกาศ แต่เป็นบททดสอบว่ามนุษย์จะสร้างระบบเดินทางระหว่างโลกกับดวงจันทร์ได้อย่างมั่นคงเพียงใด
ที่มา – NASA Safety Panel Says a Starship Moon Landing Needs 22 Launches. Musk Has a Very Different Number
