GoPro แก้ปัญหาใหญ่ของ Mission 1 Pro ได้แล้ว พอไหม?
GoPro แก้ปัญหาใหญ่ของ Mission 1 Pro ได้แล้ว พอไหม? คำถามนี้เกิดขึ้นทันทีหลังบริษัทปล่อยเฟิร์มแวร์ใหม่สำหรับกล้องแอ็กชันระดับโปรอย่าง Mission 1 Pro และ Mission 1 Pro ILS เพราะก่อนหน้านี้กล้องทั้งสองรุ่นมีจุดเด่นด้านวิดีโอในสภาพแสงน้อยและการถ่ายสโลว์โมชั่น แต่กลับมีข้อจำกัดสำคัญเมื่อต้องถ่ายภาพนิ่ง โดยเฉพาะการประมวลผลไฟล์ RAW ความละเอียดสูงที่ใช้เวลานานจนทำให้การถ่ายภาพต่อเนื่องแทบไม่มีประโยชน์
การอัปเดตครั้งนี้ปรับปรุงระบบชัตเตอร์และการจัดคิวประมวลผลภาพอย่างชัดเจน เมื่อกดปุ่มชัตเตอร์ กล้องจะบันทึกภาพทันที จากนั้นจึงนำไฟล์ไปประมวลผลภายหลัง ผู้ใช้จึงสามารถกดถ่ายภาพต่อได้โดยไม่ต้องรอภาพก่อนหน้าเสร็จสมบูรณ์ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญสำหรับคนที่ต้องถ่ายเหตุการณ์รวดเร็ว เช่น กีฬา การเดินทาง สัตว์เลี้ยง หรือช่วงเวลาที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที
GoPro แก้ปัญหาใหญ่ของ Mission 1 Pro ได้แล้ว พอไหม?
ก่อนมีเฟิร์มแวร์ใหม่ ภาพ RAW ขนาด 50 ล้านพิกเซลจากกล้องแต่ละรุ่นอาจต้องใช้เวลาเกือบสี่วินาทีในการประมวลผลระหว่างการถ่ายแต่ละครั้ง แม้สเปกภาพจะดูน่าสนใจ แต่ความล่าช้านี้ทำให้ผู้ใช้พลาดจังหวะสำคัญได้ง่าย การแก้ปัญหาด้วยระบบถ่ายภาพแบบต่อเนื่องจึงช่วยให้ Mission 1 Pro ใช้งานเป็นกล้องถ่ายภาพจริงจังได้มากขึ้น ไม่ใช่เพียงกล้องวิดีโอที่บังเอิญถ่ายภาพนิ่งได้
GoPro แก้ปัญหาใหญ่ของ Mission 1 Pro ได้แล้ว พอไหม? ในการใช้งานจริง
ผู้ใช้ยังสามารถกดปุ่มชัตเตอร์ค้างเพื่อถ่ายภาพเป็นชุดได้ด้วย โดยรองรับภาพความละเอียด 12 ล้านพิกเซลสูงสุด 50 ภาพ หรือภาพ RAW ความละเอียด 50 ล้านพิกเซลสูงสุด 20 ภาพ ฟีเจอร์นี้เหมาะกับการจับจังหวะเคลื่อนไหวและช่วยลดโอกาสพลาดภาพสำคัญ อย่างไรก็ตาม ข้อแลกเปลี่ยนคือไม่สามารถเปิดดูภาพแต่ละใบเพื่อตรวจสอบได้ทันทีระหว่างการถ่ายชุด หากต้องการดูว่าภาพที่ได้คมชัดหรือจัดองค์ประกอบดีหรือไม่ ผู้ใช้ต้องหยุดถ่ายแล้วปัดหน้าจอขึ้นจากด้านล่างของจอ OLED ขนาด 2 นิ้ว
สำหรับ Mission 1 Pro รุ่นมาตรฐาน กล้องยังคงใช้เลนส์มุมกว้างเป็นหลัก การถ่ายภาพ RAW จึงยังมีลักษณะบิดเบี้ยวคล้ายฟิชอายอยู่พอสมควร หากต้องการภาพที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ผู้ใช้สามารถเลือกถ่าย JPEG ในโหมดเส้นตรงได้ ซึ่งอาจทำให้กล้องรุ่นนี้เป็นตัวเลือกสำรองที่น่าสนใจกว่าสมาร์ตโฟนในบางสถานการณ์ แต่คนที่จริงจังกับการแต่งภาพมักยังต้องการไฟล์ RAW และอาจรู้สึกว่าข้อจำกัดของเลนส์ยังมีผลต่อประสบการณ์ใช้งาน
ส่วน Mission 1 Pro ILS ใช้แนวคิดกล้องที่เปลี่ยนเลนส์ได้ด้วยเมาท์ไมโครโฟร์เธิร์ด จึงมีความยืดหยุ่นด้านระยะภาพมากกว่า ผู้ใช้สามารถเลือกเลนส์ให้เหมาะกับการถ่ายภาพในแต่ละสถานการณ์ และการอัปเดตใหม่ทำให้รุ่นนี้ทำหน้าที่เป็นกล้องตัวเล็กสำหรับพกสำรองได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ระบบยังไม่รองรับการเชื่อมต่ออิเล็กทรอนิกส์กับเลนส์ ทำให้ไม่สามารถใช้ระบบออโต้โฟกัสเฉพาะของเลนส์ได้ ผู้ใช้ต้องโฟกัสด้วยตัวเอง และต้องป้อนค่าทางยาวโฟกัสในเมนูทุกครั้งที่เปลี่ยนเลนส์
ข้อจำกัดที่เฟิร์มแวร์ใหม่ยังแก้ไม่ได้
แม้ความเร็วในการถ่ายภาพจะดีขึ้นมาก แต่เฟิร์มแวร์ไม่ได้เปลี่ยนธรรมชาติของกล้องทั้งสองรุ่นให้กลายเป็นกล้องพรีเมียมเต็มรูปแบบ การเปลี่ยนทางยาวโฟกัสยังต้องเข้าไปที่เมนูแบบเลื่อนลง ซึ่งไม่สะดวกเมื่อเทียบกับกล้องคอมแพ็กต์ที่มีปุ่มควบคุมเฉพาะ นอกจากนี้ GoPro ยังไม่มีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยควบคุม ISO ความเร็วชัตเตอร์ หรือรูรับแสงแบบกายภาพ ผู้ใช้ที่ต้องการปรับค่าระหว่างถ่ายภาพจึงยังต้องพึ่งหน้าจอสัมผัสและเมนูภายในกล้อง
- จุดเด่น: ถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วขึ้นและลดอาการชัตเตอร์หน่วง
- เหมาะกับ: การถ่ายกีฬา การเดินทาง กิจกรรมกลางแจ้ง และเหตุการณ์ที่ต้องจับจังหวะ
- ข้อจำกัด: การตรวจดูภาพระหว่างถ่ายชุดทำได้ไม่ทันที
- Mission 1 Pro: ใช้งานง่ายและทนทาน แต่ยังจำกัดด้วยเลนส์มุมกว้าง
- Mission 1 Pro ILS: ยืดหยุ่นเรื่องเลนส์มากกว่า แต่ต้องจัดการโฟกัสและค่าทางยาวโฟกัสด้วยตัวเอง
เมื่อเทียบกับกล้องคอมแพ็กต์อย่าง Ricoh GRIIIx ประสบการณ์ของ GoPro ยังไม่คล่องตัวเท่า เพราะกล้องคอมแพ็กต์ทั่วไปมีปุ่มควบคุมและระบบจัดการภาพที่ออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพนิ่งโดยเฉพาะ แต่ GoPro มีข้อได้เปรียบด้านความทนทาน ขนาดที่พกพาง่าย และความสามารถด้านวิดีโอที่แข็งแรงกว่า หากผู้ใช้ต้องการกล้องหนึ่งตัวสำหรับกิจกรรมลุยๆ พร้อมความสามารถถ่ายภาพนิ่งที่ดีขึ้น Mission 1 Pro ก็มีเหตุผลให้พิจารณา
โดยสรุป GoPro แก้ปัญหาใหญ่ของ Mission 1 Pro ได้แล้ว พอไหม? คำตอบคือพอสำหรับทำให้กล้องน่าใช้งานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังไม่พอที่จะลบข้อจำกัดทั้งหมดของการถ่ายภาพนิ่งได้ การอัปเดตนี้ทำให้รุ่นราคาแพงที่สุดของ GoPro มีความสามารถรอบด้านมากขึ้น และน่าสนใจว่าบริษัทจะนำระบบถ่ายภาพใหม่ไปใส่ในกล้องราคาถูกกว่าในอนาคตหรือไม่ หาก GoPro ทำเช่นนั้นได้ ผู้ใช้จำนวนมากอาจเข้าถึงกล้องแอ็กชันที่ถ่ายวิดีโอและภาพนิ่งได้ครบเครื่องกว่าเดิม
ความคิดเห็นส่วนตัวคือเฟิร์มแวร์นี้เปลี่ยน Mission 1 Pro จากกล้องที่ถ่ายภาพนิ่งได้แบบมีเงื่อนไข ให้กลายเป็นกล้องสำรองที่ใช้งานได้จริงมากขึ้น แต่ผู้ซื้อควรตัดสินใจจากรูปแบบการใช้งานของตัวเอง หากเน้นวิดีโอและความทนทาน กล้องรุ่นนี้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนคนที่เน้นภาพนิ่งเป็นหลักอาจยังควรมองหากล้องที่มีปุ่มควบคุมและระบบโฟกัสครบกว่า
ที่มา – GoPro Fixed the One Big Problem With Its Mission 1 Pro Cameras—But Is It Enough?
