DSI แจ้ง 7 ข้อหาหนัก ‘ภาวุธ-รัฐภูมิ’ พร้อมพวก คดีชวนเทรดออนไลน์ ปล่อยตัวไร้หลักทรัพย์ เล็งเอาผิดรวม 47 ราย
เรียกได้ว่าเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจกันอย่างมากในขณะนี้ กับข่าวที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้ออกมาดำเนินการกับกลุ่มบุคคลในคดีชวนลงทุนเทรดออนไลน์ ซึ่งล่าสุดมีการรายงานว่า DSI แจ้ง 7 ข้อหาหนัก ‘ภาวุธ-รัฐภูมิ’ พร้อมพวก คดีชวนเทรดออนไลน์ ปล่อยตัวไร้หลักทรัพย์ เล็งเอาผิดรวม 47 ราย ถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญสำหรับนักลงทุนยุคดิจิทัลที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นครับ
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา เมื่อคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้เรียกตัว 4 ผู้ต้องหา ได้แก่ ภาวุธ, รัฐภูมิ, ภูริทัต และธนกร มารับทราบข้อกล่าวหาที่สำนักงาน DSI โดยข้อหาที่ได้รับนั้นถือว่ามีความร้ายแรงและครอบคลุมความผิดหลายด้านในโลกออนไลน์ ทั้งเรื่องการกู้ยืมเงินฉ้อโกงประชาชน ไปจนถึงการประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต
รายละเอียดคดี DSI แจ้ง 7 ข้อหาหนัก ‘ภาวุธ-รัฐภูมิ’ พร้อมพวก คดีชวนเทรดออนไลน์ ปล่อยตัวไร้หลักทรัพย์ เล็งเอาผิดรวม 47 ราย
เพื่อให้ทุกคนเข้าใจถึงความจริงจังของคดีนี้ เรามาดูกันครับว่า 7 ข้อหาที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งแก่ทั้ง 4 รายนั้นมีอะไรบ้าง:
- ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
- ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
- ร่วมประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต
- ร่วมประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียน
- ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
- สมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน
- ร่วมกันฟอกเงิน
ต้องยอมรับว่าการที่ DSI เข้ามาจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการหลอกลวงผ่านแพลตฟอร์มเทรดออนไลน์กำลังเป็นภัยเงียบที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง สำหรับแนวทางการดำเนินคดีในภาพรวมนั้น ทาง DSI ไม่ได้หยุดอยู่แค่ 4 คนนี้เท่านั้น แต่ยังเตรียมขยายผลเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายนี้รวมทั้งหมดถึง 47 รายเลยทีเดียว ซึ่งในเบื้องต้นได้ทยอยออกหมายเรียกไปแล้วกว่า 10 รายครับ
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญต่อกรณี DSI แจ้ง 7 ข้อหาหนัก ‘ภาวุธ-รัฐภูมิ’ พร้อมพวก คดีชวนเทรดออนไลน์ ปล่อยตัวไร้หลักทรัพย์ เล็งเอาผิดรวม 47 ราย
ในส่วนของการปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 รายโดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ประกันตัวนั้น ถือเป็นขั้นตอนตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ผู้ต้องหาได้มีโอกาสรวบรวมพยานหลักฐานและต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม ซึ่งเราต้องขอย้ำว่า ในทางกฎหมายผู้ถูกกล่าวหายังคงถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดครับ
สำหรับเพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวสารด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ นี่คือบทเรียนที่สำคัญมากครับ ในยุคที่ใครก็สามารถโปรโมตการลงทุนผ่านโซเชียลมีเดียได้ การตรวจสอบใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง กลต. จึงเป็นสิ่งที่คุณต้องทำก่อนโอนเงินทุกครั้ง อย่าหลงเชื่อคำชวนที่เน้นผลตอบแทนสูงเกินจริงหรือการการันตีรายได้ที่ไม่มีอยู่จริง เพราะสุดท้ายแล้วความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจยากจะเรียกคืน
หวังว่าบทสรุปของคดีนี้จะเป็นอุทาหรณ์ให้กับนักลงทุนหน้าใหม่ และช่วยให้เราทุกคนมีความรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของเหล่ามิจฉาชีพในโลกออนไลน์มากขึ้น อย่าลืมแบ่งปันข้อมูลนี้ให้กับคนใกล้ตัวเพื่อเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงในการลงทุนนะครับ
