DSI เรียกพยาน 10 ราย สอบธุรกิจไมมอน นักธุรกิจอิสราเอล ปมใช้คนไทยเป็นนอมินี

DSI เรียกพยาน 10 ราย สอบธุรกิจไมมอน นักธุรกิจอิสราเอล ปมใช้คนไทยเป็นนอมินี เป็นความคืบหน้าที่ได้รับความสนใจจากสังคม โดยเฉพาะผู้ติดตามข่าวอาชญากรรม เศรษฐกิจ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และประเด็นการใช้กฎหมายกำกับดูแลการลงทุนของชาวต่างชาติในประเทศไทย

กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ออกหมายเรียกพยานบุคคลจำนวน 10 ราย เพื่อเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ นักธุรกิจชาวอิสราเอล ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยพยานทั้งหมดเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ใช่นิติบุคคล และยังไม่ได้ถูกเรียกมาเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแต่อย่างใด

DSI เรียกพยาน 10 ราย สอบธุรกิจไมมอน นักธุรกิจอิสราเอล ปมใช้คนไทยเป็นนอมินี

คดีดังกล่าวเริ่มต้นจากการที่ดีเอสไอเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 3 จุดในจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะบริเวณอำเภอบางละมุงและเมืองพัทยา การตรวจค้นเชื่อมโยงกับธุรกิจและทรัพย์สินหลายรายการของไมมอน ซึ่งมีมูลค่ารวมหลายพันล้านบาท รวมถึงความเกี่ยวข้องกับสำนักงานกฎหมายสากลเคทีอินเตอร์เนชั่นแนล ลอร์แอนด์บิสซิเนส บริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด และบริษัท โลตัส พาราไดซ์ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด

ประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบคือข้อสงสัยว่า อาจมีการนำคนไทยซึ่งเป็นพนักงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาเป็นกรรมการแทนชาวต่างชาติ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “นอมินี” หากพบว่ามีการใช้โครงสร้างดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ก็อาจนำไปสู่การดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

พยานทั้ง 10 รายให้ข้อมูลเรื่องใด

พยานที่ถูกเรียกมาให้ข้อมูลมีความเกี่ยวข้องกับหลายด้านของการจัดตั้งและดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นขอจดทะเบียนบริษัท การจัดทำเอกสารทางธุรกิจ ไปจนถึงการตรวจสอบด้านการเงินและบัญชี ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้พนักงานสอบสวนเห็นภาพว่า บริษัทเริ่มดำเนินงานเมื่อใด มีรูปแบบการประกอบธุรกิจอย่างไร มีรายได้หรือกิจกรรมทางธุรกิจจริงหรือไม่ และบุคคลใดมีบทบาทในการบริหารจัดการ

เจ้าหน้าที่จะนำคำให้การและเอกสารที่ได้รับไปตรวจสอบย้อนหลังในแต่ละช่วงเวลา โดยเปรียบเทียบกับข้อมูลการถือครองทรัพย์สิน การทำธุรกรรมทางการเงิน สัญญาทางธุรกิจ และเอกสารการจดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง การตรวจสอบลักษณะนี้ต้องใช้ความละเอียด เพราะบริษัทบางแห่งดำเนินงานมานานหลายปี และอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือรูปแบบธุรกิจหลายครั้ง

  • ตรวจสอบที่มาของการจัดตั้งบริษัทและรายชื่อผู้เกี่ยวข้อง
  • วิเคราะห์การดำเนินงานและกิจกรรมทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง
  • ตรวจสอบเอกสารทางการเงิน บัญชี และธุรกรรมย้อนหลัง
  • พิจารณาบทบาทของกรรมการและผู้ถือหุ้นแต่ละราย
  • รวบรวมหลักฐานเพื่อดูว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่

ดีเอสไอย้ำ ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา

จุดที่ควรทำความเข้าใจคือ การออกหมายเรียกพยานไม่ได้หมายความว่าบุคคลเหล่านั้นตกเป็นผู้ต้องหา ดีเอสไอระบุอย่างชัดเจนว่า ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียกบุคคลใดเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และยังไม่มีการดำเนินคดีกับกรรมการบริษัทหรือบุคคลใดทั้งสิ้น เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมข้อเท็จจริงและประเมินพยานหลักฐาน

แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่าการสอบสวนจะเน้นพิจารณาเป็นรายประเด็น ไม่ใช่การตรวจสอบแบบหว่านแหเพื่อหาผู้กระทำผิดโดยไม่มีหลักฐานรองรับ หากการสอบปากคำพบข้อมูลใหม่ พนักงานสอบสวนอาจออกหมายเรียกพยานเพิ่มเติม เพื่อให้ภาพรวมของธุรกิจมีความชัดเจนมากขึ้น

ประเด็นชาบัด เฮ้าส์ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ

นอกจากเรื่องธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดชลบุรีแล้ว เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบความเกี่ยวข้องของแรบไบ โยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์ กับการก่อสร้าง “ชาบัด เฮ้าส์” ในจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต ประเด็นที่ต้องตรวจสอบคือ เครือข่ายของโยเซฟมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างหรือการดำเนินงานดังกล่าวมากน้อยเพียงใด

ดีเอสไอจะพิจารณาด้วยว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หรือพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 หรือไม่ หากพบองค์ประกอบความผิดที่อยู่ในอำนาจของดีเอสไอ ก็อาจเสนอให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณารับเป็นคดีพิเศษต่อไป

เครือข่ายธุรกิจที่ต้องติดตาม

รายงานเพิ่มเติมระบุว่า กลุ่มชาวอิสราเอลที่เกี่ยวข้องกับไมมอน ซึ่งมีตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารในบริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด และบริษัท โลตัส พาราไดซ์ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด รวมถึงบริษัท ซิลาด โฮลดิ้ง จำกัด อาจมีเครือข่ายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดชลบุรีอย่างน้อย 14 บริษัท

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขและความเชื่อมโยงดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ จึงควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานรัฐและเอกสารทางคดีอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรสรุปว่าบุคคลหรือบริษัทใดมีความผิดจนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้นและมีคำวินิจฉัยตามกระบวนการยุติธรรม

ในมุมของประชาชน คดีนี้เป็นอีกตัวอย่างที่ทำให้เห็นความสำคัญของความโปร่งใสในการลงทุนและการถือครองธุรกิจในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวที่มีมูลค่าอสังหาริมทรัพย์สูง สำหรับผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ การจัดทำเอกสารให้ถูกต้อง การเปิดเผยโครงสร้างผู้ถือหุ้นอย่างโปร่งใส และการปฏิบัติตามกฎหมายตั้งแต่ต้น ย่อมช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว

สรุปแล้ว DSI เรียกพยาน 10 ราย สอบธุรกิจไมมอน นักธุรกิจอิสราเอล ปมใช้คนไทยเป็นนอมินี ยังเป็นเพียงขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล ไม่ใช่บทสรุปว่ามีผู้ใดกระทำผิด การติดตามคดีควรอาศัยข้อเท็จจริงและหลักฐานที่หน่วยงานทางการเปิดเผย หากคุณสนใจข่าวธุรกิจ เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ควรติดตามความคืบหน้าอย่างมีวิจารณญาณ เพราะคดีลักษณะนี้อาจส่งผลต่อมาตรฐานการลงทุนและการกำกับดูแลธุรกิจต่างชาติในประเทศไทยต่อไป

ที่มา – DSI เรียกพยาน 10 ราย สอบธุรกิจไมมอน นักธุรกิจอิสราเอล ปมใช้คนไทยเป็นนอมินี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *