ผู้เขียน: lalika69_admin

‘ชัชชาติ’ เดินหน้ากางแผน 1 ปี พลิกโฉม กทม. สู่เมืองแห่งสิทธิมนุษยชน ดูแลตั้งแต่คนไร้บ้านถึงผู้สูงวัย เชื่อม Traffy Fondue คุ้มครองกลุ่มเปราะบาง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันแบบชิลๆ เรื่องข่าวร้อนจากกรุงเทพฯ ที่หลายคนกำลังจับตามอง นั่นคือ ‘ชัชชาติ’ เดินหน้ากางแผน 1 ปี พลิกโฉม กทม. สู่เมืองแห่งสิทธิมนุษยชน ดูแลตั้งแต่คนไร้บ้านถึงผู้สูงวัย เชื่อม Traffy Fondue คุ้มครองกลุ่มเปราะบาง ครับ คุณว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไม่ได้แค่นั่งเก้าอี้เฉยๆ แต่เดินหน้าจริงจังเพื่อทำให้ กทม. เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะสถานะไหน

‘ชัชชาติ’ เดินหน้ากางแผน 1 ปี พลิกโฉม กทม. สู่เมืองแห่งสิทธิมนุษยชน ดูแลตั้งแต่คนไร้บ้านถึงผู้สูงวัย เชื่อม Traffy Fondue คุ้มครองกลุ่มเปราะบาง

เมื่อวานนี้ (4 พฤษภาคม) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า เขตพระนคร ชัชชาติเป็นประธานประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ ครั้งที่ 1/2569 ผ่านทั้ง onsite และออนไลน์ เพื่อติดตาม progress และกำหนดทิศทางให้ชัดเจน ที่ประชุมเห็นชอบแผนปฏิบัติการเร่งด่วน ระยะ 6 เดือน-1 ปี ทันทีเลยครับ ซึ่งมี 3 ประเด็นหลักที่เจ๋งมาก:

  • ประกาศนโยบาย: บริหารราชการและบริการประชาชนยึดหลักสิทธิมนุษยชนเป็นแกนกลาง ทุกอย่างต้องเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ
  • แนวทางปฏิบัติงาน (Human Rights Guidelines): คู่มือสำหรับเจ้าหน้าที่ กทม. เปลี่ยนแนวคิดนามธรรมให้เป็น practice ชัดๆ ตรวจสอบได้ รับประกันว่าประชาชนได้บริการที่เคารพศักดิ์ศรี
  • ยกระดับเครื่องมือรับร้องเรียน: พัฒนา SoSafe เชื่อม Traffy Fondue เพิ่ม efficiency ในการคุ้มครองสิทธิ โดยเฉพาะปัญหาสังคม รับแจ้ง-ส่งต่อแก้ไขไวๆ

แผนนี้ต่อยอดจากวันที่ 28 ส.ค. 2568 ที่ชัชชาติประกาศเจตนารมณ์พา กทม. สู่ Bangkok Human Rights City เป้าหมายคือเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน ชีวิตเสมอภาค หน่วยงานมี standard เดียวกัน นโยบายครอบคลุมกว้างมาก ตั้งแต่ความเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ปรับบริการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั่วถึง สร้างวัฒนธรรมเคารพสิทธิ และเชิญชวนประชาชนมีส่วนร่วม

ความคืบหน้าที่น่าประทับใจ

ที่ประชุมยังอัพเดท progress ด้านสิทธิมนุษยชน เช่น สร้างกลไก เครื่องมือขับเคลื่อน พัฒนาศักยภาพบุคลากร ทั้งข้าราชการและครู ยกระดับชีวิตกลุ่มเปราะบาง เด็ก-เยาวชน สตรี ผู้พิการ ผู้สูงอายุ คนไร้บ้าน ทุกกลุ่มได้ประโยชน์ ส่งเสริมความเท่าเทียมเพศ-สังคม แถมยังประสบความสำเร็จเป็นเจ้าภาพประชุมอาเซียนเรื่อง Human Rights Cities in ASEAN: Localising Human Rights for Inclusive Development ภูมิใจแทนเลย!

ในมุมคนที่ติดตาม tech อย่างผม Traffy Fondue คือ hero ชัดๆ มันคือแอปสุดล้ำที่เชื่อมประชาชนกับ กทม. แบบ real-time รายงานปัญหาได้ทุกที่ ทุกเวลา ตอนนี้ integrate กับ SoSafe ยิ่งทำให้การคุ้มครองสิทธิ efficient สุดๆ คล้าย smart city apps ในสิงคโปร์หรือโคเปนเฮเกน แต่ปรับให้เข้ากับบริบทไทย ช่วยให้ กทม. ก้าวสู่ digital human rights hub ได้เลย

จากประสบการณ์ผมที่เห็นเมืองใหญ่หลายที่ การผลักดันสิทธิมนุษยชนแบบนี้ไม่ใช่แค่นโยบาย แต่ต้องมี tech support และ culture shift จริง ชัชชาติทำได้ดีมาก เพราะเริ่มจาก top-down แต่เปิดช่อง bottom-up ให้ประชาชนร่วมด้วย

อนาคต กทม. จะเป็นยังไง?

ผมเชื่อว่าแผนนี้จะเปลี่ยนโฉม กทม. จริงๆ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มักถูกละเลย ตั้งแต่คนไร้บ้านยันผู้สูงวัย จะได้ดูแลแบบ holistic ถ้าทำสำเร็จ กทม. จะเป็น model สำหรับเมืองไทยและอาเซียน ลองนึกภาพเมืองที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัย เท่าเทียม มีสิทธิพื้นฐานครบ

ทิปด์เล็กๆ จากผม: ลองโหลด Traffy Fondue มาใช้ดูสิครับ รายงานปัญหาใกล้บ้านได้ง่ายๆ ช่วยกันสร้างเมืองดีๆ ครับ! หรือแชร์ความเห็นคุณในคอมเมนต์ด้านล่างเลย

ที่มา – ‘ชัชชาติ’ เดินหน้ากางแผน 1 ปี พลิกโฉม กทม. สู่เมืองแห่งสิทธิมนุษยชน ดูแลตั้งแต่คนไร้บ้านถึงผู้สูงวัย เชื่อม Traffy Fondue คุ้มครองกลุ่มเปราะบาง

Apple ตกลงไกล่เกลี่ยคดีโฆษณาเท็จ Siri AI

ตามรายงานจาก New York Times หากคุณซื้อ iPhone 16 หรือ iPhone 15 บางรุ่นระหว่างเดือนมิถุนายน 2024 ถึงมีนาคม 2025 คุณอาจมีสิทธิ์ได้รับเช็คเงินชดเชยสูงสุด 95 ดอลลาร์ต่อเครื่อง จากคดีกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ Apple Intelligence และ Siri

Apple ตกลงไกล่เกลี่ยคดีโฆษณาเท็จ Siri AI

Apple ตกลงไกล่เกลี่ยคดีโฆษณาเท็จ Siri AI เมื่อวันอังคารที่ศาลแขวงสหรัฐในซานโฮเซ่ รัฐแคลิฟอร์เนีย คดีนี้กล่าวหาว่า Apple ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าฟีเจอร์ Apple Intelligence มีความสามารถมากกว่าความเป็นจริง โดยฟีเจอร์เหล่านี้เปิดตัวครั้งแรกบน iPhone 15 Pro และ Pro Max ในเดือนมิถุนายน 2024 ตาม ประกาศของ Apple และ iPhone 16 ซีรีส์ที่รองรับ Apple Intelligence โดยตรงเปิดตัวในภายหลังตาม ข่าวจาก Apple

มูลค่าการไกล่เกลี่ยทั้งหมดอยู่ที่ 250 ล้านดอลลาร์ รอการอนุมัติจากผู้พิพากษา Apple ยืนยันว่าไม่ได้ทำผิด Marni Goldberg โฆษกของ Apple กล่าวกับ Times ว่า ตั้งแต่เปิดตัว Apple Intelligence บริษัทได้นำเสนอฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมายในหลายภาษา ที่รวมเข้ากับแพลตฟอร์มของ Apple และการไกล่เกลี่ยนี้ช่วยให้บริษัทมุ่งเน้นไปที่การส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ทันสมัยที่สุด

สาเหตุของ Apple ตกลงไกล่เกลี่ยคดีโฆษณาเท็จ Siri AI

คดีนี้เป็นผลกระทบจากที่ Apple ยอมรับเมื่อปีที่แล้วว่าการอัปเกรด Siri ด้วย AI จะล่าช้ากว่ากำหนดตาม Axios แถลงการณ์ต่อ Daring Fireball ระบุว่า Apple กำลังพัฒนา Siri ที่เข้าใจบริบทส่วนตัวมากขึ้นและสามารถดำเนินการในแอปได้ แต่จะใช้เวลานานกว่าที่คิด และคาดว่าจะเปิดตัวในปีถัดไป

วันรุ่งขึ้น มีรายงานว่า Apple ถอดโฆษณาที่มี Bella Ramsey ออก ตาม Daring Fireball โฆษณานี้แสดง Siri ที่ช่วยจำชื่อคนที่พบเจอ โดยถามว่า “ชื่อผู้ชายที่ฉันประชุมด้วยเมื่อสองเดือนก่อนที่ Cafe Grenel?” และ Siri ตอบทันทีว่า “คุณพบ Zac Wingate ที่ Cafe Grenel สองเดือนก่อน” ซึ่งเป็นตัวอย่างของ Siri ส่วนตัวที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง

Apple Intelligence ถูกมองว่าเปิดตัวช้า แต่ก็เร็วเกินไปจนถูกฟ้องและต้องไกล่เกลี่ย 250 ล้านดอลลาร์ ตั้งแต่ ChatGPT สร้างมาตรฐานใหม่ให้ AI assistant Siri ของ Apple ถูกวิจารณ์หนัก Brian Mulberry ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอ บอก Wall Street Journal ในกุมภาพันธ์ 2024 ว่า “นักลงทุนตื่นเต้นกับ AI แต่ Apple ยังไม่สร้างกระแสใหญ่”

ในสัมภาษณ์กับ TechRadar Craig Federighi หัวหน้าซอฟต์แวร์ของ Apple กล่าวว่ากำลังพัฒนา Siri เวอร์ชัน 2 ที่ตอบโจทย์การใช้งานส่วนตัว แต่จะไม่กำหนดวันเปิดตัวแบบคาดเดา

  • ผู้มีสิทธิ์: เจ้าของ iPhone 16 และ iPhone 15 Pro (ซื้อช่วงมิ.ย. 2024 – มี.ค. 2025)
  • เงินชดเชย: สูงสุด 95 ดอลลาร์ต่อเครื่อง
  • มูลค่ารวม: 250 ล้านดอลลาร์
  • สถานะ: รออนุมัติจากศาล

เหตุการณ์นี้สะท้อนความกดดันที่ Apple รับมือกับ AI ในยุคที่คู่แข่งอย่าง Google และ OpenAI ก้าวล้ำ นักลงทุนและผู้ใช้คาดหวัง Siri ที่ฉลาดเทียบเท่า แต่ Apple เลือกความสมบูรณ์แบบก่อนเปิดตัว

สำหรับเจ้าของ iPhone ที่ได้รับผลกระทบ ควรตรวจสอบสิทธิ์การชดเชยผ่านเว็บไซต์คดีกลุ่ม เพื่อไม่พลาดเงินคืน คุณคิดอย่างไรกับการไกล่เกลี่ยนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวเทคโนโลยีล่าสุดจากเรา!

ที่มา – Apple Settles Alleged False Advertising Suit Over AI-Powered Siri

คลิปสุดท้าย Daredevil: Born Again เตรียมเปิดเผยเรื่องใหญ่

ตอนจบซีซั่น 2 ของ Daredevil: Born Again ใกล้เข้ามาแล้ว! อาจจะฉายไปแล้วด้วยซ้ำตอนคุณอ่านบทความนี้ แต่ Marvel Studios ไม่ยอมให้เรารอเฉย ๆ โดยปล่อย คลิปสุดท้าย Daredevil: Born Again เตรียมเปิดเผยเรื่องใหญ่ ออกมา ซึ่งชวนให้ใจเต้นรัวเพราะบอกใบ้สิ่งที่เราไม่คาดคิดเลย

คลิปสุดท้าย Daredevil: Born Again เตรียมเปิดเผยเรื่องใหญ่

จากตอนที่แล้ว Matt Murdock (Charlie Cox) กลับมาเป็นฮีโร่ปกป้องแฟนสาว Karen Page (Deborah Ann Woll) ต่อหน้าสาธารณะ ทำให้ Wilson Fisk (Vincent D’Onofrio) ในฐานะนายกเทศมนตรีและกองกำลังต่อต้านวิกิลแอนต์์ช็อกหนัก สุดท้ายพวกเขาพยายามสังหาร Matt ขณะออกจากศาล

แต่ใน คลิปสุดท้าย Daredevil: Born Again เตรียมเปิดเผยเรื่องใหญ่ นี้ Matt ยังรอดชีวิต และกำลังสอบสวน Fisk บนแท่นพยาน! ไฟแน่น ๆ เริ่มเลย เราจะไม่สปอยล์คลิปทั้งหมด แต่สรุปสั้น ๆ คือ Matt กับ Fisk ยืนยันว่า Daredevil อยู่บนเรือที่จมในตอนก่อน ๆ แต่ Daredevil ไม่สามารถมาเป็นพยานได้เพราะจะเปิดเผยตัวตนลับของ Matt

สิ่งที่คลิปบอกใบ้: Matt จะถอดหน้ากากหรือไม่?

ประโยคสุดเด็ดในคลิปอย่าง “คุณกับผมรู้ดีว่า Daredevil คือใคร” ทำให้เราสงสัยว่า Matt จะทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ไหม? เขาจะเปิดเผยตัวตนต่อสาธารณะ เหมือน Tony Stark พูด “I am Iron Man” ใน Endgame หรือเปล่า? แต่ต่างกันตรงที่ Daredevil ทำเรื่องร้าย ๆ มาหนักหนากว่านั้น ถ้าเปิดตัวจริง คงวุ่นวายทั้งนิวยอร์กแน่

ซีรีส์ Daredevil: Born Again ซีซั่น 2 เป็น slow-burn ที่คุ้มค่าการรอคอย แม้เรตติ้งไม่ดีเท่าที่หวัง แต่เนื้อเรื่องเข้มข้น โดยเฉพาะการปะทะระหว่าง Matt กับ Fisk ที่พัฒนามาไกลจาก Netflix era ทุกอย่างนำไปสู่ตอนจบที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ดีที่สุดของซีซั่น และหนึ่งในตอนที่ดีที่สุดของ Marvel TV เลย!”

  • จุดเด่นตอนจบ: การต่อสู้ทางกฎหมายและศีลธรรมสุดเข้ม
  • ตัวละครหลัก: Matt ที่กล้าเสี่ยง, Fisk ที่เจ้าเล่ห์
  • ความคาดหวัง: อาจเปลี่ยนจักรวาล MCU ไปเลย

ติดตามตอนจบได้ที่ 9 โมงเย็น ET วันที่ 5 พฤษภาคม (เวลาอเมริกา) หรือเช้าตรู่บ้านเรา และเราจะมีรีวิวละเอียดหลังจากนั้น

อยากอัพเดทเพิ่ม? เช็คตาราง Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ได้เลย

ส่วนตัวผมคิดว่า คลิปสุดท้าย Daredevil: Born Again เตรียมเปิดเผยเรื่องใหญ่ นี่คือจุดพลิกผันที่ Marvel อยากให้ Daredevil ก้าวสู่ MCU เต็มตัว ลุ้นเลยว่าตอนจบจะสมศักดิ์ศรีไหม คุณคิดยังไง? มาคอมเมนต์บอกกัน!

ที่มา – The Final ‘Daredevil: Born Again’ Clip Teases Something Major

ถ้าจะซื้อ iPhone ฤดูใบไม้ร่วง อย่าติด ChatGPT มาก

Siri ไม่เคยโด่งดังเรื่องความฉลาด แต่ Apple หวังจะพลิกภาพลักษณ์นี้ด้วยการอัปเดต iOS ครั้งต่อไป โดยให้ผู้ใช้เลือกโมเดล AI ที่ชอบมาเป็นสมองของผู้ช่วยเสียง ถ้าจะซื้อ iPhone ฤดูใบไม้ร่วง อย่าติด ChatGPT มาก เพราะตามรายงานจาก Bloomberg iOS 27 จะให้ผู้ใช้ iPhone สลับโมเดล AI ที่ต้องการมาเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับฟีเจอร์ AI ของ Apple หลายตัว รวมถึง Siri ที่มีชื่อเสียงในทางลบ

ถ้าจะซื้อ iPhone ฤดูใบไม้ร่วง อย่าติด ChatGPT มาก

รายงานระบุว่า Google’s Gemini จะเป็นตัวเลือกเริ่มต้นสำหรับฟีเจอร์ Apple Intelligence เช่น Writing Tools, Image Playground และ Siri แต่ Apple จะนำเสนอ “Extensions” ที่ให้ผู้ใช้ติดตั้งแอปของโมเดล AI อื่น ๆ แล้วนำมาใช้ขับเคลื่อนส่วนต่าง ๆ ของ Apple Intelligence ทำให้ตัวเลือกจากบุคคลที่สามอย่าง Anthropic’s Claude สามารถใช้งานได้ในระบบ iOS

ข่าวนี้ มีข่าวลือมานาน และเข้ากันได้ดีกับแนวทาง AI ของ Apple แม้ว่าการเปิดตัวฟีเจอร์ AI จะ ยุ่งเหยิงหน่อย พลาดเดดไลน์บ่อย ๆ และ ต้องปรับโครงสร้างผู้บริหารใหญ่ แต่ Apple เลือกทางที่ผู้ใช้ชอบ: คือให้มีทางเลือก

ทำไมถ้าจะซื้อ iPhone ฤดูใบไม้ร่วง ถึงไม่ควรถือติด ChatGPT

ปีที่แล้ว มีการเปิดเผยว่า Apple จ่าย 1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ Gemini ของ Google เป็นโมเดลหลักสำหรับ Siri ที่ฉลาดขึ้น แต่การเปิดแพลตฟอร์มให้ผู้เล่นอื่น จะให้ผู้ใช้มีตัวเลือก ในยุคที่บริษัท AI พยายามล็อกผู้ใช้ Apple ยังได้ประโยชน์ โดยจะเก็บค่าธรรมเนียมจากทุกการสมัครสมาชิกผ่าน App Store เช่น ถ้าคุณสมัคร Claude เพื่อใช้กับ Siri Apple ก็ได้ส่วนแบ่ง

ผู้เสียหายใหญ่คือ OpenAI แม้ ChatGPT จะยังใช้ได้ผ่าน Extensions แต่จะเสียสถานะพิเศษใน Apple Intelligence มันเคย เข้ามาก่อนใคร และ ดูเหมือนจะครอง iOS แต่ตอนนี้กลายเป็นแค่ตัวเลือกหนึ่งในฝูง

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้ iPhone รุ่นใหม่ในฤดูใบไม้ร่วงมีระบบ AI ที่ยืดหยุ่นกว่า ผู้ใช้สามารถทดลอง Gemini สำหรับการเขียนและสร้างภาพ หรือ Claude สำหรับการสนทนาที่ลึกซึ้ง โดยไม่ต้องติดอยู่กับ ChatGPT เพียงตัวเดียว

  • ประโยชน์ของ Extensions: เลือก AI ที่เหมาะกับงาน เช่น Gemini สำหรับงานสร้างสรรค์ Claude สำหรับวิเคราะห์
  • ผลต่อ OpenAI: สูญเสียความได้เปรียบ ต้องแข่งขันจริงจัง
  • สำหรับ Apple: รายได้จาก App Store เพิ่ม และผู้ใช้พอใจมากขึ้น

ถ้าจะซื้อ iPhone ฤดูใบไม้ร่วง อย่าติด ChatGPT มาก ลองเปิดใจให้ AI อื่น ๆ เพราะอนาคต iOS จะเป็นแพลตฟอร์ม AI ที่เปิดกว้าง คุณคิดยังไง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามอัปเดต iPhone ใหม่ได้ที่นี่!

ที่มา – If You Plan to Get an iPhone in the Fall, Don’t Get Too Attached to ChatGPT

Maul: Shadow Lord ใช้ Darth Vader สมบูรณ์แบบเกือบสุดๆ

จักรวาล Star Wars ที่กว้างใหญ่และเชื่อมโยงกันทำให้การปรากฏตัวแบบ cameo เป็นเรื่องที่ท้าทาย แฟนๆ ต้องการให้ความเชื่อมโยงระหว่างเรื่องราวมีความหมาย การโผล่มาของตัวละครสามารถเสริมทั้งเรื่องราวและตัวละครได้ แต่ในยุคที่ Star Wars อาศัยความคุ้นเคยมากเกินไป มันอาจกลายเป็นแค่ช็อตตกใจที่หยุดเรื่องราวและทำให้จักรวาลดูเล็กลง

ประโยคที่ว่า “ดาร์ธ เวเดอร์โผล่ในซีรีส์ดาร์ธ มอล” ฟังดูเหมือนจะตกหลุมพรางของช็อตตกใจ แต่การปรากฏตัวของเวเดอร์ใน Shadow Lord Maul: Shadow Lord ใช้ Darth Vader สมบูรณ์แบบเกือบสุดๆ โดยรักษาสมดุลระหว่างความยิ่งใหญ่และน้ำหนักเรื่องราว ทำให้กลายเป็น cameo ที่ดีที่สุดใน Star Wars หลายปี

Io9 2025 Spoiler

Maul: Shadow Lord ใช้ Darth Vader สมบูรณ์แบบเกือบสุดๆ ในแง่สเปกทาเคิล

จากมุมมองความยิ่งใหญ่ เวเดอร์ตัดกับฉากแอ็กชันทั้งฤดูกาลแรกของ Shadow Lord ซีรีส์เริ่มต้นแบบอาชญากรรมใต้ดิน แต่พอจักรวรรดิและอินควิซิเตอร์มาถึง ก็กลายเป็นแอ็กชัน Star Wars สไตล์ Rebels และ Clone Wars: ท่าทางอะครอแบทิกและไลต์เซเบอร์หมุนวนที่สวยงามและอันตราย

นี่ไม่ใช่การตำหนิแอ็กชันของ Shadow Lord แต่เป็นแอ็กชันยุคที่ซีรีส์เตือนว่าจบไปแล้ว การปรากฏตัวของเวเดอร์ทำให้การเปลี่ยนแปลงชัดเจน: ไม่มีท่าทางอวดดี เขาก้าวเข้ามาด้วยการโจมตีที่ตรงไปตรงมา ดิบเถื่อน เครื่องจักรกล เน้นพลังล้นเหลือ ไม่ใช่ความแม่นยำหรือความงาม ทุกย่างก้าวของเวเดอร์หนักแน่น แตกต่างจากเจไดหรือซิธเก่าที่เคยเจอ เขาเหมือนกำแพงอิฐ (แทบจริงๆ เมื่อทะลุกำแพงด้วยหมัดเพื่อคว้ามอล) ทำให้มอล ดากิ และเดวอนเด้งกระเด็นซ้ำๆ

ดาร์ธ เวเดอร์: วัตถุที่ไร้ความเป็นมนุษย์

แนวคิดเวเดอร์ในฐานะ วัตถุ สำคัญต่อลักษณะนิสัยที่นี่: เขาไม่ใช่ตัวละครจริงๆ ไม่พูด ไม่เหนื่อย แค่เสียงหายใจเครื่องจักรกลและเสียงไลต์เซเบอร์หั่นซ้ำๆ เขาไม่มีเป้าหมาย ความโกรธหรือความปรารถนา ภายนอก; เป็นเครื่องมือกำจัดศัตรู—เครื่องมือของเรื่องราวที่ตัดตัวละครเหลือมอลและเดวอนเป็นอาจารย์-ศิษย์ และเครื่องมือของจักรพรรดิ

Shadow Lord เกิดหลัง Revenge of the Sith ไม่กี่ปี เวเดอร์ยังอยู่ในจุดยอมรับ ความโกรธกลัวที่ขับเคลื่อนเรื่องแรกๆ กลายเป็นการยอมรับเย็นชา: อานาคิน สกายวอล์คเก่าตาย ดาร์ธ เวเดอร์ สิ่งนั้น ฆ่าเขา การทำให้เวเดอร์ไร้มนุษย์คือจุดสำคัญ การฝึกสอนโหดร้ายของจักรพรรดิเหลือแค่เปลือกที่ฆ่าในนามเขา

หาก Shadow Lord ให้เวเดอร์พูดจาเยาะเย้ยแบบอินควิซิเตอร์ มันจะด้อยกว่า ความเงียบทำให้เขาน่ากลัวยิ่งขึ้น คู่กับความโหดร้าย และขยายโศกนาฏกรรมของเวเดอร์: เครื่องจักรกล เครื่องมือ มากกว่ามนุษย์ Maul: Shadow Lord ใช้ Darth Vader สมบูรณ์แบบเกือบสุดๆ โดยเดินเส้นบางๆ ได้อย่างเชี่ยวชาญ หากเป็น cameo เดียว มันสมบูรณ์แบบที่สุด

  • ความแตกต่างของแอ็กชัน: จากอะครอแบติกสู่พลังดิบ
  • ความเงียบที่เพิ่มความน่ากลัว
  • สะท้อนพัฒนาการเวเดอร์ยุคต้น

การใช้ดาร์ธ เวเดอร์ใน Maul: Shadow Lord ไม่เพียงเสริมเรื่อง แต่ยกระดับทั้งซีรีส์ให้โดดเด่นในจักรวาล Star Wars แฟนๆ ควรดูซ้ำเพื่อชื่นชมรายละเอียดนี้

อยากรู้ข่าวเพิ่ม? ติดตาม Marvel, Star Wars, Star Trek และอื่นๆ!

ที่มา – ‘Maul: Shadow Lord’ Used Darth Vader Damn Near Perfectly

จัดอันดับตอนซีซัน 1 Tales From the Crypt

Tales From the Crypt ซีรีส์สยองขวัญสุดคลาสสิกจากคอมิก EC Comics ยุค 1950s ตอนนี้มาลงจอดบนสตรีมมิง Shudder แล้ว! แฟน anthology horror สามารถดูเพลินๆ ได้ทั้งซีซัน โดยเฉพาะ จัดอันดับตอนซีซัน 1 Tales From the Crypt ที่เราจะพาคุณไปสำรวจกันวันนี้ ซีรีส์นี้เคยออกอากาศทาง HBO ตั้งแต่ปี 1989-1996 ด้วยสไตล์การเล่าเรื่องที่คล้าย The Twilight Zone แต่โหดร้ายและสนุกกว่า ตัวเอกที่ทำชั่วมักโดนลงทัณฑ์แบบสุดสะใจ โดยมี Crypt Keeper ตุ๊กตาน่าขนลุกที่พากย์โดย John Kassir คอยเล่าเรื่องพร้อมมุกตลกโหลก!

เหมือน Twilight Zone ที่มี Rod Serling คอยสอน moral แต่ที่นี่ Crypt Keeper จะโยน pun สุดคีตติ้งใส่แทน นักแสดงก็อลังการทั้งดาวดัง น้องใหม่ และตัวประกอบที่คุ้นหน้า ซีซัน 1 สั้นๆ แค่ 6 ตอน ออกอากาศเดือนมิถุนายน 1989 Shudder ปล่อยตอนแรก 1 พ.ค. และปล่อยซีซันใหม่ทุกศุกร์จน 12 มิ.ย. วันนี้เรามาจัดอันดับตอนซีซัน 1 Tales From the Crypt จากรองลงมาที่ดีที่สุด รับรองทุกตอน mean-spirited สมใจแฟน!

จัดอันดับตอนซีซัน 1 Tales From the Crypt

6. The Man Who Was Death

ตอนแรกสุดกำกับโดย Walter Hill (The Warriors) นำแสดง William Sadler (Death ใน Bill & Ted) เป็นเพชฌฆาตที่รักงานประหารชีวิต แต่พอโทษประหารถูกยกเลิก เขาก็กลายเป็น vigilante ล่าโจรเอง ทวิสต์เดาความชัด แต่การพูดทำลายกำแพงที่สี่ (fourth-wall break) มากเกินจนน่าเบื่อ Crypt Keeper เปิดด้วย “This one’s a real shocker!” และปิดด้วย pun “watt hit him!” สนุกแต่ gimmick เกิน

5. Only Sin Deep

Lea Thompson (Back to the Future) แสดงเป็นสาวหื่นกระหายยัปปี้หนุ่ม กำกับโดย Howard Deutch เขียนโดย Fred Dekker สาวชื่อ Sylvia Vane อยากได้ชุดหรูเพื่อจีบหนุ่ม เลยยอมให้ร้านขายของโบราณทำ life cast หน้าด้วยเวทมนตร์วูดู ตอนนี้เต็มไปด้วยคลิชเช่ 80s แต่ Thompson 演สุดตัว ทวิสต์คือสัญญามีเวลาจำกัด หน้าเธอหลุดร่วง! Crypt Keeper สอน “If you want to sell yourself, take a look in the mirror first”

4. Lover Come Hack to Me

กำกับ Tom Holland (Fright Night) เขียน Michael McDowell (Beetlejuice) Amanda Plummer (Pulp Fiction) เป็นเจ้าสาวที่สามีหล่อแต่โลภมรดก คืนฮันนีมูนกลายเป็นฝันร้ายเพราะครอบครัวเธอแปลกๆ สนุกแบบโง่เขลา ทวิสต์ generational weirdness สุดสะใจ Crypt Keeper เตือน “Beware of skeletons in the closet!”

3. And All Through the House

Fred Dekker เขียนอีก กำกับ Robert Zemeckis Mary Ellen Trainor (The Goonies) ฆ่าสามีวันคริสต์มาส แล้ว Santa ฆาตกร (Larry Drake) หนีจากโรงพยาบาลจิตเวชบุกบ้าน ลูกสาวยังเชื่อ Santa อยู่! Tension สูงสุดในซีซัน แม้ goofy นิด สร้าง tradition ดูคริสต์มาสได้ Crypt Keeper แต่ง Santa pun “Be very careful what you axe for!”

2. Dead Right

Mary Lambert (Pet Sematary) กำกับ M. Emmet Walsh และ Audra Lindley เป็นคู่สามีภรรยา สามีเกษียณกลับบ้าน พบเมียรักสัตว์เกิน เขาเลยหัด taxidermy… สัตว์หาย! Comedy ดาร์กสุด cathartic ไม่ต้องห่วงสัตว์ Crypt Keeper pun “a hobby can be very self-fulfilling as long as you’re not too stuffy about it”

1. The Switch

Richard Donner (The Goonies) กำกับ Joe Pantoliano เป็น Ulric ศิลปิน sideshow ที่ตายแล้วฟื้นได้ (drowned, shot, hanged) แต่ talent ไม่無限 นักวิทย์บ้าและ gold-digger subplot สนุก zany Robert Wuhl (Batman) รับเชิญ meta HBO! สุดยอดตอนซีซัน 1

ซีซัน 1 Tales From the Crypt ดูได้บน Shudder แล้ว ลองจัดอันดับตอนซีซัน 1 Tales From the Crypt ของคุณดูบ้างสิ! มันคือ anthology horror สุดคลาสสิกที่ยังชวนติดงอมแงม แนะนำดูทั้งซีซันเพื่อความมันส์แบบย้อนยุค

  • เต็มไปด้วยดาวดังและผู้กำกับเก่า
  • Crypt Keeper pun สุดฮา
  • ทวิสต์โหดร้ายสะใจทุกตอน

อย่าพลาดซีซันต่อๆ ไปบน Shudder นะ!

ที่มา – ‘Tales From the Crypt’ Season One Episodes, Ranked

ปรัชญาเดฟ ฟิโลนี เรื่องดาร์ธ เวเดอร์น่าขนลุก

ดาร์ธ เวเดอร์ ไม่ได้โผล่มาปรากฏตัวในจักรวาล Star Wars แบบสุ่มสี่สุ่มห้า เขาเป็นตัวละครหลักในซาก้าสตาร์วอร์ส 6 เรื่องของจอร์จ ลูคัส และหลังจากนั้นก็ถูกนำมาใช้ในเหตุการณ์สำคัญๆ เท่านั้น เช่น การต่อสู้กับศิษย์ใน Star Wars Rebels การสังหารหมู่ใน Rogue One หรือแม้กระทั่งหลอกหลอน Cal Kestis ในเกมวิดีโอ ล่าสุดสัปดาห์นี้ เวเดอร์กลับมาพร้อมโมเมนต์ที่โหดร้ายที่สุด และประธานลูคาสฟิล์ม เดฟ ฟิโลนี ได้อธิบายปรัชญาเดฟ ฟิโลนี เรื่องดาร์ธ เวเดอร์น่าขนลุก ที่อยู่เบื้องหลัง

ปรัชญาเดฟ ฟิโลนี เรื่องดาร์ธ เวเดอร์น่าขนลุก

เวเดอร์ปรากฏตัวในตอนจบสองตอนสุดท้ายของอนิเมะซีรีส์ใหม่ Maul: Shadow Lord เขาถูกส่งไปช่วยอินควิซิเตอร์จับตัวเจไดหนีทัพและอดีตศิษย์ของดาร์ธ ซิเดียส ผลลัพธ์คือฉากต่อสู้ยาว 30 นาทีที่มอล เจไดมาสเตอร์ Eeko-Dio Daki และศิษย์ Devon Izara พยายามต่อกรกับเจ้าแห่งซิธ แต่ล้มเหลวและเจอชะตากรรมอันน่าสยดสยอง

ลูคาสฟิล์มจัดงานเฉลิมฉลองตอนจบ และ io9 ได้ไปร่วม ฟิโลนี ผู้สร้างซีรีส์และประธานลูคาสฟิล์ม พูดถึง ปรัชญาเดฟ ฟิโลนี เรื่องดาร์ธ เวเดอร์น่าขนลุก ที่น่าขนลุกสุดๆ

เวเดอร์ไม่ใช่อานาคิน

“กุญแจสำคัญของเวเดอร์สำหรับผมคือ เขาไม่ใช่อานาคิน” ฟิโลนีเริ่มต้น “เขาไม่ยอมรับแบบนั้น สิ่งใดที่เตือนให้เขานึกถึงอานาคิน เขาจะทำลายมันทิ้ง เมื่อเห็นเจได เขาจะทำลายเจได เพราะมันเตือนเขาถึงการทรยศเพื่อนฝูง ชีวิตวัยเด็กที่เขารู้จัก เพื่ออะไร? เพื่อความสูญเสียทั้งหมด เขาถูกหลอก ถูกหลอกลวง เขายอมรับความจริงไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงลึกลงไปในด้านมืดยิ่งกว่ามอลด้วยซ้ำ”

“มอลกำลังดิ้นรนปล่อยวางความเกลียดชัง แต่ อานาคินถูกมันกลืนกิน ถ้าเขาต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ทำ มันจะทำลายเขามากกว่า ผมสงสารเขามากเพราะความทรยศลึกซึ้งนั้น อานาคินติดอยู่ในนั้น แต่ดาร์ธ เวเดอร์ไม่ยอมให้โผล่พ้น เขาไร้บุคลิกภาพเพราะไม่แคร์ เวเดอร์ไม่มีความเมตตา เขาเห็นแค่าสิ่งที่ต้องทำลาย เหมือนฉากใน Rogue One ที่เขาเดินลงทางเดิน ไม่พูดอะไร แค่นำภารกิจไปให้สำเร็จ ความสำนึกผิด ความโกรธ ความเกลียด ระเบิดออกทุกการเหวี่ยงดาบ”

“ตอนเจออโซก้า เขาต้องการทำลายเธอ เธอเตือนเขาถึงตัวตนเก่า โอบีวันก็เหมือนกัน เขาคือผู้ทำลาย และเฉพาะลูกชายเท่านั้นที่จุดประกายให้เขาเห็นบางอย่าง แต่ตอนแรกเขายังเห็นแก่ตัว ‘เราจะครองกาแล็กซี่ด้วยกัน’ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการกลับมา มันเป็นกระบวนการยาวนาน”

ที่สำคัญ ฟิโลนีระมัดระวังการใช้เวเดอร์เพราะเขาไม่ได้สร้างตัวละครนี้ จอร์จ ลูคัส才是เจ้าของ

“นี่คือตัวละครของจอร์จ กระดูกสันหลังของทุกอย่าง คุณไม่อยากรบกวน เปลี่ยนแปลง หรือเบี่ยงเบนจากมัน นี่คือราคาที่ต้องจ่ายเมื่อยอมให้โกรธชั่ว ปล่อยด้านมืดน่ากลัวนั้น มันน่ากลัวสำหรับเราทุกคน เพราะเราทุกคนทำได้ Daki ทำได้ Devon ทำได้ มอลทำได้ Lawson Riley ก็ทำได้ ไม่ใช่แค่ซิธหรือเจได”

“นี่คือบทเรียนที่จอร์จอยากสอน ดังนั้นถ้าจะใส่เวเดอร์ในเรื่อง ต้องมีเหตุผลถูกต้องและแสดงให้ถูกทาง เขาเป็นตัวละครทรงพลังจริงๆ”

ส่วนพลังของเวเดอร์และสิ่งที่มอลค้นพบ? ฟิโลนีตอบ “คำถามดี แต่ผมไม่ตอบตรงนั้นนะ”

การนำเวเดอร์มาใช้นี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แน่นอน

ฤดูกาลเต็มของ Maul: Shadow Lord ฉายแล้วบน Disney+ สายสตาร์วอร์สห้ามพลาด! คุณคิดยังไงกับปรัชญานี้ มันทำให้เวเดอร์น่ากลัวยิ่งขึ้นไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวสตาร์วอร์สเพิ่มเติมที่นี่

ที่มา – Dave Filoni’s Philosophy on Darth Vader Is Chilling

ชาวเท็กซัสเบื่อ Starship ของ SpaceX

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าระหว่างชาวเท็กซัสกับ SpaceX กันดีกว่า คุณรู้มั้ยว่า ชาวเท็กซัสเบื่อ Starship ของ SpaceX จนถึงขั้นฟ้องร้องบริษัทยักษ์ใหญ่ของ Elon Musk แล้วเหรอ? เรื่องนี้กำลังเป็นข่าวใหญ่เลยนะ เพราะจรวดยักษ์ตัวนี้สร้างปัญหาความเสียหายให้บ้านเรือนของคนในพื้นที่อย่างมาก

ชาวเท็กซัสเบื่อ Starship ของ SpaceX

กลุ่มเจ้าของบ้านกว่า 70 คนในเท็กซัส ได้ยื่นฟ้อง SpaceX ในศาลกลางที่ Brownsville เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน โดยอ้างว่าบ้านของพวกเขาถูกทำลายซ้ำๆ จากเสียงดัง การสั่นสะเทือน และ sonic booms จากการทดสอบจรวด Starship ชาวบ้านเหล่านี้กล่าวหาว่า SpaceX ประมาทเลินเล่อ รู้ถึงความเสี่ยงแต่ยัง “เพิกเฉยอย่างมีสติ” ต่อความปลอดภัยของพวกเขา

SpaceX เปิดตัว Starship ครั้งแรกเมื่อ 20 เมษายน 2023 ซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาลให้กับฐานปล่อยจรวด และทำให้เศษซากกับฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วพื้นที่ใกล้เคียง ตั้งแต่นั้นมา จรวดนี้ทดสอบมาแล้ว 11 ครั้ง และกำลังเตรียมตัวสำหรับเวอร์ชันที่ใหญ่กว่าในเร็วๆ นี้

ความเสียหายรุนแรงจากพลังจรวด Starship

Starship ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Raptor 33 ลูก สร้างแรงขับมหาศาลถึง 16 ล้านปอนด์ในการยกตัวขึ้น การศึกษาจากการทดสอบครั้งที่ 5 ในเดือนตุลาคม 2024 พบว่าจรวดตัวนี้ เสี่ยงทำให้โครงสร้างรอบๆ เสียหาย เช่น กระจกแตก ของตกหล่น นักวิจัยวัดเสียงและแรงดันอากาศ พบว่าเสียงดังกว่า Falcon 9 ถึง 10 เท่า!

  • รอยร้าวบนกระจกหน้าต่าง
  • หลังคาเสียหาย
  • ผนังเสี่ยงถล่ม
  • การสั่นสะเทือนรุนแรงจาก sonic booms
  • ฝุ่นและเศษซากกระจาย

SpaceX ได้เปลี่ยนชายฝั่งเท็กซัสยาวเหยียดให้กลายเป็น Starbase เมืองอุตสาหกรรมส่วนตัวเพื่อสนับสนุน Starship Elon Musk วางแผนยิง 100 ครั้งต่อปี เมื่อพร้อมเต็มที่ แต่แค่ทดสอบไม่กี่ครั้งใน 3 ปี ชาวบ้านก็ทนไม่ไหวแล้ว

SpaceX ละเลยการประเมินผลกระทบ?

คดีนี้กล่าวหาว่า SpaceX ไม่ทำการทดสอบที่เหมาะสมก่อนปล่อยจรวด ไม่ประเมินผลกระทบต่อบ้านเรือนรอบๆ และยังยิงต่อแม้รู้ว่ามีโอกาสสูงที่จะเกิดความเสียหายจาก sonic booms “การกระทำประมาทเลินเล่อของ SpaceX เป็นสาเหตุโดยตรงของความเสียหายที่เกิดขึ้น” ตามเอกสารฟ้อง

นี่ไม่ใช่คดีแรกนะ มีกลุ่มองค์กรสิ่งแวดล้อมฟ้อง FAA หลังการปล่อยครั้งแรก ว่าอนุมัติแบบเร่งด่วนโดยไม่ตรวจสิ่งแวดล้อม แม้จะมีเสียงประท้วง แต่ SpaceX ยังเดินหน้าพัฒนาจรวดสำหรับฝัน colonize ดาวอังคารของ Musk การทดสอบครั้งต่อไปกำหนด 12 พฤษภาคม

อนาคตของ Starship และชาวเท็กซัส

เพื่อนๆ ลองคิดดูสิ ถ้า SpaceX ยิง 100 ครั้งต่อปี ความเสียหายจะเป็นยังไง? ชาวเท็กซัสเบื่อ Starship ของ SpaceX เพราะมันไม่ใช่แค่เสียงดัง แต่กระทบชีวิตประจำวันจริงๆ SpaceX ต้องหาทางลดผลกระทบ เช่น ระบบ deluge ใหม่ หรือ relocates แต่ตอนนี้ ชาวบ้านเรียกร้องความยุติธรรม

ในมุมผม Starship คือก้าวกระโดดของมนุษยชาติ แต่ต้องไม่แลกด้วยความทุกข์ของคนท้องถิ่น คุณคิดยังไง? คอมเมนต์บอกหน่อยสิ อย่าลืมแชร์บทความนี้ถ้าชอบ และติดตามข่าวเทคโนโลยีอื่นๆ กับเรานะ!

ที่มา – Texas Residents Have Had It With SpaceX’s Starship Launches

ชริ้งค์เฟลชันทำให้ гадเจ็ตทุกชิ้นแย่ลงเงียบๆ

คุณอาจเคยได้ยินคำว่า “ชริ้งค์เฟลชัน” ที่ใช้กับสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมาก เช่น ซีเรียลราคาแพงขึ้นทุกปีแต่ปริมาณน้อยลง เหมือน Captain Crunch ในกล่องน้อยลง เช่นเดียวกันในปี 2026 гадเจ็ต ตั้งแต่โทรศัพท์ ชิ้นส่วน PC ไปจนถึงอุปกรณ์เกมหรู ไม่เพียงราคาแพงขึ้น แต่คุณภาพยังแย่ลงด้วย

บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำอย่าง SK Hynix, Samsung และ Micron ผู้ผลิตหน่วยความจำส่วนใหญ่ ได้ปรับธุรกิจเพื่อผลิตหน่วยความจำความเร็วสูง (HBM) สำหรับศูนย์ข้อมูล AI โครงการใหญ่ที่ได้รับการสนับสนุนจากยักษ์ใหญ่เทค ทำให้ชาวบ้านในเมืองเล็กๆ ทั่วสหรัฐฯ โกรธแค้น

ชริ้งค์เฟลชันทำให้ гадเจ็ตทุกชิ้นแย่ลงเงียบๆ

เห็นผลกระทบชัดเจนจากแบรนด์สมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่อย่าง Google ผู้รั่วไหล Telegram ชื่อดัง Mystic Leaks (ผ่าน PhoneArena) โพสต์สเปก Pixel 11 ชุดใหม่ ไม่มีฟีเจอร์เด่นอะไร แม้ Pixel 11 Pro XL อาจได้เซ็นเซอร์กล้องใหม่ แต่ Pixel 11 Pro Fold อาจลด RAM เหลือ 12GB จาก 16GB ใน Pixel 10 Pro Fold Google จะอธิบายราคาเท่าเดิมหรือแพงกว่ายาก

Pixel รุ่นใหม่เหล่านี้อาจสูญเสียฟีเจอร์วัดอุณหภูมิที่เป็นที่รัก เปลี่ยนเป็นไฟ RGB เล็กๆ คล้าย Nothing Phone 3 Glyph Matrix ล่าสุด Pixel 10a มิดเรนจ์ของ Google ไม่มีอะไรอัปเกรดจาก Pixel 9a แต่ราคายัง $500 เหมือนเดิม ชริ้งค์เฟลชันทำให้ гадเจ็ตทุกชิ้นแย่ลงเงียบๆ ชัดเจน

ชริ้งค์เฟลชันทำให้ гадเจ็ตแย่ลงในสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป

บริษัทเทคโนโลยีมีทางเลือกน้อยลง ต้องลดประสิทธิภาพหรือขึ้นราคา Framework ผู้ผลิตแล็ปท็อปซ่อมแซมได้ ขึ้นราคาโมดูล RAM หลายครั้งในช่วงหลายเดือน Framework 13 Pro เป็นหนึ่งในรุ่นแพงสุด เนื่องจากราคา LPDDR5X RAM และ M.2 SSD พุ่ง Nvidia เปิดตัว RTX 5070 โมบายล์ 12GB VRAM สำหรับแล็ปท็อป บนกระดาษดูดี แต่ใน Framework Laptop 16 ราคา $1,200 แพงกว่า 8GB $500

Motorola เลือกทั้งขึ้นราคาและลดหน่วยความจำ Razr พับได้รุ่น 2026 ราคา $800 จาก $700 ใน รุ่น 2025 เริ่มต้นที่ 128GB จาก 256GB ยังคุ้มสำหรับ flip foldable ในสหรัฐ แต่แนะนำซื้อรุ่นเก่าราคาถูกกว่า Razr+ 2026 ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 8S Gen 3 เหมือนเดิม เพิ่มแบตเตอรี่จาก 4,000mAh เป็น 4,500mAh และเปลี่ยนกล้องอัลตร้าไวด์ 50MP แทน telephoto 2x พื้นฐานยังเหมือนปีก่อน

ตุลาคมที่แล้ว PlayStation 5 สไลม์ลดสตอเรจจาก 1TB เหลือ 825GB บริษัทเล็กอย่าง AYN ผู้ผลิตแฮนด์เฮลด์เรโทร ประกาศ ลดสเปก AYN Thor สตอเรจจาก UFS 4.0 เป็น UFS 3.1 ความเร็วอ่านเขียนต่ำลง เพิ่มตัวเลือก RAM 16GB และขึ้นราคาคอนฟิกสูงสุด 1TB เป็น $550

ชิ้นส่วน PC ก็ลดสเปกเช่นกัน ASRock ร่วมกับผู้ผลิต DRAM พัฒนา DUDIMM DDR5 “ราคาถูก” ที่แบนด์วิดธ์และเดนซิตีครึ่งหนึ่งของ DDR5 มาตรฐาน ใช้กับชิปเซ็ต Intel 600/700/800 ซีรีส์ ตาม Robert Hallock ผู้จัดการ Intel

สื่อเกาหลี The Elec รายงาน DDR6 กำลังพัฒนาโดยสามยักษ์ใหญ่ ความเร็วสูงสุด 8.4Gbps คาดมา 2028 แต่บริษัทบอก ราคา RAM ไม่ลด อีก 2 ปีหรือนานกว่านั้น ในช่วงนั้น гадเจ็ต จะแพงขึ้นและแย่ลง

ไม่มีใครรอด แม้ Apple สัปดาห์ที่แล้วยกเลิก Mac mini 2024 ราคา $600 สตอเรจ 256GB ตอนนี้เริ่ม $800 กับ 512GB ใน earnings call Tim Cook บอกขาดแคลนชิปกระทบ Mac หลายรุ่น เราต้องทนก่อนที่จะได้หน่วยความจำเร็วที่แพงหูฉี่

ชริ้งค์เฟลชันทำให้ гадเจ็ตทุกชิ้นแย่ลงเงียบๆ เป็นปัญหาใหญ่ ผู้บริโภคควรเปรียบเทียบสเปกดีๆ พิจารณารุ่นเก่าที่คุ้มค่า หรือรอราคาลดลง คุณคิดยังไงกับแนวโน้มนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – Shrinkflation Is Quietly Making All Gadgets Worse