‘ชัชชาติ’ เดินหน้ากางแผน 1 ปี พลิกโฉม กทม. สู่เมืองแห่งสิทธิมนุษยชน ดูแลตั้งแต่คนไร้บ้านถึงผู้สูงวัย เชื่อม Traffy Fondue คุ้มครองกลุ่มเปราะบาง
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันแบบชิลๆ เรื่องข่าวร้อนจากกรุงเทพฯ ที่หลายคนกำลังจับตามอง นั่นคือ ‘ชัชชาติ’ เดินหน้ากางแผน 1 ปี พลิกโฉม กทม. สู่เมืองแห่งสิทธิมนุษยชน ดูแลตั้งแต่คนไร้บ้านถึงผู้สูงวัย เชื่อม Traffy Fondue คุ้มครองกลุ่มเปราะบาง ครับ คุณว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไม่ได้แค่นั่งเก้าอี้เฉยๆ แต่เดินหน้าจริงจังเพื่อทำให้ กทม. เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะสถานะไหน
‘ชัชชาติ’ เดินหน้ากางแผน 1 ปี พลิกโฉม กทม. สู่เมืองแห่งสิทธิมนุษยชน ดูแลตั้งแต่คนไร้บ้านถึงผู้สูงวัย เชื่อม Traffy Fondue คุ้มครองกลุ่มเปราะบาง
เมื่อวานนี้ (4 พฤษภาคม) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า เขตพระนคร ชัชชาติเป็นประธานประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ ครั้งที่ 1/2569 ผ่านทั้ง onsite และออนไลน์ เพื่อติดตาม progress และกำหนดทิศทางให้ชัดเจน ที่ประชุมเห็นชอบแผนปฏิบัติการเร่งด่วน ระยะ 6 เดือน-1 ปี ทันทีเลยครับ ซึ่งมี 3 ประเด็นหลักที่เจ๋งมาก:
- ประกาศนโยบาย: บริหารราชการและบริการประชาชนยึดหลักสิทธิมนุษยชนเป็นแกนกลาง ทุกอย่างต้องเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ
- แนวทางปฏิบัติงาน (Human Rights Guidelines): คู่มือสำหรับเจ้าหน้าที่ กทม. เปลี่ยนแนวคิดนามธรรมให้เป็น practice ชัดๆ ตรวจสอบได้ รับประกันว่าประชาชนได้บริการที่เคารพศักดิ์ศรี
- ยกระดับเครื่องมือรับร้องเรียน: พัฒนา SoSafe เชื่อม Traffy Fondue เพิ่ม efficiency ในการคุ้มครองสิทธิ โดยเฉพาะปัญหาสังคม รับแจ้ง-ส่งต่อแก้ไขไวๆ
แผนนี้ต่อยอดจากวันที่ 28 ส.ค. 2568 ที่ชัชชาติประกาศเจตนารมณ์พา กทม. สู่ Bangkok Human Rights City เป้าหมายคือเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน ชีวิตเสมอภาค หน่วยงานมี standard เดียวกัน นโยบายครอบคลุมกว้างมาก ตั้งแต่ความเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ปรับบริการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั่วถึง สร้างวัฒนธรรมเคารพสิทธิ และเชิญชวนประชาชนมีส่วนร่วม
ความคืบหน้าที่น่าประทับใจ
ที่ประชุมยังอัพเดท progress ด้านสิทธิมนุษยชน เช่น สร้างกลไก เครื่องมือขับเคลื่อน พัฒนาศักยภาพบุคลากร ทั้งข้าราชการและครู ยกระดับชีวิตกลุ่มเปราะบาง เด็ก-เยาวชน สตรี ผู้พิการ ผู้สูงอายุ คนไร้บ้าน ทุกกลุ่มได้ประโยชน์ ส่งเสริมความเท่าเทียมเพศ-สังคม แถมยังประสบความสำเร็จเป็นเจ้าภาพประชุมอาเซียนเรื่อง Human Rights Cities in ASEAN: Localising Human Rights for Inclusive Development ภูมิใจแทนเลย!
ในมุมคนที่ติดตาม tech อย่างผม Traffy Fondue คือ hero ชัดๆ มันคือแอปสุดล้ำที่เชื่อมประชาชนกับ กทม. แบบ real-time รายงานปัญหาได้ทุกที่ ทุกเวลา ตอนนี้ integrate กับ SoSafe ยิ่งทำให้การคุ้มครองสิทธิ efficient สุดๆ คล้าย smart city apps ในสิงคโปร์หรือโคเปนเฮเกน แต่ปรับให้เข้ากับบริบทไทย ช่วยให้ กทม. ก้าวสู่ digital human rights hub ได้เลย
จากประสบการณ์ผมที่เห็นเมืองใหญ่หลายที่ การผลักดันสิทธิมนุษยชนแบบนี้ไม่ใช่แค่นโยบาย แต่ต้องมี tech support และ culture shift จริง ชัชชาติทำได้ดีมาก เพราะเริ่มจาก top-down แต่เปิดช่อง bottom-up ให้ประชาชนร่วมด้วย
อนาคต กทม. จะเป็นยังไง?
ผมเชื่อว่าแผนนี้จะเปลี่ยนโฉม กทม. จริงๆ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มักถูกละเลย ตั้งแต่คนไร้บ้านยันผู้สูงวัย จะได้ดูแลแบบ holistic ถ้าทำสำเร็จ กทม. จะเป็น model สำหรับเมืองไทยและอาเซียน ลองนึกภาพเมืองที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัย เท่าเทียม มีสิทธิพื้นฐานครบ
ทิปด์เล็กๆ จากผม: ลองโหลด Traffy Fondue มาใช้ดูสิครับ รายงานปัญหาใกล้บ้านได้ง่ายๆ ช่วยกันสร้างเมืองดีๆ ครับ! หรือแชร์ความเห็นคุณในคอมเมนต์ด้านล่างเลย