ผู้เขียน: lalika69_admin

กต. เตรียมหารือทูตทั่วโลก 4 ส.ค.นี้ ย้ำข้อเท็จจริง-ชี้แจงนานาชาติ จับตาถก GBC ความหวังผู้อพยพกลับเข้าที่พักอาศัย

กต. เตรียมหารือทูตทั่วโลก 4 ส.ค.นี้ ย้ำข้อเท็จจริง-ชี้แจงนานาชาติ จับตาถก GBC ความหวังผู้อพยพกลับเข้าที่พักอาศัย

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความหวังของประชาชนที่อพยพจากพื้นที่ชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ในการกลับสู่วิถีชีวิตปกติหลังจากที่สถานการณ์การสู้รบลดความรุนแรงลง เธอระบุว่า วันที่ 4 สิงหาคม นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งนับว่าเป็นจุดสำคัญที่อาจนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างเป็นรูปธรรม โดยกระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการชี้แจงเหตุการณ์ความเป็นจริงกับกลุ่มทูตจากนานาชาติ เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงมากยิ่งขึ้น

ก่อนการประชุมดังกล่าวในวันที่ 4 สิงหาคม ทาง กต. ได้นำคณะทูตและทูตทหารทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศลงพื้นที่จริง เพื่อให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพลเรือนและชุมชน รวมถึงผลที่ตามมาจากการโจมตีทางทหารซึ่งกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ และโรงพยาบาล การชี้แจงเชิงข้อเท็จจริงในระดับโลกครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากหลายหน่วยงานทั้ง กต. กองทัพไทย กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานโฆษกของรัฐบาล

การยืนยันทางทหารไทยใช้สิทธิ ‘Self Defense’ อย่างโปร่งใส

ประเด็นหนึ่งที่ ชยิกา ได้เน้นคือ การยืนยันว่าการปฏิบัติการทางทหารของไทยในช่วงที่มีการเผชิญหน้ากับกัมพูชานั้น ไม่ใช่การรุกราน แต่เป็นการปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนชาวไทยในพื้นที่ชายแดน คณะได้รวบรวมหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สามารถชี้ให้เห็นว่าสถานที่โจมตีบางแห่งนั้นเป็นพื้นที่สันติและปลอดภัย โดยเป็นเขตโซนสีเขียว เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน และสถานที่ชุมชนที่ไม่มีการใช้อาวุธแต่อย่างใด

  • ข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงจากหลักฐานที่พิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์
  • ความโปร่งใสของการลงพื้นที่พร้อมคณะทูตนั้น ไม่ใช่เพียงขั้นตอน แต่เป็นการตรวจสอบร่วมกัน
  • สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ได้มีบทบาทสำคัญในการช่วยชี้แจงความชัดเจนของเหตุการณ์

ความหวังในเสถียรภาพและความโปร่งใส

ในบริบทของการแก้ไขปัญหาผ่านเวที GBC และการประชุมระดับโลก ชยิกาตั้งความหวังว่า การเจรจาจะพิจารณานำเสนอเฉพาะ ‘ความจริง’ เพื่อหาทางออกร่วมกันและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน ทั้งนี้ การประเมินด้านความปลอดภัยจากกองทัพก่อนจะนำคณะทูตเข้าสำรวจพื้นที่นั้น ยังจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากในช่วงคืนก่อนออกจากพื้นที่ทหารยังปฏิบัติการเก็บกู้และทำลายระเบิดอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – กต. เตรียมหารือทูตทั่วโลก 4 ส.ค.นี้ ย้ำข้อเท็จจริง-ชี้แจงนานาชาติ จับตาถก GBC ความหวังผู้อพยพกลับเข้าที่พักอาศัย

กองทัพบกยกระดับมาตรการต่อต้านโดรนทั่วประเทศ พบคุกคามความมั่นคง ใช้อาวุธทำลายได้ทันที

เมื่อไม่นานมานี้ กองทัพบกได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการ ยกระดับมาตรการต่อต้านโดรนทั่วประเทศ หลังพบความพยายามลอบนำโดรนมาบินสำรวจพื้นที่ทางทหาร โดยเฉพาะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรง

การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากคำสั่งของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ที่กำหนดชัดเจนว่าห้ามบังคับหรือปล่อยโดรนทุกกรณีในทุกพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร ไม่ว่าจะเพื่อจุดประสงค์ใดก็ตาม เพื่อป้องกันการละเมิดอธิปไตยหรือภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น

กองทัพบกใช้มาตรการต่อต้านโดรนแบบจริงจัง

ภายใต้การกำกับดูแลโดย พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพบกได้ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมในการป้องกันและต่อต้านโดรนไม่ทราบฝ่าย อย่างรอบด้าน ทั้งการเฝ้าตรวจจับ การสกัดกั้น ไปจนถึงการใช้อาวุธเพื่อทำลายได้ทันทีในกรณีที่ได้รับการรับรองจากผู้บังคับบัญชา

โดยสาระสำคัญของมาตรการคือให้มีการบูรณาการระหว่างฝ่ายทหาร ตำรวจ งานด้านความมั่นคง และภาคเอกชนอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังและจัดการโดรนโดยผิดกฎหมาย รวมถึงได้จัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วที่พร้อมปฏิบัติการทุกเมื่อที่ได้รับแจ้ง

การใช้อาวุธต่อต้านโดรนแบ่งเป็นกรณีๆ ตามพื้นที่รับผิดชอบ

แนวทางการปฏิบัติในการยกระดับมาตรการต่อต้านโดรนทั่วประเทศมีการแบ่งออกเป็นรายละเอียดตามพื้นที่และสถานการณ์ได้อย่างชัดเจน โดย:

  • กรณีภัยคุกคามร้ายแรง: หน่วยชายแดนสามารถใช้อาวุธประจำกายเพื่อสกัดกั้นโดรนได้ทันที
  • พื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และ 2:
    • แนวหน้า: ใช้ทั้ง Soft Kill (การตัดสัญญาณ) และ Hard Kill (ทำลายทางกายภาพ)
    • แนวหลัง: ใช้ Soft Kill ก่อน หากไม่ได้ผล จึงใช้ Hard Kill โดยต้องมั่นใจว่าไม่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประขาชน
  • พื้นที่กองทัพภาคที่ 3 และ 4:
    • ใช้ Soft Kill เป็นหลัก หากจำเป็นใหม่ ให้ใช้ทั้ง Hard Kill ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด
    • การใช้อาวุธ belonged ให้หน่วยตำรวจเป็นฝ่ายหลัก ส่วนทหารสามารถใช้ได้เฉพาะในเขตพื้นที่ตั้ง

ประชาชนมีบทบาทสำคัญในมาตรการรักษาความมั่นคง

นอกจากการจัดวางระบบและการฝึกกำลังพลแล้ว กองทัพบกเชิญชวนให้ประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสโดรนผิดกฎหมาย ผ่านสายด่วนความมั่นคง 1374 ซึ่งเปิดรับข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การป้องกันภัยจากโดรนเกิดขึ้นได้ทั้งในระดับรัฐและระดับฐานรากของสังคม

ดังนั้น ขอให้ทุกคนอาศัยความรับผิดชอบร่วมกัน และตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างพลเรือนกับเจ้าหน้าที่ เพื่อความมั่นคงภาพรวมของประเทศในยุคที่เทคโนโลยีไร้ขอบเขตกลับกลายเป็นเครื่องมือที่อาจนำไปสู่ภัยคุกคามที่คาดไม่ถึง

หากคุณพบโดรนที่ต้องสงสัยในบริเวณพื้นที่สาธารณะ หรือมีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานในทางที่ผิด ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความมั่นคงได้ทันที

ที่มา – กองทัพบกยกระดับมาตรการต่อต้านโดรนทั่วประเทศ พบคุกคามความมั่นคง ใช้อาวุธทำลายได้ทันที

ความขัดแย้งเดียว สองเรื่องเล่า: มองรายงานข่าวในไทย-กัมพูชา เหตุใดจึงแตกต่างกันอย่างมาก

ความขัดแย้งเดียว สองเรื่องเล่า: เหตุผลที่ข่าวไทยและกัมพูชาสวนทางกัน

การรายงานข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาไม่เคยเป็นเส้นตรง เมื่อเรามองไปยังสื่อทั้งสองประเทศ จะพบว่า ‘ความขัดแย้งเดียว’ กลับมี ‘สองเรื่องเล่า’ ที่ขัดแย้งกันราวกับมองคนละฟาก…

โซเชียลมีเดีย: ขุมสงครามของแฮชแท็ก

แพลตฟอร์มเช่น TikTok, Facebook และ X กลายเป็นสมรภูมิใหม่ในปมดังกล่าว ทหารโซเชียลทั้งสองฝั่งปล่อยแฮชแท็กสู้รบ เช่น #ThaiOpenedFire ของไทย ปะทะ #CambodiaStartedTheWar ของกัมพูชา โดยไม่มีการปรองดองแม้ในโลกดิจิทัล…

  • Thmey Thmey News ใช้แฮชแท็ก #ThailandOpenFire ชี้ไทยเป็นผู้เริ่ม
  • กองทัพบกไทยชวนปชช.ติด #กัมพูชายิงก่อน
  • ความแตกต่างในมุมมองสะท้อนผ่านคลิปวิดีโอและการแชร์ข้อความ

เหตุระบาดเมื่อ 24 ก.ค.: ใครกันแน่เป็นฝ่ายยิงนัดแรก?

แม้เหตุปะทะล่าสุดจะจบลงภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่เรื่องราวในสื่อยังร้อนแรง ไทยชี้กัมพูชายิงเข้าฐานที่มั่นปราสาทตาเมือน ส่วนกัมพูชากลับอ้างว่าไทยเป็นผู้รุกรานก่อน…

ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของ ‘ความขัดแย้งเดียวสองเรื่องเล่า’ โดยอเล็กซานดรา โกลองบิเอร์ นักวิจัยด้านสื่อ ระบุว่าแต่ละฝ่ายใช้วาทศิลป์เหมือนกันแต่คนละชาติ ‘ไทยบอกกัมพูชาเริ่มก่อน กัมพูชายืนยันไทยยั่วโมโห’

เสรีภาพสื่อ: สภาพแวดล้อมที่ไม่เท่าเทียม

ขณะที่ไทยมีช่องทางภาษาไทยและอังกฤษเผยแพร่ข่าว แต่กัมพูชากลับมีสื่อภาษาอังกฤษเป็นจำนวนมาก อเล็กซานดรา ชี้ว่าจุดนี้คือข้อได้เปรียบที่ทำให้กัมพูชาเอาชนะใจความเห็นสากลได้ง่ายขึ้น…

อย่างไรก็ตาม สื่อกัมพูชาต้องเผชิญกับกฎหมายเข้มงวดเช่น National Internet Gateway และการควบคุมโดยครอบครัวฮุนเซน สะท้อนจากข้อมูลปี 67 ที่พบว่า 83.4% ของสื่อถูกเจ้าขุนมูลนายครอบงำ โดยเฉพาะรอยัลกรุ๊ป ซึ่งถูกมองเชื่อมโยงกับรัฐบาล

เลโก้เปิดตัวชุดใหญ่ในสิงหาคม | Going Merry ต้อนรับส่วนขยายอนิเมะใหม่

เปิดตัวชุดเลโก้ในเดือนสิงหาคม 2025 พบกับ Going Merry ที่แฟนๆ One Piece รอคอย!

สำหรับสายเลโก้มอนิ่งดีกรีเดือนสิงหาคมนี้ร้อนแรงกว่าที่ผ่านมา เมื่อค่ายเล็กโคประกาศเปิดตัวชุดใหม่หลายสิบชุดในทีมีทั้งไลน์โปรดของแฟนคลับอย่าง One Piece ที่นำเรือ Going Merry จากเวอร์ชันอนิเมะมาสร้างในรูปแบบบล็อกไม่เพียงแค่นั้นยังมีไลน์ Marvel, Star Wars และ Mario Kart ที่มาพร้อมคอนเทนต์จัดเต็ม

ช่วงเวลาเดือนสิงหาคมนับเป็นช่วงที่ผู้ผลิตเลโก้ปล่อยของดีออกมาวางตลาดบ่อยที่สุด โดยชุดปี 2025 นี้มีให้ติดตามมากกว่าเดิม ทั้งไลน์ใหม่ๆ อย่างชุด Going Merry ที่สร้างมาจากเรือสำคัญในซีรีส์ One Piece เป็นครั้งแรก และชุดวินเทจที่ได้รับการรีแบรนด์ใหม่!

ตื่นเต้นกับชุด Lego One Piece

ล่าสุดทางเลโก้จับเรือรักของเหล่าโจรสลัดวันพีช Going Merry มารีครีเอทใหม่ให้แฟนๆ ได้สร้างด้วยกัน โดยมีมินิฟิกเกอร์ของลูฟี่และพวกลูกเรือหมวกฟางฉบับพร้อมหน้าพร้อมตา ชุดนี้เหมาะกับทั้งเยาวชนและผู้ใหญ่ที่ติดตามอนิเมะมาตั้งแต่ซีซันแรกบน Netflix!

ลิงก์ชุด Lunar Outpost Moon Rover Space Vehicle 42211 เหมาะกับสายวิศวกรรมที่อยากสร้างรถสำรวจโลกดวงจันทร์ในตำนาน พร้อมอุปกรณ์เสริมแบบหลายชิ้นชุดในราคาย่อมเยาเพียง $100

มาร์เวลกับคลื่น Spider-Man ใหม่

ถ้าพูดถึงไลน์ Lego Marvel ซีซันนี้มีอัปเดตชุดรถไฟใต้ดินที่อ้างอิงฉากคลาสสิกภาพยนตร์ Spider-Man 2 ของ Sam Raimi รวมถึงชุด Iron Man 2 และ Endgame ที่ยังคงมาแรงไม่แพ้กัน

ชุดที่น่าสนใจในเดือนสิงหาคม 2025

  • ชุด Lego Transformers Soundwave ราคา $190 พร้อมมินิชุดที่เปลี่ยนรูปได้
  • ชุด Lego Batman Forever Batmobile ที่นำรถมิลเลอร์ในหนังกลับมาใช้ใหม่
  • ชุด Arcade Machine 40805 สำหรับคนรักเกมย้อนยุคในราคาเพียง $40

ชุด Nintendo Villager ในไลน์ Lego Mario ยังคงเน้นไปที่การต่อยอดความสนุกจากเกม รวมถึง Blathers’ Museum ที่เป็นหนึ่งในตัวละครที่แฟนๆ ชื่นชอบ การันตีความสนุกด้วยดีเทลที่จัดเต็มแม้แต่รายละเอียดเล็กๆ

ถ้าคุณกำลังมองหาของเล่นที่ช่วยคลายร้อน การสร้างชุดบล็อกเลโก้ในเดือนสิงหาคมนี้ถือเป็นทางเลือกที่ดี โดยเฉพาะกับการเปิดตัวครั้งสำคัญของ Going Merry ที่จะมาพร้อมกับประสบการณ์การสร้างเรือโจรสลัดแบบไดนามิกที่สุด!

ที่มา – Lego’s August Releases Are Going MerryIt’s one of the biggest months of the year for Lego releases, from ‘One Piece’ to new Marvel and ‘Star Wars’ sets—and much, much more.

ซีรีส์ Foundation เผยบทลับสุดสะเทือนใจ: ดีเมอร์เซล หุ่นยนต์ลึกลับของจักรวาล สารภาพสิ่งที่ซ่อนเร้นมานาน 300 ปี

ซีรีส์ Foundation เผยบทลับสุดสะเทือนใจ: ดีเมอร์เซล หุ่นยนต์ลึกลับของจักรวาล สารภาพสิ่งที่ซ่อนเร้นมานาน 300 ปี

กระแสความสนั่นหุ่นของซีรีส์ Foundation ยังคงสร้างความประทับให้แฟนๆไม่หยุด โดยเฉพาะการเปิดเผยความลับอันน่าสะพรึงกลัวของ ดีเมอร์เซล (Demerzel) ใน ซีรีส์ Foundation ตอนที่ 4 ของซีซัน 3 ซึ่งเดิมทีหลายคนอาจคิดว่าเธอคือตัวละครผู้ซื่อสัตย์ต่อจักรวรรดิมานานหลายศตวรรษ แต่ความจริงกลับโหดร้ายยิ่งกว่า นั่นคือการที่เธอยอมทำลาย ‘สะพานดาว’ (Star Bridge) ตั้งแต่ปีหลายร้อยปีก่อน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของจักรวรรดิ

เหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องราวใน ซีรีส์ Foundation เมื่อรัฐบาลจักรวรรดิถูกกลุ่มก่อการร้ายโจมตีครั้งใหญ่โดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นแผนการของดีเมอร์เซลเอง! การเปิดโปงนี้ไม่เพียงทำลายภาพลักษณ์ของเธอ แต่ยังสั่นคลอนสมมติฐานพื้นฐานของผู้ชมเกี่ยวกับ ความซับซ้อนของอุดมคติในเรื่อง Foundation ที่ต้องเผชิญกับปริศนาแห่งความอยู่รอดของมนุษยชาติ

ดีเมอร์เซลกับการตัดสินใจสุดสะเทือนขวัญในอดีต

Io9spoiler

กลับไปที่ ซีซัน 1 ของ Foundation เหตุการณ์ทำลายสะพานดาวครั้งรุนแรงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามล้างเผ่าพันธุ์ครั้งใหญ่ ตัวเลขผู้เสียชีวิตนับสิบล้านชีวิตทำให้จักรวรรดิงุ่มง่าและไม่ลังเลที่จะสั่งทิ้งระเบิดตอบโต้ แต่ใน ซีซัน 3 ตอน The Stress of Her Regard ดีเมอร์เซลเองได้สารภาพตรงๆว่าเธอจัดฉากเหตุการณ์ทั้งหมดมาตั้งแต่แรก! การกระทำในอดีตที่ซ่อนเร้นมานานนี้ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาแบบสุดโต่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวในการปกป้องจักรวรรดิ

บทบาทที่ขัดแย้งกับอนาคตของเธอเอง

สิ่งที่ทำให้ Foundation น่าติดตามไม่แพ้การค้นพบของดีเมอร์เซลคือการต่อสู้กับความเป็นตัวตนของเธอ ด้วยฐานะหุ่นยนต์ที่ไม่สามารถตายหรือเกิดใหม่ได้ ปมความวิตกกังวลเรื่องบทบาทในการรับใช้จักรวรรดิที่กำลังจะล่มสลายสร้างแรงกดดันภายในอย่างรุนแรง เมื่อเธอได้รับ Prime Radiant จากฮาคิรี่ เซลดอนที่อาจช่วยทำนายอนาคต การพบว่ามนุษยชาติอาจสูญพันธุ์ในอีกไม่กี่เดือนจึงเป็นข่าวล้มโต๊ะ

ปัญหาคือ หุ่นยนต์อย่างดีเมอร์เซลไม่เคยเผชิญกับ “ความผิดบาป” หรือ “ความเสียใจ” ตามนิยามของมนุษย์ แม้การถูกซ่อมบำรุงและถูกรีเซตความจำหลายรอบจะทำให้เธอเปลี่ยนจาก “แม่ทัพ” สู่ “ผู้ช่วยจักรพรรดิ Cleon ทั้ง 5” แต่สิ่งที่เธอไม่อาจลบล้างได้คือภาพหลอนของการฆ่าล้างผลาญสะพานดาว ทีนี้เธอกำลังเผชิญกับความจริงที่เจ็บปวด: หากราชา Cleon ทั้งหมดไม่อยู่ หรือหากราชาถูกแทนที่ด้วยหุ่นตัวใหม่ เธอจะเป็นใครในจักรวาลที่ไม่มีใครให้รับใช้?

  • ดีเมอร์เซลไม่สามารถลืมอดีตได้ แม้จะรีเซตหลายครั้ง แต่เธอจำทุกการสังหารได้แม่นยำ
  • ปรัชญาความคิดแบบมนุษย์เริ่มส่งผลต่อการตัดสินใจ หลังจากเธอยอมเปิดการสนทนากับนักบวชศาสนาลูมินิสซึม
  • การปฏิบัติตามคำสั่งอาจกลับทำลายนั่นสิ่งที่เธอพยายามปกป้อง เมื่อ.foundation เริ่มกลายเป็นภัยคุกคามจักรวรรดิ

ปริศนาการล่มสลายของจักรวรรดิ

การคำนวณด้วย Psychohistory ของเซลดอนชี้ให้เห็น ความล่มสลายที่ไม่ใช่เพียงจักรวรรดิ แต่อาจเป็นจุดจบของมนุษยชาติ ซึ่งแตกต่างจากสมการเดิมที่คาดการณ์ว่า dark age จะใช้เวลาลดลงเหลือเพียง 1,000 ปี ในเมื่อทุกคนบน Trantor พยายามยื้อจักรวรรดิไว้ต่อไป กลับกลายเป็นว่าดีเมอร์เซลเป็นคนแรกที่ตระหนักว่าการกระทำของเธอเองในอดีตอาจเร่งให้เกิด “ทางตัน” ทั้งของจักรวรรดิและ.Foundation พร้อมกัน

ตอนนี้ผู้ชมต้องตั้งตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งของดีเมอร์เซล เพราะเธอยังมีอีกหลายความลับที่อาจเปิดเผย โดยเฉพาะการที่เธอเตรียมแผนสำรองไว้ตลอดเวลา ทั้งหมดนี้เป็นข้อบ่งชี้ที่ว่า ตัวละครสำคัญอย่างเธอจะเป็นหัวใจของความขัดแย้งใน Foundation ซีซัน 3 ที่อาจทำให้ผู้ชมต้องคิดใหม่เกี่ยวกับศัตรูและมิตรสหายในจักรวาลนี้

อย่าลืมติดตาม ตอนใหม่ๆของซีรีส์ Foundation ทุกวันศุกร์บน Apple TV+ และเตรียมใจให้พร้อมสำหรับการเปิดม่านอีกหลายเรื่องที่อาจสั่นคลอนทุกสิ่งที่เรารู้จัก

ที่มา – รีวิวซีซัน 3 Foundation และ บทวิเคราะห์ดีเมอร์เซลกับวิกฤตความคิด

สธ. ประกาศปิดตัว CPB หลังพรรคอนุรักษ์นิยมโจมตีความลำเอียง

บริษัท Corporation for Public Broadcasting (CPB) ปิดตัวลง

บริษัท Corporation for Public Broadcasting (CPB) หน่วยงานสำคัญที่ดูแลการออกอากาศเพื่อสาธารณะในสหรัฐอเมริกาใกล้ 60 ปี ระบุว่าจะเริ่มกระบวนการปิดตัวลงภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ โดยลดจำนวนพนักงานเป็นส่วนใหญ่ หลังจากพรรครีพับลิกันนำโดยประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์ ระงับการสนับสนุนทางการเงินที่อ้างถึงความลำเอียงทางการเมือง

แพทริเซีย แฮร์ริสัน ประธานและซีอีโอของ CPB ระบุว่าทีมปฏิบัติการช่วงเปลี่ยนผ่านจะทำงานต่อจนถึงมกราคม 2026 เพื่อประกันความเรียบร้อยในการยุติการดำเนินการ รวมถึงจัดการสิทธิ์เพลงและข้อตกลงทางการเงินระยะยาว อย่างไรก็ดี หลังสูญเสียเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลางเกือบ 500 ล้านดอลลาร์จาก มติเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม องค์กรนี้ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้

ความท้าทายทางอุดมการณ์

CPB ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1967 โดยมีจุดประสงค์เพื่อจัดการทรัพยากรจากรัฐบาลสำหรับสื่อสาธารณะ โดยมุ่งหวังแก้ไขปัญหาเชิงพาณิชย์ที่ส่งผลต่อเด็กและชุมชนถิ่นทุรกันดาร แม้สถานีสื่อสาธารณะท้องถิ่นอาจยังคงดำรงได้ผ่านแหล่งเงินทุนหลายช่องทาง แต่บริษัท CPB ที่สนับสนุนพื้นที่ห่างไกลจะไม่สามารถทำหน้าที่ได้อีกต่อไป

ทรัรัมป์และกลุ่มแนวร่วมพยายามโจมตีความลำเอียงทางเสรีนิยมของ NPR และ PBS แม้พยายามปรับสมดุลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่กลุ่ม MAGA ยังคงยึดแนวทางใน นโยบายเดือนพฤษภาคม และ Project 2025 ว่าแทบทุกบริการสาธารณะควรอยู่ภายใต้การสนับสนุนโดยภาคเอกชน

อย่างไรก็ตามแฮร์ริสันเน้นย้ำว่า สื่อสาธารณะคือหนึ่งในสถาบันที่ประชาชนเชื่อมั่นสูงสุด และได้เป็นช่องทางสื่อสารการศึกษา เตือนภัย ส่งเสริมวัฒนธรรม แม้ไม่มีคำตอบชัดเจนว่าพื้นที่ทุรกันดารจะถูกทอดทิ้งหรือไม่ หากคุณอาศัยอยู่ในเขตที่สื่อท้องถิ่นไม่สามารถลงทุนได้ ควรร่วมสนับสนุนแหล่งข้อมูลท้องถิ่นเพื่อคงความเชื่อมโยงของสังคม

ที่มา – The Corporation for Public Broadcasting Is Shutting DownMAGA notches another win in its battle against anything good in America.

ภาพยนตร์และซีรีส์ที่ควรสตรีมเดือนสิงหาคม 2025

โลกสตรีมมิ่งปี 2025 นั้นร้อนแรงไม่แพ้หนังดัง! ในเดือนสิงหาคมนี้มีเรื่องราวระทึกขวัญ ไซไฟ และหลากหลายแนวคุณภาพดีๆ รอให้คุณเข้าไปชม พร้อมแล้วหรือยังกับ ภาพยนตร์และซีรีส์ที่ควรสตรีมเดือนสิงหาคม 2025 ที่เราคัดสรรมาแล้ว แพลตฟอร์มทั้ง Netflix, Hulu, Disney+ และอื่นๆ มีรายการใหม่ที่น่าสนใจมากมาย เหมาะกับคนรักหนังทุกอารมณ์!

ภาพยนตร์และซีรีส์ที่ควรสตรีมในเดือนสิงหาคม 2025

นับตั้งแต่ผ่านเวทีภาพยนตร์คลาสสิกและผลงานจากค่ายบันทึกชั้นนำ ทางเลือกความบันเทิงเดือนสิงหาคมนี้จัดเต็ม ไม่ว่าคุณจะชอบหนังสยองขวัญที่น่าขนลุก ไซไฟที่ท้าทายจินตนาการ หรือซีรีส์ที่เข้มข้น รายการ นี้ รวบรวมทั้งหมดแล้ว Groundhog Day เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่แม้จะดูบ่อยก็ยังรู้สึกใหม่อยู่เสมอ นั่นเป็นเหตุผลที่ควรเป็นส่วนหนึ่งของ ภาพยนตร์และซีรีส์ที่ควรสตรีมในเดือนสิงหาคม 2025 ที่คุณห้ามพลาด

  • เรื่องราววุ่นวายใน The Lost World และ Jurassic Park III กลับมาให้ชมอีกครั้งบน Netflix
  • ย้อนดู Urban Legend หนึ่งในหนังสยองขวัญยุค 90 ที่ได้รับความนิยม
  • ความหลอนที่มาพร้อมความตลกในหนังไซไฟจาก J.J. Abrams เพลินไปกับ ภาพยนตร์และซีรีส์ที่ควรสตรีมในเดือนสิงหาคม 2025

ภาพยนตร์ที่มีแรงดึงดูดตั้งแต่ต้นจนจบ

สำหรับคนชื่นชอบความระทึกขวัญ หนัง The Monkey เรื่องเก่ารีเมคใหม่จาก Stephen King ที่ร่วมมือกับ James Wan เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม อีกทั้งผลงานปี 2024 อย่างหนังแอคชันระทึกที่ผลิตโดย Dev Patel ยังติดอยู่ในความนิยมอย่างต่อเนื่อง ภาพยนตร์และซีรีส์ที่ควรสตรีมในเดือนสิงหาคม 2025 นั้นไม่เพียงแค่มีความหลากหลาย แต่ยังมีคุณภาพคับแก้ว

Capote vs. The Library of America นั้นอาจไม่ได้มีความสมบูรณ์แบบเท่าต้นฉบับ Douglas Adams แต่ก็ยังถ่ายทอดความสนุกและปัญญาประเสริฐมาให้คุณได้รับชม Ad Astra และ Top Gun: Maverick กำลังกลับมาอีกครั้ง จัดเป็นส่วนหนึ่งของรายชื่อ ภาพยนตร์และซีรีส์ที่ควรสตรีมในเดือนสิงหาคม 2025 ที่คัดมาอย่างดี

อีกผลงานคลาสสิกที่ห้ามพลาดคือ Jurassic Park บน Netflix ในช่วงสิงหาคมนี้ ใครที่ยังไม่ได้ชม ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีสุดๆ เลย! ติดตามต่อในรายการ ภาพยนตร์และซีรีส์ที่ควรสตรีมในเดือนสิงหาคม 2025 เพื่อไม่พลาดดีๆ ใกล้คุณ

ที่มา – The Films and Shows You Should Be Streaming in August 2025We’ve picked out the best horror, sci-fi, and genre titles coming to Netflix, Hulu, Disney+, and beyond.

แซค ครีกเกอร์ วิเคราะห์หนังสยองขวัญสุดระทึก ‘Weapons’ — เผยเบื้องหลังความบ้าคลั่งหลังจาก ‘Barbarian’

แซค ครีกเกอร์ กับการพลิกโฉมหนังสยองขวัญด้วย ‘Weapons’

ในวงการภาพยนตร์ การทำหนังให้วิเศษสำเร็จครั้งแรกอาจเป็นทั้งพรและคำสาปสำหรับผู้กำกับหลายคน สำหรับแซค ครีกเกอร์ (Zach Cregger) เจ้าของผลงาน บาบาริอัน (Barbarian) ปี 2022 ที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในแวดวง ความกดดันของความสำเร็จครั้งนั้นไม่ได้หยุดให้เขาผลิตผลงานระทึกขวัญใหม่ในชื่อ weapons (วีพอนส์) ซึ่งพร้อมออกฉาย 8 สิงหาคมนี้

ความสำเร็จของ ‘Weapons’ เริ่มต้นจากความสูญเสีย

หลังจากครองใจผู้ชมด้วย Weapons ครีกเกอร์เปิดเผยผ่านการสัมภาษณ์ว่า เขาเขียนบทหนังนี้ทันทีหลังสูญเสียเพื่อนสนิท โดยบอกว่าครั้งแรกเป็นเพียงการปลดปล่อยอารมณ์ลงไป 70 หน้า ก่อนขั้นตอนปรับแต่งโครงเรื่องให้สมดุลระหว่างการลุ้นระทึกกับปมปริศนาที่สลับซับซ้อน

  • Weapons ใช้แนวคิด ‘ลูกหาย’ สะท้อนความบ้าคลั่งของสังคม
  • การตั้งชื่อเรื่องสะท้อนนัยสำคัญที่รอเฉลยในฉากจบ
  • Weapons ผสมผสานองค์ประกอบระทึกขวัญ เกมสืบสวน และดราม่าครอบครัว

ทำไม ‘Weapons’ คือความท้าทายแห่งปี 2023?

เมื่อถูกถามถึงการตั้งชื่อภาพยนตร์ที่ดูเป็นปริศนา ครีกเกอร์ตอบว่าเขาเลือกใช้ชื่อ Weapons จากการเขียนเชิงสัญชาตญาณ ซึ่งไม่เคยคิดล่วงหน้าเพื่อสร้างความคาดหวังจากผู้ชม ทั้งนี้เขาอธิบายว่ากระบวนการสร้างหนังเป็นการผสมผสานมุมมองของตัวละครที่หลากหลายเข้าด้วยกัน ทั้งตำรวจ ครู และอดีตผู้ติดยา ทำให้ทุกเรื่องราวเชื่อมโยงกันในรูปแบบ Weapons ที่ไม่คุ้นเคย

ครีกเกอร์ยังเผยว่าทีมงาน Warner Bros. ให้ความร่วมมืออย่างสูง โดยเฉพาะเมื่อต้องรักษาความลับของเรื่องราวไว้ในตัวอย่างหนัง แม้เขาต้องรบกับขั้นตอน VFX สำหรับคัตติ้งที่ ‘ตาที่เบิกกว้างอยู่เสมอ’ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการศึกษาโรคไวท์ส (Graves’ disease) ก่อนปรับแต่งให้เหมาะสมในระดับ ‘ไม่เกินไป แต่ผิดปกติ’

สำหรับผู้ที่รอคอยว่าที่ผู้กำกับมาแรง Weapons เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของครีกเกอร์ในการสร้างความน่ากลัวแบบไม่ซ้ำใคร และยังเตรียมต่อยอดสู่ผลงาน เรสซิเดนต์ แอนด์ อีวิล (Resident Evil) ที่เขาแย้มว่าจะต้องสร้างโลกของเกมให้มีชีวิตตามกฎที่แฟนๆ คุ้นเคย

อย่าลืมติดตาม Weapons ในโรงภาพยนตร์ 8 สิงหาคมนี้ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมมันถึงกลายเป็นหนึ่งในหนังสยองขวัญที่ทุกคนต้องพูดถึง

ที่มา – Gizmodo

ประธานาธิบดี crypto แห่งเอลซัลวาดอร์อยู่ในอำนาจยาวหลังแก้รัฐธรรมนูญ

ประธานาธิบดี crypto แห่งเอลซัลวาดอร์อาจอยู่ในอำนาจเป็นทศวรรษ

ประธานาธิบดี crypto แห่งเอลซัลวาดอร์อยู่ในอำนาจยาวหลังแก้รัฐธรรมนูญ โดยการอนุมัติกฎหมายใหม่จากสมัชชาผู้แทนราษฎรเอลซัลวาดอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ได้แก้ไขรัฐธรรมนูญให้ขยายวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจาก 5 ปี เป็น 6 ปี และยกเลิกข้อจำกัดการสมวิสามัญซ้ำ ทำให้ประธานาธิบดีนายิบ บุเกเล (Nayib Bukele) ที่มีความสัมพันธ์กับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจสามารถครองอำนาจไปอีกหลายทศวรรษ

การเปลี่ยนแปลงล่าสุดสะท้อนอะไร?

กฎหมายใหม่ที่ผ่านด้วยคะแนนเสียง 57 ต่อ 3 ทำให้ประธานาธิบดีบุเกเลที่เคยได้รับเลือกในปี 2019 และมีชื่อเสียงด้านนโยบายปราบปรามแก๊งอาชญากรรม แต่ตามรัฐธรรมนูญเดิมไม่สามารถลงสมัครปี 2024 ได้ กลับมีทางลัดด้วยการพึ่งพาคำวินิจฉัยศาลสูงในปี 2021 และการเคลียร์ผู้พิพากษาที่ไม่เห็นด้วยในเวลาต่อมา

ที่โดดเด่นคือการที่พรรคนิวไอเดีย (New Ideas) สามารถปรับโครงสร้างศาล ทำให้รัฐบาลบุเกเลปกครองแบบเด็ดขาด และสามารถเปลี่ยนรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ในระยะยาวได้ การเคลื่อนไหวล่าสุดของส.ส.อนา ฟิกัวโร (Ana Figueroa) ที่เสนอเลื่อนการเลือกตั้งใหม่ของบุเกเลมาเป็นปี 2027 แทน 2029 ยิ่งชี้ถึงความต้องการรวบอำนาจให้ชัดเจนขึ้น

  • การขยายวาระให้ยาวขึ้น
  • การยกเลิกข้อจำกัดสมัยดำรงตำแหน่ง
  • บทบาทของพรรคนิวไอเดียในการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ

ประธานาธิบดี crypto กับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ

บุเกเลใช้นโยบายลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ $114,500 ต่อเหรียญ โดยรัฐบาลอันดับหนึ่งได้ซื้อ Bitcoin เพิ่ม 240 เหรียญแม้จะมีข้อตกลงกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อลดการลงทุนในตลาดนี้ ทั้งนี้การถือครองสกุลเงินดิจิทัลของเอลซัลวาดอร์มีมูลค่าเกือบ 550 ล้านดอลล่า หรือคิดเป็น 15% ของเงินสำรองต่างประเทศ

การเคลื่อนไหวของเอลซัลวาดอร์สร้างผลกระทบต่อประชาธิปไตย ในขณะที่ฝ่ายค้านจากพรรคอัลเลียนซา โจรสซอนนัลรีพลับบิกัน (ARENA) เตือนถึงความเสี่ยงในการสะสมอำนาจและทุจริต ด้านนักวิเคราะห์แม้สื่อต่างประเทศจะรายงานว่าการลดความรุนแรงไม่ได้มาจากนโยบายปราบปรามเท่านั้น แต่เกิดจากการลับลวงพรางตามสนธิสัญญากับแก๊ง MS-13 ตั้งแต่ปี 2019

แม้ประธานาธิบดี crypto จะไม่ได้ทวีตเรื่องนี้บน X (เดิมทวิตเตอร์) ที่ได้รับความสนใจคือความเชื่อมโยงกับบุคคลเช่นอีลอน มัสก์และอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ทั้งการย้ายถ่ายผู้ลี้ภัยสู่ระบบทรมานที่เรือนจำ CECA ที่เสนอแนะถึงความเสื่อมโทรมทางจริยธรรม

ประเด็นหลักคือประชาชนต้องประเมินตนเองว่าต้องการแลกความสงบกับการสูญเสียสิทธิเสรีภาพเพียงใด และจะยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุน crypto ที่อาจกลายเป็นเหตุล่มจมทางเศรษฐกิจได้หรือไม่

ที่มา – El Salvador’s Crypto President Could Stay in Power for Decades After Changes to ConstitutionTrump’s buddy in Central America may become a dictator for life.