ความขัดแย้งเดียว สองเรื่องเล่า: มองรายงานข่าวในไทย-กัมพูชา เหตุใดจึงแตกต่างกันอย่างมาก
ความขัดแย้งเดียว สองเรื่องเล่า: เหตุผลที่ข่าวไทยและกัมพูชาสวนทางกัน
การรายงานข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาไม่เคยเป็นเส้นตรง เมื่อเรามองไปยังสื่อทั้งสองประเทศ จะพบว่า ‘ความขัดแย้งเดียว’ กลับมี ‘สองเรื่องเล่า’ ที่ขัดแย้งกันราวกับมองคนละฟาก…
โซเชียลมีเดีย: ขุมสงครามของแฮชแท็ก
แพลตฟอร์มเช่น TikTok, Facebook และ X กลายเป็นสมรภูมิใหม่ในปมดังกล่าว ทหารโซเชียลทั้งสองฝั่งปล่อยแฮชแท็กสู้รบ เช่น #ThaiOpenedFire ของไทย ปะทะ #CambodiaStartedTheWar ของกัมพูชา โดยไม่มีการปรองดองแม้ในโลกดิจิทัล…
- Thmey Thmey News ใช้แฮชแท็ก #ThailandOpenFire ชี้ไทยเป็นผู้เริ่ม
- กองทัพบกไทยชวนปชช.ติด #กัมพูชายิงก่อน
- ความแตกต่างในมุมมองสะท้อนผ่านคลิปวิดีโอและการแชร์ข้อความ
เหตุระบาดเมื่อ 24 ก.ค.: ใครกันแน่เป็นฝ่ายยิงนัดแรก?
แม้เหตุปะทะล่าสุดจะจบลงภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่เรื่องราวในสื่อยังร้อนแรง ไทยชี้กัมพูชายิงเข้าฐานที่มั่นปราสาทตาเมือน ส่วนกัมพูชากลับอ้างว่าไทยเป็นผู้รุกรานก่อน…
ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของ ‘ความขัดแย้งเดียวสองเรื่องเล่า’ โดยอเล็กซานดรา โกลองบิเอร์ นักวิจัยด้านสื่อ ระบุว่าแต่ละฝ่ายใช้วาทศิลป์เหมือนกันแต่คนละชาติ ‘ไทยบอกกัมพูชาเริ่มก่อน กัมพูชายืนยันไทยยั่วโมโห’
เสรีภาพสื่อ: สภาพแวดล้อมที่ไม่เท่าเทียม
ขณะที่ไทยมีช่องทางภาษาไทยและอังกฤษเผยแพร่ข่าว แต่กัมพูชากลับมีสื่อภาษาอังกฤษเป็นจำนวนมาก อเล็กซานดรา ชี้ว่าจุดนี้คือข้อได้เปรียบที่ทำให้กัมพูชาเอาชนะใจความเห็นสากลได้ง่ายขึ้น…
อย่างไรก็ตาม สื่อกัมพูชาต้องเผชิญกับกฎหมายเข้มงวดเช่น National Internet Gateway และการควบคุมโดยครอบครัวฮุนเซน สะท้อนจากข้อมูลปี 67 ที่พบว่า 83.4% ของสื่อถูกเจ้าขุนมูลนายครอบงำ โดยเฉพาะรอยัลกรุ๊ป ซึ่งถูกมองเชื่อมโยงกับรัฐบาล