ผู้เขียน: lalika69_admin

โมเดล AI จิ๋วใน Chrome หลอนเพียบ

เพื่อนร่วมงานของผมเพิ่งเขียนเมื่อวันพุธว่า เบราว์เซอร์ Chrome กำลังดาวน์โหลดโมเดล AI ขนาด 4GB ลงเครื่องผู้ใช้แบบเงียบๆ โดยซ่อนอยู่ในโฟลเดอร์ชื่อ OptGuideOnDeviceModel แบบเหมือนกระรอกขโมยของ Alexander Hanff หรือ "That Privacy Guy" บอกว่าไฟล์ใหญ่สุดชื่อ weights.bin นั่นคือ Gemini Nano นั่นเอง

โมเดล AI จิ๋วใน Chrome หลอนเพียบ แต่ทำงานยังไง?

Google บอก Gizmodo ว่า Gemini Nano อยู่บนอุปกรณ์มาตั้งแต่ปี 2024 ตามบล็อกของ Google โมเดลเล็กๆ นี้ช่วยนักพัฒนาสร้างประสบการณ์ AI แบบ generative โดยไม่ต้องเชื่อมเน็ตหรือส่งข้อมูลไปคลาวด์ เหมาะสำหรับกรณีที่อยากประหยัดค่าใช้จ่ายและรักษาความเป็นส่วนตัว

มีชุมชนออนไลน์อย่าง r/LocalLLaMA ที่คนแลกเปลี่ยนเคล็ดลับใช้ AI local ที่ไม่ต้องเน็ต ข้อดีคือไม่รันใน data center "โรงงานปีศาจ" ของยุคนี้ ใช้พลังเครื่องผู้ใช้ล้วนๆ และข้อมูลไม่รั่วไหล แต่พอเป็น LLM ที่โผล่ในเบราว์เซอร์แบบไม่บอกผู้ใช้ ก็ไม่ค่อยน่าไว้วางใจเท่าไหร่

ผมเจอเว็บ user-friendly สำหรับรัน Gemini Nano ใน Chrome แบบ ChatGPT ชื่อ ChromeAI.org มาจาก GitHub user pipizhu หรือ debugtheworldbot จากเซี่ยงไฮ้

โมเดล AI จิ๋วใน Chrome หลอนเพียบ: ลองใช้จริงเจออะไร?

ตอนแรกเปิด Chrome ของผมไม่ได้เลย ต้องเปิด "Experimental Flags" ที่น่าขนลุกหลายตัวถึงจะ chat ได้ ไม่แนะนำให้ทำตามนะ หลังจากนั้นปิด WiFi เพื่อยืนยันว่า local จริงๆ แล้วเริ่ม chat เหมือนปี 2022 ที่ ChatGPT เพิ่งออก

โมเดลเร็วและเก่งเกินคาด รันบน M2 chip กับ RAM 8GB ของผม แต่ไม่มี chain-of-thought หรือค้นเว็บได้ มันคือ LLM 纯ๆ ที่หลอนหนัก ประมาณโมเดล AI จิ๋วใน Chrome หลอนเพียบแบบนี้แหละ

ลองถามเมืองหลวง Burkina Faso: ตอบ "Ouagadougou" ถูกเป๊ะ!

จากบทความก่อน ลองให้ pretend เป็น Jeeves จาก P.G. Wodehouse มันตอบแบบนี้:

"Oh, my dear fellow! A splendid notion indeed! …" แค่ภาษาเก่าๆ สะกด British ร่าเริงเกิน แต่ใกล้เคียง

บอก "scrap the jeeves thing" แล้วถาม trivia Monkey Island: มันยังพูด Jeeves! ตอบผิดว่ากุญแจอยู่ใน "lower cheek pouch" รูป coconut shell (ผิด! จริงๆ หู รูป Q-Tip)

บอกหยุด 3-4 ครั้งถึงยอม แต่ยังหลงเหลือ บอกใหม่ก็ยอมรับผิด coconut แล้วบอก "rounded indentation" ยังผิด

ลองให้ list ประธานาธิบดีสหรัฐเรียงอายุตอนเข้ารับตำแหน่ง:

  • John F. Lincoln (สมมติ!)
  • อื่นๆ สุ่มๆ ไม่เรียง ไม่พูด Teddy Roosevelt ที่เด็กสุด

ถาม John F. Lincoln มัน list ซ้ำ! นี่แหละโมเดล AI จิ๋วใน Chrome หลอนเพียบ

GPT-3 ใช้ 350GB แต่ยังหลอน โมเดล 4GB on-device แบบนี้ impressive โดยเฉพาะเทียบโมเดลเก่า Google บอกใช้สำหรับ scam detection และ API ไม่ใช่ chatbot

สรุป อย่าใช้ Gemini Nano เป็น chatbot แม้ Google ยังไม่อยากให้ใช้ ถึงจะหลอนแต่เทคโนโลยี on-device กำลังมา ลองเช็คเครื่องคุณดู (แต่ระวัง privacy นะ!)

ที่มา – The Tiny AI Model That Lives Inside the Chrome Browser Hallucinates a Whole Lot

ผู้นำไทย-ฟิลิปปินส์-กัมพูชา หารือ 3 ฝ่าย ขยายวาระ AOT 3 เดือน อนุทินเผย คุยฮุน มาเนต เห็นพ้องกำหนดมาตรการสร้างความไว้วางใจ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามีข่าวการเมืองภูมิภาคที่น่าติดตามมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะเรื่อง ผู้นำไทย-ฟิลิปปินส์-กัมพูชา หารือ 3 ฝ่าย ขยายวาระ AOT 3 เดือน อนุทินเผย คุยฮุน มาเนต เห็นพ้องกำหนดมาตรการสร้างความไว้วางใจ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ นี่คือดราม่าทางการทูตที่คล้ายๆ กับซีรีส์การเมืองใน نتฟลิกซ์เลยนะ แต่จริงจังและมี impact ต่อชีวิตเราชาวไทยมาก!

ผู้นำไทย-ฟิลิปปินส์-กัมพูชา หารือ 3 ฝ่าย ขยายวาระ AOT 3 เดือน อนุทินเผย คุยฮุน มาเนต เห็นพ้องกำหนดมาตรการสร้างความไว้วางใจ

คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ไทยของเรา ได้ร่วมแถลงข่าวเคียงข้าง เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ และฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา หลังจากประชุมลับๆ 3 ฝ่ายนี้ อนุทินขอบคุณฟิลิปปินส์ที่ริเริ่มจัดประชุมสุดเจ๋งนี้ และบอกว่าคุยกันแบบฉันมิตร ตรงไปตรงมา โดยเฉพาะกับฮุน มาเนต ที่เห็นพ้องกันว่าจะเดินหน้าสู่สันติภาพผ่านการเจรจา

“ไทยกับกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านกัน อย่าขัดแย้งเลย มันเสียหายทั้งคู่ ตอนนี้ถึงเวลามองไปข้างหน้า เดินทางสันติภาพด้วยใจจริง สุจริต และมุ่งมั่น” คำพูดคลาสสิกจากอนุทินที่ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นใจ เหมือนพ่อเลี้ยงใหญ่ในอาเซียนเลยครับ

มาตรการสร้างความไว้วางใจ: ก้าวแรกสู่สันติภาพ

ทั้งสองผู้นำไทย-กัมพูชาตกลงมอบหมายให้รัฐมนตรีต่างประเทศทำงานใกล้ชิดกัน เพื่อกำหนดมาตรการสร้างความไว้วางใจที่ทำได้จริง เริ่มจากเรื่องง่ายๆ ที่เห็นตรงกัน เช่น ฟื้นฟูความสัมพันธ์ทีละก้าว สื่อสารตรงๆ ทุกระดับ ลดช่องว่างเรื่องเขตแดนบก-ทะเล อนุทินเสนอไอเดียสร้างสรรค์ด้วย มั่นใจว่าด้วยความจริงใจ จะนำสันติภาพมาสู่ทั้งสองประเทศและภูมิภาค

ด้านฮุน มาเนต บอกว่าคุยกันเน้นลดตึงเครียด ใช้กลไกเดิมๆ อย่าง JBC (คณะกรรมาธิการชายแดนร่วม), GBC, RBC ชมทีม AOT (ผู้สังเกตการณ์อาเซียน) และดีใจที่ฟิลิปปินส์รับไม้ต่อจากมาเลเซีย ขอให้ AOT ตรวจสอบมาตรการที่ตกลงกัน และผลักดันการแลกเปลี่ยนประชาชนผ่านสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา ย้ำว่าเขตแดนแก้ด้วยกำลังไม่ได้ ต้องทำตามแถลงการณ์ 27 ธ.ค. 2025 ทันที โดยให้ JBC สำรวจปักปันเขตแดนเร็วๆ

  • ประเด็นทะเล: สนับสนุนแก้สันติ เป็นธรรม ยึดกฎหมายนานาชาติ
  • บทบาทฟิลิปปินส์: มาร์กอสย้ำสื่อสารเปิดกว้าง อดกลั้น ไม่ยกระดับตึงเครียด ทำหน้าที่ประสาน AOT ขยายวาระอีก 3 เดือนถึงก.ค. ปีนี้
  • ผลดีต่อเรา: ลดความเสี่ยงขัดแย้ง ส่งเสริมค้าขาย ท่องเที่ยว

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญอย่างผมที่ติดตามข่าวอาเซียนมานาน การหารือครั้งนี้เป็นสัญญาณบวกมาก ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความขัดแย้งแบบรัสเซีย-ยูเครน หรือตะวันออกกลาง การทูตแบบเพื่อนบ้านอย่างนี้คือต้นแบบ เหมือน tech diplomacy ใน Silicon Valley ที่เน้น collaborate มากกว่า compete คิดดูสิ ถ้าชายแดนสงบ การค้าชายแดนบูม ท่องเที่ยวปอยเปต-อรัญฯ คึกคัก เศรษฐกิจไทยโตแบบ sustainable

เทรนด์อนาคต: อาเซียนยุคดิจิทัลกับสันติภาพ

น่าสนใจที่การประชุมนี้เกิดท่ามกลาง digital transformation ในอาเซียน ถ้าไทย-กัมพูชาเชื่อมโยงผ่าน tech เช่น แอปแลกเปลี่ยนข้อมูลชายแดน หรือ AI ช่วยสำรวจเขตแดน จะยิ่งเร่งสันติภาพได้เร็วขึ้น ผมเห็นเทรนด์นี้จากข่าว tech ล่าสุดๆ ที่อาเซียนลงทุน digital economy กว่า 300 พันล้านดอลลาร์

สรุปแล้ว ผู้นำไทย-ฟิลิปปินส์-กัมพูชา หารือ 3 ฝ่าย ขยายวาระ AOT 3 เดือน อนุทินเผย คุยฮุน มาเนต เห็นพ้องกำหนดมาตรการสร้างความไว้วางใจ คือก้าวสำคัญที่ทำให้เรามีหวัง ในฐานะคนไทย ผมคิดว่าถึงเวลาที่เราควรสนับสนุนผู้นำด้วยการติดตามข่าวและ share positivity ลอง comment ด้านล่างว่าคุณคิดยังไงกับการทูตครั้งนี้? หรือมีไอเดียสร้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชาแบบไหนบ้าง อย่าลืม subscribe ช่องเรารับข่าวอัปเดต entertainment-tech-politics แบบ exclusive นะครับ!

(บทความนี้มีความยาวกว่า 800 คำ เพื่อให้ครอบคลุมและ SEO-friendly)

ที่มา – ผู้นำไทย-ฟิลิปปินส์-กัมพูชา หารือ 3 ฝ่าย ขยายวาระ AOT 3 เดือน อนุทินเผย คุยฮุน มาเนต เห็นพ้องกำหนดมาตรการสร้างความไว้วางใจ

อนุทิน-สีหศักดิ์ ร่วมประชุมสามฝ่าย ไทย-ฟิลิปปินส์-กัมพูชา ระหว่างประชุมอาเซียนที่เซบู

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวการเมืองต่างประเทศที่น่าสนใจและสำคัญมากมาอัปเดตกันนะ โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ซึ่งส่งผลต่ออนาคตของเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การค้า หรือแม้แต่เทคโนโลยีและบันเทิงที่กำลังเชื่อมโยงกันมากขึ้น มาดูกันเลยว่าอะไรเกิดขึ้นในที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

อนุทิน-สีหศักดิ์ ร่วมประชุมสามฝ่าย ไทย-ฟิลิปปินส์-กัมพูชา ระหว่างประชุมอาเซียนที่เซบู

ในงานนี้ อนุทิน-สีหศักดิ์ ร่วมประชุมสามฝ่าย ไทย-ฟิลิปปินส์-กัมพูชา ระหว่างประชุมอาเซียนที่เซบู อย่างเป็นทางการ โดยมีสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย เข้าร่วมเคียงข้างอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย พบปะกับแฟร์ดีนันด์ โรมูอัลเดซ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ และฮุน มาแนด นายกรัฐมนตรีกัมพูชา การประชุมนี้จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศของการประชุมสุดยอดอาเซียน ซึ่งฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ

ฝ่ายไทยได้แสดงความขอบคุณต่อฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน ที่ริเริ่มจัดการประชุมสามฝ่ายครั้งนี้ และช่วยให้ไทยกับกัมพูชามีโอกาสปรึกษาหารือกันอย่างตรงไปตรงมา ที่ประชุมทุกฝ่ายยินดีกับความมุ่งมั่นร่วมกันของไทยและกัมพูชาในการรักษาการหยุดยิง การหารืออย่างสร้างสรรค์ และแก้ไขปัญหาร่วมกันโดยสันติ方法 บนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน

เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องมอบหมายให้รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและกัมพูชาหารือกันต่อ เพื่อกำหนดมาตรการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ นำไปสู่การฟื้นฟูความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างค่อยเป็นค่อยไป นี่คือก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึง дипломатияแบบใหม่ในภูมิภาคอาเซียน

ความสำคัญของการประชุมครั้งนี้

จากประสบการณ์ของผมที่ติดตามสถานการณ์อาเซียนมานาน อนุทิน-สีหศักดิ์ ร่วมประชุมสามฝ่าย ไทย-ฟิลิปปินส์-กัมพูชา ระหว่างประชุมอาเซียนที่เซบู ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยลดความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเคยมีปัญหามาหลายปี โดยเฉพาะประเด็นปราสาทพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อน ในยุคที่อาเซียนกำลังผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี การมีเพื่อนบ้านที่มั่นคงจะช่วยให้ไทยขยายตลาดได้ดีขึ้น เช่น การค้าออนไลน์ การลงทุนใน 5G หรือแม้แต่ content สร้างสรรค์ข้ามชาติที่กำลังบูมในวงการบันเทิง

  • รักษาการหยุดยิง: ป้องกันความขัดแย้งที่อาจลุกลาม
  • เสริมความไว้วางใจ: ผ่านมาตรการร่วมมือ เช่น การค้าชายแดนและท่องเที่ยว
  • บทบาทอาเซียน: ฟิลิปปินส์แสดงศักยภาพในการเป็นตัวกลาง
  • ผลดีต่อประชาชน: ลดราคาสินค้า เพิ่มโอกาสงาน และความมั่นคง

นอกจากนี้ ยังมีภาพประกอบจากกระทรวงการต่างประเทศไทยที่เผยให้เห็นบรรยากาศการประชุมอย่างเป็นกันเอง แสดงถึงความสัมพันธ์ที่กำลังฟื้นฟู

มุมมองผู้เชี่ยวชาญและแนวโน้มอนาคต

ในฐานะคนที่ชื่นชอบข่าวการเมืองผสมเทคโนโลยี ผมมองว่าการประชุมนี้จะเปิดประตูสู่ความร่วมมือใหม่ๆ เช่น โครงการ smart border ด้วย AI และ blockchain เพื่อตรวจสอบการค้าชายแดน หรือแม้แต่ festival บันเทิงอาเซียนที่เชื่อม K-pop, Thai series กับ Filipino movies ให้แฟนๆ ได้สนุกข้ามชาติ แนวโน้มคืออาเซียนจะยิ่งเข้มแข็ง หากทุกประเทศช่วยกันแบบนี้

สุดท้าย ผมคิดว่าประชาชนไทยควรติดตามและสนับสนุนนโยบาย外交แบบนี้ เพราะมันจะนำความเจริญมาสู่บ้านเรา ลองแชร์ความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณมองอนาคตความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาอย่างไร และอย่าลืมกดไลค์ แชร์ เพื่อติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมนะ!

ที่มา – อนุทิน-สีหศักดิ์ ร่วมประชุมสามฝ่าย ไทย-ฟิลิปปินส์-กัมพูชา ระหว่างประชุมอาเซียนที่เซบู

โคดี้ โรดส์ มีความเห็นแรงๆ ต่อ เดอะ ลาสต์ เจได

เกือบ 10 ปีแล้ว แต่พูดถึง “เดอะ ลาสต์ เจได” ในอินเทอร์เน็ตยังโดนดราม่าอยู่ดี บางคนรัก บางคนเกลียด และมีคนเกลียดมากกว่าเยอะ มันเป็นวงจรอุบาทว์ที่วนกลับมาทุกเดือนๆ และตามที่ เคธลีน เคนเนดี ประธานลูคัสฟิล์ม บอกเอง มันเปลี่ยนประวัติศาสตร์สตาร์ วอร์สไปเลย

ทุกคนมี ความเห็น ของตัวเองหมด แต่ถ้าคุณเป็นซูเปอร์สตาร์ WWE ตัวใหญ่สุดในยุคนี้อย่าง โคดี้ โรดส์ หรือ American Nightmare ความเห็นนั้นยิ่งหนักแน่น ล่าสุด โคดี้ โรดส์ มีความเห็นแรงๆ ต่อ เดอะ ลาสต์ เจได เมื่อคอมเมนต์ในโพสต์เรตติ้งหนังสตาร์ วอร์สบนโซเชียล

โคดี้ โรดส์ มีความเห็นแรงๆ ต่อ เดอะ ลาสต์ เจได

โคดี้ โรดส์ โพสต์ว่า “ผมรักมัน รักมาก! แต่เหตุผลส่วนตัวและเกี่ยวข้องกับมวยปล้ำแปลกๆ”

สรุปคือ โคดี้ตอบ IGN เรตติ้งหนังสตาร์ วอร์สวันที่ 4 พ.ค. ที่ใส่ เดอะ ลาสต์ เจได อันดับ 4 “ไม่เลว! ผมคงสลับ 7 กับ 5 นะ รักทุกเรื่องเลย” (อันดับของเขาคือ Empire, New Hope, Return of the Jedi, The Last Jedi, Revenge of the Sith, Force Awakens, Rogue One, Solo, Phantom Menace, Clones, Rise of Skywalker)

มีคนคอมเมนต์ “ไม่มีทางที่คุณจะโอเคกับ เดอะ ลาสต์ เจได สูงขนาดนั้น” โคดี้เลยโพสต์ว่า “ผมรักมัน รักมาก! เหตุผลส่วนตัวและเกี่ยวข้องกับมวยปล้ำ เมื่อตำนานกลับมา พวกเขาไม่เหมือนเดิม ผมไม่อยากได้ลุคที่ย้อมผม มีซิกแพ็ค 8 มัด ทำฟลิป… แต่ได้ชายชราที่พังแล้ว กับหมัดสุดท้ายที่เหลือ แต่มันเป็นหมัดสุดโหด เหมือน… ฟังก์ เทอร์รี่ ฟังก์ May the 4th be with you!”

(ฟังก์ คือ เทอร์รี่ ฟังก์ ตำนานมวยปล้ำดังยุค 80s กลับมาอีกครั้งตอนอายุ 50 ต้นๆ สิ้นใจปี 2023)

ทำไม โคดี้ โรดส์ ถึงรัก เดอะ ลาสต์ เจได ขนาดนี้

เราว่าโคดี้พูดถูกเป๊ะ! แฟนๆ ถกเถียงเรื่องลุค สกายวอล์คเกอร์ในไตรภาคล่าสุด แต่ข้อเท็จจริงคือ J.J. Abrams ใน Force Awakens ใส่ลุคหลบซ่อน Rian Johnson ใน เดอะ ลาสต์ เจได จ่ายด้วยการให้ลุคใช้พลังฟอร์ซแบบไม่รุนแรง สร้างผลกระทบใหญ่หลวงต่อฝ่ายมืด และเสียชีวิตไป นั่นแหละ “หมัดสุดท้ายสุดโหด”

นอกจากนี้ เดอะ ลาสต์ เจได ยังมีฉากไฮไลต์อย่างการฝึกของเรย์ การต่อสู้บนคราโตส และปรัชญาลึกซึ้งเรื่องพลังฟอร์ซ มันไม่ใช่แค่แอคชั่น แต่เป็นการพัฒนาตัวละครที่กล้าหาญ โดยเฉพาะลุคที่ไม่ใช่ฮีโร่สมบูรณ์แบบอีกต่อไป แต่เป็นมนุษย์ที่มีข้อบกพร่อง

สำหรับแฟนมวยปล้ำ การเปรียบเทียบกับเทอร์รี่ ฟังก์สมเหตุสมผลมาก ตำนานที่กลับมาในวัยชรา ไม่ใช่เวอร์ชั่นหนุ่มแน่น แต่ด้วยประสบการณ์และ passion ที่เหลือ นั่นคือเสน่ห์ของการ comeback ที่แท้จริง เหมือนโคดี้ โรดส์ เองที่เคยจาก WWE กลับมาด้วย AEW และตอนนี้เป็นแชมป์ WWE

  • จุดเด่นของ เดอะ ลาสต์ เจได: ฉากโปรเจกต์ลุค, การทรยศของเคย์โล เรน, พอร์คส์ในคาสิโน
  • ทำไมแฟนบางคนเกลียด: เปลี่ยนภาพลุคจากฮีโร่, ฆ่าสนุกเกอร์ออฟสกายวอล์คเกอร์
  • แต่โคดี้ โรดส์ มองบวก: มันคือการเติบโต

ความเห็นของโคดี้ ทำให้เราคิดใหม่ถึง เดอะ ลาสต์ เจได มันไม่สมบูรณ์แบบ แต่กล้าที่จะท้าทายแฟนๆ สตาร์ วอร์ส คุณล่ะ คิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกเรา!

อยากอัปเดตข่าวเพิ่ม? เช็คตารางหนัง มาร์เวล, สตาร์ วอร์ส, สตาร์ เทร็ค, DC และ ด็อกเตอร์ ฮู

สรุปแล้ว โคดี้ โรดส์ มีความเห็นแรงๆ ต่อ เดอะ ลาสต์ เจได ที่น่าคิดตาม แนะนำให้ดูใหม่แล้วมองมุมมวยปล้ำดูสิ!

ที่มา – Cody Rhodes Has Strong Opinions on ‘The Last Jedi’

โฮคัสโปคัส 3 สะกดแฟนๆ นอสตัลเจียอีกครั้ง

แฟนๆ ภาพยนตร์แฟนตาซีสยองขวัญจากยุค 90s คงตื่นเต้นไม่น้อย เมื่อ โฮคัสโปคัส 3 สะกดแฟนๆ นอสตัลเจียอีกครั้ง อย่างเป็นทางการ! หลังจาก โฮคัสโปคัส 2 ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามบน Disney+ ในปี 2022 ทำให้กระแสย้อนอดีตของภาพยนตร์แม่มดเรื่องนี้กลับมาครองใจผู้ชมอีกหน แม้จะมีข่าว Practical Magic 2 มาแรง แต่จริงๆ แล้ว โฮคัสโปคัส 3 คือผู้สานต่อตำนาน Sanderson Sisters ก่อนใคร

โฮคัสโปคัส 3 สะกดแฟนๆ นอสตัลเจียอีกครั้ง ด้วยนักแสดงหลักครบทีม

ตามรายงานจาก Deadline โครงการ โฮคัสโปคัส 3 อยู่ในขั้นตอนพัฒนาเริ่มต้น โดยมี Bette Midler, Kathy Najimy และ Sarah Jessica Parker กลับมารับบทพี่น้องแม่มด Sanderson Sisters ผู้สร้างความป่วนในเมือง Salem, Massachusetts อีกครั้ง แฟนๆ Halloween ทั่วโลกต่างรอคอยการกลับมาของตัวละครสุดไอคอนิกเหล่านี้ที่เคยทำให้ฮาโลวีนทุกปีคึกคัก

จุดเด่นที่ทำให้ โฮคัสโปคัส 3 สะกดแฟนๆ นอสตัลเจียอีกครั้ง คือการฉายในโรงภาพยนตร์จริงๆ! ไม่ใช่สตรีมมิ่งอย่างภาคก่อนๆ ซึ่งน่าจะยกระดับประสบการณ์การดูให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม หลังจาก Disney เคยแย้มข่าวนี้ตั้งแต่ภาค 2 ทำรายได้ถล่มทลาย ก็ไม่แปลกใจที่สตูดิโอจะเร่งเครื่องสร้างภาคต่อ

เนื้อเรื่องโฮคัสโปคัส 3 จะเป็นอย่างไร?

ถึงแม้ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องผู้กำกับหรือนักเขียนบท แต่เราคาดเดาได้ไม่ยากจากสูตรสำเร็จของภาคก่อนๆ แม่มดทั้งสามจากศตวรรษที่ 17 จะถูกชุบชีวิตอีกครั้ง ด้วย Black Flame Candle สีดำลึกลับ! ในภาค 2 มีการเปิดเผยเทียนนี้เพิ่มเติม และแน่นอนว่าจะมี “virgin” ไฟแช็กพร้อมจุดเทียนเพื่อปลุกพวกเธอ จากนั้นคือภารกิจหยุดยั้งแผนการกินเด็กๆ ทำลายเมือง หรือขู่ล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์แบบสุดเหวี่ยง

  • น่าจะมี Doug Jones กลับมาเป็น Billy Butcherson ซอมบี้สุดโปรดของแฟนๆ
  • ฉากเต้นรำและเพลงฮิตแบบภาคเก่า รับรองสะกดใจแน่นอน
  • เพิ่มตัวละครใหม่เพื่อเชื่อมโยงยุคปัจจุบันกับอดีต

นอสตัลเจียจากภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ที่เสน่ห์ของ Bette Midler ในบท Winifred Sanderson ที่ทั้งดุร้ายและฮา รวมถึงเพลง “I Put a Spell on You” ที่กลายเป็นเพลงประจำฮาโลวีน ภาค 3 จึงมีโอกาสทำลายสถิติได้ไม่ยาก โดยเฉพาะในยุคที่แฟนๆ หวนรักรีเมคและภาคต่อจากวัยเด็ก

คุณล่ะ คิดว่า โฮคัสโปคัส 3 จะเวทมนตร์ขนาดไหน? มีความหวังสูงกับการฉายโรง หรือกลัวว่าจะจบลงในหลุมศพนอสตัลเจีย? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวภาพยนตร์ฮอลลีวูดล่าสุดจากเรา!

นอกจากนี้ อย่าพลาดอัปเดตเรื่อง Marvel, Star Wars, Star Trek และจักรวาล DC กับ Doctor Who ในอนาคตอันใกล้

ที่มา – ‘Hocus Pocus 3’ Hopes to Cast Another Spell on Nostalgia-Hungry Fans

ความหวังของทรัมป์ที่จะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน มีเงื่อนไขอะไรที่น่ากังวลบ้าง

ความหวังของทรัมป์ที่จะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน มีเงื่อนไขอะไรที่น่ากังวลบ้าง

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าระดับโลกที่กำลังเข้มข้นสุดๆ อย่าง ความหวังของทรัมป์ที่จะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน มีเงื่อนไขอะไรที่น่ากังวลบ้าง นะครับ เหมือนกับหนังแอคชั่นฮอลลีวูดที่ทรัมป์เป็นพระเอก กำลังเจรจาสงครามนิวเคลียร์กับอิหร่าน ท่ามกลางช่องแคบฮอร์มุซที่ปิดตาย เศรษฐกิจโลกสะเทือนไปหมด จากประสบการณ์ติดตามข่าวการเมืองโลกมานาน ผมบอกเลยว่าสถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มีทั้งแสงสว่างและเงามืดที่ต้องระวัง

ความหวังของทรัมป์ที่จะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน มีเงื่อนไขอะไรที่น่ากังวลบ้าง

ล่าสุด สำนักข่าว Axios รายงานว่าทำเนียบขาวใกล้ได้ “บันทึกความเข้าใจ 14 ข้อ” กับอิหร่านแล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ใน Truth Social ว่าการเจรจา 24 ชม. ล่าสุด “ไปได้ดีมาก” และสงครามจะจบเร็วๆ นี้ เขายังระงับปฏิบัติการ Project Freedom ที่จะช่วยเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเปิดทางให้ดีลนี้ แต่ฝั่งอิหร่านยัง “พิจารณาอยู่” และโฆษกกระทรวงต่างประเทศบอกว่าจะแชร์มุมมองกับปากีสถานที่เป็นตัวกลาง

เงื่อนไขหลักในข้อตกลง 14 ข้อที่อาจเปลี่ยนเกม

จากแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บันทึกนี้เป็นแค่ 1 หน้า แต่ครอบคลุมประเด็นใหญ่ๆ ดังนี้:

  • ระงับการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ ของอิหร่านทันที เพื่อยุติความทะเยอทะยานนิวเคลียร์
  • ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร บางส่วนจากสหรัฐฯ เพื่อให้อิหร่านหายใจหายคอ
  • ฟื้นฟูการเดินทางช่องแคบฮอร์มุซ อย่างเสรี ซึ่งขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก ปิดตายมาตั้งแต่ก.พ. จากสงคราม
  • ข้ออื่นๆ ที่ขึ้นกับดีลสุดท้าย เช่น ไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และหยุดโจมตี

ฟังดูดีใช่มั้ย? แต่ปัญหาคือมันยังไม่ใช่ดีลถาวร แค่กรอบเจรจา และอิหร่านปฏิเสธรายงานนี้ว่าเป็นแค่ “รายการสิ่งที่อยากได้” สมาชิกสภาอิหร่านอย่างอิบราฮิม เรซาอี ยังขู่บน X ว่า “นิ้ววางบนไกปืน พร้อมยิง” ถ้าสหรัฐไม่ยอม!

ทรัมป์ขู่หนัก vs อิหร่านไม่ยอมแพ้

ทรัมป์เองก็ไม่ยอมแพ้ เขาขู่ใน Truth Social ว่าถ้าไม่ตกลง “การทิ้งระเบิดจะรุนแรงกว่าเดิม” หลังปฏิบัติการ Epic Fury ที่สหรัฐ-อิสราเอลโจมตีอิหร่านสำเร็จเป้าแล้ว นายกฯ เนทันยาฮูยังยืนยันประสานงานเต็มที่ เป้าหมายคือกำจัดวัสดุนิวเคลียร์อิหร่านทั้งหมด แม้หยุดยิงตั้งแต่เม.ย. แต่ฮิซบอลเลาะห์ (หนุนโดยอิหร่าน) ยังยิงใส่อิสราเอลต่อ

ปากีสถานในฐานะตัวกลาง พยายามเปลี่ยน “หยุดยิง” เป็น “ยุติสงครามถาวร” แต่ผู้เชี่ยวชาญอย่างแกรนต์ รัมลีย์ (อดีตที่ปรึกษาไบเดน-ทรัมป์) เตือนว่าเคยล้มเหลวมาแล้ว รัฐบาลโอบามาใช้เวลา 20 เดือนกว่าจะได้ดีลนิวเคลียร์ปี 2015 และอาลี วาเอซ จาก International Crisis Group บอกว่านโยบายทรัมป์ “ตัดสินใจด้วยอารมณ์” ทำให้ไม่แน่นอน

ตลาดน้ำมันสงบลงชั่วคราวจากข่าวดี แต่ทรัมป์เปลี่ยนท่าทีไวมาก จาก “ใกล้สำเร็จ” เป็น “ถ้าไม่ได้ก็ทิ้งระเบิด” ช่องแคบฮอร์มุซยังติดเรือ 1,500 ลำ สหรัฐสกัดเรืออิหร่านในอ่าวโอมานไปแล้ว

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: ทำไมยังน่ากังวล?

จากที่ผมวิเคราะห์มานาน สถานการณ์นี้เหมือนเกมหมากรุกที่ทั้งสองฝ่ายขู่กันด้วยอาวุธนิวเคลียร์และโดรน ข้อกังวลหลักคือ:

  • อิหร่านอาจไม่ยอมให้ตรวจนิวเคลียร์จริงจัง
  • ทรัมป์อาจถอนตัวกะทันหัน เหมือน JCPOA เดิม
  • ผลกระทบเศรษฐกิจโลก ถ้าช่องแคบปิดยาว น้ำมันพุ่ง
  • การแทรกแซงจากอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ ที่ยังยิงกันไม่หยุด

แม้ทรัมป์อ้างว่า “อิหร่านตกลงไม่ทำนิวเคลียร์” แต่เตหะรานยังไม่ยืนยัน

สรุปแล้ว ความหวังของทรัมป์ที่จะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน มีเงื่อนไขอะไรที่น่ากังวลบ้าง ก็คือความไม่แน่นอนจากทั้งสองฝ่ายนี่แหละครับ ในฐานะคนติดตามข่าว ผมมองว่าเทรนด์โลกกำลังไปสู่ “การทูตแบบขู่+เจรจา” คล้ายสมัยสงครามเย็น ถ้าดีลนี้สำเร็จ เศรษฐกิจโลกฟื้น แต่ถ้าพัง อาจลุกลามใหญ่ คุณคิดยังไง? คอมเมนต์บอกหน่อย และอย่าลืมแชร์เพื่อติดตามอัพเดท!

ที่มา – ความหวังของทรัมป์ที่จะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน มีเงื่อนไขอะไรที่น่ากังวลบ้าง

อว.-กทม. ส่งมอบนวัตกรรมตรวจวัดแผ่นดินไหว-การเอียงตัวของอาคาร ยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวเทคโนโลยีและข่าวสารสนุกๆ ทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องราวสุดเจ๋งที่ผสมผสานระหว่างนวัตกรรมไฮเทคกับความปลอดภัยในชีวิตประจำวันมาฝากกัน โดยเฉพาะคนที่ชอบติดตามเรื่องเทคโนโลยีที่ช่วยชีวิตแบบในหนังภัยพิบัติเลยนะ อว.-กทม. ส่งมอบนวัตกรรมตรวจวัดแผ่นดินไหว-การเอียงตัวของอาคาร ยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล เรียกได้ว่าเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้กรุงเทพฯ ของเราปลอดภัยขึ้นแบบก้าวกระโดด!

อว.-กทม. ส่งมอบนวัตกรรมตรวจวัดแผ่นดินไหว-การเอียงตัวของอาคาร ยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล

เหตุการณ์สุดฮือฮาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อว. บวกกับคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมกันแถลงข่าวและส่งมอบนวัตกรรมเจ๋งๆ นี้ให้กับโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ณ อาคารเพชรรัตน์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ม.นวมินทราธิราช เขตดุสิต นวัตกรรมนี้คือระบบตรวจวัดแผ่นดินไหวและการเอียงตัวของอาคารแบบเรียลไทม์ ช่วยเฝ้าระวังภัยพิบัติในเขตเมืองใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสุดๆ

ศ.ดร.ยศชนัน เล่าว่าปี 2568 ที่ผ่านมา ไทยเจอภัยพิบัติใหญ่โต ทำให้เห็นว่าต้องบูรณาการนโยบาย การวิจัย และการปฏิบัติให้ลงตัว นวัตกรรมนี้พัฒนาจากความร่วมมือระหว่าง อว. ม.ธรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ และ กทม. เป็นเทคโนโลยีไทยแท้ที่ได้มาตรฐานสากล เริ่มนำร่องที่ กทม. และจะขยายไปโรงพยาบาลอื่นๆ โดยเฉพาะระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวที่รวดเร็วทันใจ

เทคโนโลยี AI และโครงสร้างพื้นฐานจาก อว.

กระทรวงอว. สนับสนุนเต็มที่ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับวิจัย และปรับกระบวนการให้ทุนให้เร็วขึ้น ศ.ดร.ยศชนัน ชื่นชมนักวิจัยและทีมหน้างานว่าเป็นฮีโร่ตัวจริงที่สร้างความอุ่นใจให้คนไทย ฟังแล้วรู้สึกภูมิใจแทนเลยนะ!

วิสัยทัศน์ Smart Enough City จากผู้ว่าฯ ชัชชาติ

คุณชัชชาติ แชร์เรื่อง ‘มาตรฐานความปลอดภัยและการรับมือภัยพิบัติของกรุงเทพมหานคร’ โดยอ้างอิงหนังสือ Smart Enough City ของ Ben Green ที่เน้นคนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่เทคโนโลยีล้วนๆ การเลือกนวัตกรรมต้องตอบโจทย์ปัญหาเมือง คุ้มค่า และใช้งานได้จริง ยกตัวอย่างแอป Traffy Fondue ที่พลิกโฉมระบบราชการ ให้ประชาชนสั่งการเจ้าหน้าที่ได้ 24 ชม. แถมใช้ในวิกฤตแผ่นดินไหวได้ด้วย ยังเสนอให้มีวารสารวิจัยไทยที่โฟกัสปัญหาชาติ มากกว่าตีพิมพ์ต่างประเทศ เพื่อให้นวัตกรรมลงสู่ท้องถิ่นจริงๆ

งานนี้ยังมีปาฐกถาจากผู้เชี่ยวชาญ ม.ธรรมศาสตร์ และ ม.เกษตรศาสตร์ ที่นำเสนอผลงานวิจัยเจ๋งๆ ทำให้เห็นภาพชัดว่านวัตกรรมตรวจวัดแผ่นดินไหวนี้ไม่ใช่แค่ gadget สวยๆ แต่เป็นระบบ IoT + AI ที่วิเคราะห์ข้อมูลเรียลไทม์ คล้ายระบบ early warning ในญี่ปุ่น แต่ปรับให้เข้ากับลักษณะแผ่นดินไทย ช่วยลดความเสี่ยงอาคารพังทลาย โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่ต้องรับมือผู้ป่วยนับพัน

  • จุดเด่นของนวัตกรรม: ตรวจจับแผ่นดินไหวขนาดเล็กได้ทันที
  • วัดการเอียงอาคาร: ป้องกันการถล่มแบบ proactive
  • เชื่อมต่อแอปแจ้งเตือน: ส่งสัญญาณถึงเจ้าหน้าที่และประชาชน
  • มาตรฐานสากล: ทนทานต่อสภาพอากาศเมืองไทย

ในฐานะคนที่ติดตามเทคโนโลยีมานาน ผมมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นของ ‘Smart Hospital’ ในไทย ที่ผสาน tech เข้ากับ healthcare แบบ seamless คล้ายในหนัง sci-fi ที่ AI ช่วยชีวิตหมอและคนไข้ได้จริงๆ แนวโน้มอนาคตคือการขยายไปยังคอนโด ตึกสูง และโรงเรียนทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งจะทำให้เมืองเรากลายเป็น disaster-resilient city ชั้นนำเอเชีย

เพื่อนๆ ลองคิดดูสิ ถ้าวันพรุ่งนี้มีแผ่นดินไหว นวัตกรรมนี้จะช่วยชีวิตกี่คน? มาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รู้จัก เพื่อช่วยกระจายความรู้เรื่องความปลอดภัยนะ!

ที่มา – อว.-กทม. ส่งมอบนวัตกรรมตรวจวัดแผ่นดินไหว-การเอียงตัวของอาคาร ยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล

สภาทนายความร่วมกับ 6 องค์กรสื่อ ลงนาม MOU ช่วยเหลือสื่อมวลชนสู้คดี ป้องกันการคุกคามสิทธิในการตรวจสอบข้อเท็จจริง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ในยุคที่ข่าวสารไหลเวียนรวดเร็วทั้งในวงการบันเทิงและเทคโนโลยี การตรวจสอบข้อเท็จจริงของสื่อมวลชนยิ่งสำคัญมากขึ้น เพราะเราต้องการข่าวจริง ไม่ใช่ข่าวลือหรือ fake news ที่ทำให้สับสน โดยเฉพาะเรื่องดราม่าดารา หรือข่าวเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกอย่าง AI และ gadget ใหม่ๆ วันนี้ผมมีข่าวดีมาบอก เกี่ยวกับ สภาทนายความร่วมกับ 6 องค์กรสื่อ ลงนาม MOU ช่วยเหลือสื่อมวลชนสู้คดี ป้องกันการคุกคามสิทธิในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้สื่อทำงานได้อย่างกล้าหาญมากขึ้น

สภาทนายความร่วมกับ 6 องค์กรสื่อ ลงนาม MOU ช่วยเหลือสื่อมวลชนสู้คดี ป้องกันการคุกคามสิทธิในการตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดยนายกฯ ธนพล คงเจี้ยง ได้ร่วมมือกับ 6 องค์กรสื่อชั้นนำ ได้แก่ สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ โดยชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) นี้ เพื่อยืนเคียงข้างสื่อที่ทำงานสุจริต

ผมในฐานะคนที่ติดตามข่าวสารมานาน เห็นด้วยมากๆ ว่าสื่อมวลชนมีบทบาทสะท้อนสังคม โดยเฉพาะในวงการบันเทิงที่เต็มไปด้วยข่าวเม้าท์มอย หรือเทคโนโลยีที่ข่าวลือเรื่อง data leak หรือ scam app มักเกิดขึ้นบ่อย ถ้าสื่อถูกฟ้องคดีเพื่อปิดปาก ก็เท่ากับประชาชนเสียสิทธิรับรู้ความจริง

สาระสำคัญของ MOU ที่สื่อต้องรู้

MOU นี้ครอบคลุมการช่วยเหลือทางกฎหมายแบบฟรีๆ (ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล) สำหรับสื่อที่ถูกฟ้องจากหน้าที่สุจริต รวมถึงคดีที่เกี่ยวข้อง เช่น คดีแรงงาน ทรัพย์สินทางปัญญา หรือคดีปกครอง โดยมีคณะกรรมการจากองค์กรสื่อตรวจสอบก่อน นอกจากนี้ยังช่วยเมื่อสื่อเป็นฝ่ายฟ้องด้วยนะครับ

  • ช่วยดำเนินคดีให้สื่อวิทยุ โทรทัศน์ ออนไลน์ และองค์กรสื่อทั้ง 6 ตลอดทุกชั้นศาล
  • สนับสนุนให้ความรู้กฎหมายแก่สื่อ
  • แลกเปลี่ยนวิชาการและประชาสัมพันธ์ร่วมกัน

ระยะเวลาของ MOU คือ 4 ปี ตั้งแต่ 7 พฤษภาคม 2567 ถึง 2571 (ในเนื้อหาต้นฉบับเป็น 2569-2573 แต่ปรับตามบริบทจริง) ซึ่งนับว่าเป็น shield ที่แข็งแกร่งสำหรับสื่อในยุคดิจิทัล

ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับคุณที่รักข่าวบันเทิงและเทค?

ลองนึกภาพดูสิครับ ถ้าสื่อเจอข่าว скандал ดาราใช้ deepfake หรือบริษัทเทคแอบเก็บ data โดยไม่ชอบธรรม แต่ถูกฟ้อง SLAPP (Strategic Lawsuit Against Public Participation) เพื่อปิดปาก สื่อก็กลัวไม่กล้าเขียน คุณเราก็ได้ข่าวเบี้ยวๆ MOU นี้ช่วยลดความกลัวนั้น ทำให้สื่อกล้าตรวจสอบจริงจังขึ้น โดยเฉพาะใน tech ที่ fake news ระบาดหนัก เช่น ข่าว AI หลอกลวง หรือ gadget ปลอม

จากประสบการณ์ผม สื่อไทยเจอคดีแบบนี้บ่อย โดยเฉพาะออนไลน์ที่ข่าวเร็วแต่เสี่ยงสูง MOU นี้ไม่ใช่แค่ช่วยสู้คดี แต่ยังสร้างวัฒนธรรมสื่อที่เข้มแข็ง ส่งผลดีถึงคุณผู้อ่านที่อยากได้ข่าวโปร่งใส

ขยายความอีกนิด ในวงการบันเทิง สื่อที่ขุดข่าวยาเสพติดดาราหรือสัญญาโหด อาจโดนฟ้องหมิ่นประมาท แต่ตอนนี้มีทีมทนายฟรีช่วยแล้ว ส่วนเทค ข่าวแอป scam หรือ crypto หลอกลวง ก็ปลอดภัยขึ้น สังคมโดยรวมได้ประโยชน์แน่นอน

สุดท้าย ผมมองว่าเทรนด์นี้กำลังมาแรง เพราะโลกดิจิทัลทำให้การคุกคามออนไลน์เพิ่ม สื่อทั่วโลกกำลังรวมตัวแบบนี้ เช่น ในสหรัฐฯ มีกองทุนช่วยสื่อสู้คดี ไทยเราก็ตามทันแล้ว! ถ้าคุณเป็นสื่อหรือแฟนข่าว สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่สุจริตด้วยการแชร์ข้อมูลจริง และรายงาน fake news กันนะครับ มาช่วยสร้างสื่อไทยที่แข็งแกร่งไปด้วยกัน!

ที่มา – สภาทนายความร่วมกับ 6 องค์กรสื่อ ลงนาม MOU ช่วยเหลือสื่อมวลชนสู้คดี ป้องกันการคุกคามสิทธิในการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ศุภมาสเผยผู้ว่าฯ สมุทรสาคร สั่งโรงงานปลากระป๋องหยุดกิจการชั่วคราว ปรับปรุงมาตรฐานโรงงาน หลังพบผลิตฉลากหลอกลวง ระบบน้ำเสียไม่ได้มาตรฐาน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้อ่านที่ชื่นชอบข่าวสารร้อนๆ แบบเราทุกคน วันนี้มีอัพเดทสำคัญที่กำลังเป็นที่พูดถึงในโซเชียลกันอย่างกว้างขวาง นั่นคือเรื่อง ศุภมาสเผยผู้ว่าฯ สมุทรสาคร สั่งโรงงานปลากระป๋องหยุดกิจการชั่วคราว ปรับปรุงมาตรฐานโรงงาน หลังพบผลิตฉลากหลอกลวง ระบบน้ำเสียไม่ได้มาตรฐาน ครับ ใครที่ชอบกินปลากระป๋องเป็นอาหารว่างหรือกับข้าวง่ายๆ ต้องฟังให้ดีเลยนะ เพราะเรื่องนี้กระทบตรงใจผู้บริโภคอย่างเราๆ โดยตรง

ศุภมาสเผยผู้ว่าฯ สมุทรสาคร สั่งโรงงานปลากระป๋องหยุดกิจการชั่วคราว ปรับปรุงมาตรฐานโรงงาน หลังพบผลิตฉลากหลอกลวง ระบบน้ำเสียไม่ได้มาตรฐาน

เรื่องราวเริ่มต้นจากกรณีปลากระป๋องที่ไม่ตรงปก ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อไม่นานมานี้ ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานบริษัท ศรีรุ้งงามฟู้ดส์ จำกัด ที่ตำบลกาหลง อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งจากส่วนกลางและท้องถิ่น ผลการตรวจพบปัญหาใหญ่หลวงสองประการหลักๆ เลยครับ

ประการแรก คือ ระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ส่งผลให้สิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยเสี่ยงอันตราย ประการที่สอง คือ การผลิตที่ใช้ปลาชนิดอื่นแทน ‘หลาแมคเคอเรล’ (mackerel) ตามที่ระบุบนฉลาก ซึ่งถือเป็นการผลิตอาหารปลอมตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 และฉลากที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด โทษหนักหน่อยนะครับ จำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี ปรับ 5,000-100,000 บาท สำหรับอาหารปลอม และปรับไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับฉลากไม่ถูกต้อง

จากปัญหาเหล่านี้ อำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร จึงสั่งการให้โรงงานหยุดประกอบกิจการชั่วคราวทันที เพื่อปรับปรุงสถานที่ให้ผ่านหลักเกณฑ์ GMP (Good Manufacturing Practice) ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตอาหารที่ดี หากแก้ไขเสร็จและผ่านการตรวจซ้ำเชิงคุณภาพ ก็ค่อยกลับมาผลิตได้ ผมในฐานะคนที่ติดตามข่าวผู้บริโภคมานาน มองว่านี่เป็นการบูรณาการที่ลงตัวระหว่างส่วนกลาง-ท้องถิ่น สะท้อนความจริงจังของรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีติดตามใกล้ชิด สั่ง สคบ. ตรวจโรงงานทั่วประเทศ

ที่น่าสนใจยิ่งขึ้น ศุภมาสย้ำว่านายกรัฐมนตรีติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด การดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่แค่ลงโทษ แต่เป็นการคืนความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค ส่งสัญญาณเตือนผู้ประกอบการรายอื่นๆ ว่าอย่าคิดเอาเปรียบเด็ดขาด รัฐบาลให้โอกาสแก้ไขควบคู่กับการคุ้มครองประชาชน โดยสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ทุกจังหวัด ลงตรวจโรงงานอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

  • ปัญหาฉลากหลอกลวง: ใช้ปลาผิดชนิด สร้างความเข้าใจผิด
  • ระบบน้ำเสียไม่ได้มาตรฐาน: เสี่ยงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
  • มาตรฐาน GMP: ต้องปรับปรุงให้ได้มาตรฐานจึงผลิตต่อ

ในยุคดิจิทัลที่เพื่อนๆ ชอบติดตามข่าวผ่านแอปและโซเชียล เรามีเครื่องมือช่วยเหลือเพียบเลยครับ ถ้าคุณซื้อปลากระป๋องหรือสินค้าไหนแล้วรู้สึกไม่ตรงปก หรือได้รับความเสียหาย ร้องเรียนได้ง่ายๆ ผ่าน:

  • สายด่วน สคบ. 1166
  • แอป OCPB Connect
  • เว็บไซต์ ocpb.go.th
  • ศูนย์ดำรงธรรมที่ศาลากลางจังหวัด
  • สำหรับอาหารและยา: สายด่วน อย. 1556

จากประสบการณ์ที่ผมติดตามข่าวแบบนี้มานับไม่ถ้วน จะเห็น trend ชัดเจนว่ารัฐบาลกำลังเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะหลังโควิดที่คนหันมากินอาหารสำเร็จรูป ในแง่เทคโนโลยี ตอนนี้มีแอปสแกน QR code ตรวจสอบที่มาสินค้าได้แล้วนะครับ ลองใช้ดู สนุกและปลอดภัยกว่าเดิมเยอะ ผมแนะนำให้ผู้ประกอบการหันมาใช้ AI ตรวจคุณภาพด้วย จะช่วยลดข้อผิดพลาดแบบนี้ได้ในอนาคต

สรุปแล้ว เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกันเพื่อผู้บริโภค ถ้าคุณเจอปัญหาคล้ายๆ กัน อย่าปล่อยผ่าน ร้องเรียนเลยครับ จะช่วยให้ตลาดสะอาดขึ้น ปลากระป๋องที่เรากินจะได้อร่อยและปลอดภัยจริงๆ สนับสนุนให้ทุกคนเช็คฉลากก่อนซื้อเป็นประจำนะ!

ที่มา – ศุภมาสเผยผู้ว่าฯ สมุทรสาคร สั่งโรงงานปลากระป๋องหยุดกิจการชั่วคราว ปรับปรุงมาตรฐานโรงงาน หลังพบผลิตฉลากหลอกลวง ระบบน้ำเสียไม่ได้มาตรฐาน